ซัดรัฐละเลย น้ำเกิน 60 ซม.นิคมฯบางชันจม

Published ธันวาคม 29, 2011 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/215085

8 พฤศจิกายน 2554, 11:58 น.

bkqkpjhbmggyxc7vwtbosdekowbqmaixag7qgjsmquhdthvfm1de1

“ธเนศ” เผย ในนิคมฯบางชัน น้ำเร่ิมเพิ่มระดับ ระบุ รับน้ำได้เพียง 60 ซม. เท่านั้น หากไม่ได้เรือดันน้ำและปั๊มสูบน้ำมาภายในพรุ่งนี้ (9 พ.ย.) วิกฤติจ่อหน้าประตูนิคมฯ แน่นอน

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. นายธเนศ วีระศิริ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ดูแลระบบป้องกันน้ำนิคมอุตสาหกรรมบางชัน เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในนิคมอุตสาหกรรมบางชันเพิ่มขึ้นอีก 1-2 เซนติเมตร จากวานนี้ (7 พ.ย.) ที่ปรับเพิ่ม 4 เซนติเมตร ซึ่งยังพอรับสถานการณ์ไหวอยู่ แต่อุปกรณ์ที่ขาดแคลน คือ เรือผลักดันน้ำ และปั๊มน้ำ ถ้าได้ปั๊มสูบน้ำมาสูบตอนปลายของนิคมฯบางชันลง คลองแสนแสบก็จะช่วยได้มาก เพราะโดยหลักการคือแค่นั้น อย่างไรก็ตาม สถานที่ตั้งของนิคมฯบางชันยังดีกว่าที่อื่น เพราะน้ำยังไหลลงลำคลองที่ตัดผ่านตัวนิคมฯได้ ไม่แช่ขัง หากผันน้ำปลายทางได้ น้ำจะไหลไปได้ดี

“ตอนนี้มีน้ำเข้ามาตรงบึงกระเทียม แต่ยังไม่ท่วมผิวถนน แต่ช่วงขอบบึงกระเทียม ซึ่งเป็นคลองต้นน้ำที่ถัดจากถนนรามอินทรามา เร่ิมเอ่อขึ้นมาแล้ว ตามขอบของบึงกระเทียมเดินไม่ได้ แต่ถนนยังไม่น่าเป็นห่วง ณ ตอนนี้ แต่ไม่ว่ายังไง วันนี้ต้องมีอุปกรณ์เสริมโดยเร่งด่วน คือ เรือดำน้ำ 60 ลำ ปั๊มน้ำ มากกว่า 3 ลูกบาศก์เมตร (คิวเปอร์เซ็ก) ได้สัก 3 ตัว นี่สุดยอดเลย แต่โดยส่วนมาก จะมี 1 ลูกบาศก์เมตร ก็ต้องได้อย่างน้อย 9 ตัว ถ้าไม่ได้ นิคมอุตสาหกรรมบางชันจะเจอวิกฤติแน่นอน”

ต่อข้อถามที่ว่า หากได้ตามที่ขอ น้ำเยอะขนาดไหน นิคมฯบางชันจะสามารถรับสถานการณ์ได้ นายธเนศ กล่าวว่า พอไหว แต่ต้นน้ำต้องอย่างที่ผมเรียน ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมภัยพิบัติไป ว่า อย่าผ่อนน้ำมาเกิน 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ตอนนี้เกินแล้ว ซึ่งตอนแรกที่คาดไว้จะไม่ให้เกิน 5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (คิวบิกเมตรเปอร์เซ็ก) แต่วันนั้น ดร.เสรีบอก กำลังปล่อยมาอยู่ที่ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ดูไปดูมาจะเกินแล้ว คือ หากช่วยผ่อนจากต้นน้ำเบาและท้ายน้ำ พยายามมีปั๊มน้ำ ย้ำออกไปที่คลองแสนแสบ จะช่วยได้เยอะ เพราะนิคมฯบางชันเป็นทางผ่านน้ำได้อยู่

นายธเนศ กล่าวต่อว่า นิคมฯบางชันสามารถรับความสูงของน้ำได้เพียง 60 เซนติเมตร แต่หากเกินกว่า 60 เซนติเมตร จะต้องมีปั๊มสูบน้ำที่ท้ายน้ำ มีเรือขับดันท้ายน้ำ และชะลอความเร็วน้ำทางเหนือของนิคมฯบางชัน จึงจะช่วยได้ ซึ่งขณะนี้ได้ขอเรือดันน้ำ และปั๊มสูบน้ำไปทางรัฐบาลแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับใดๆ ส่วนการชะลอน้ำ ได้บอกผ่านไปทาง ดร.เสรี ตั้งแต่ 3 วันที่แล้ว ซึ่งหากอุปกรณ์ไม่พร้อมภายในวันนี้ (8 พ.ย.) หรือช้าสุด คือ พรุ่งนี้ (9 พ.ย.) ก็ไม่แน่ใจในสถานการณ์นิคมฯบางชันเช่นกันว่าจะเป็นอย่างไร

“รับความสูงระดับน้ำจริงๆ พยายามสู้กันที่ +2.10 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่การที่พูดกันอย่างนี้ ความเสถียรภาพของพนังกั้นน้ำไม่ควรเกินครึ่งหนึ่งของที่เตรียมไว้ เพราะแรงดันน้ำแปรผันกับกำลัง 2 ของความสูงน้ำ มาเป็นพาราโบลาเคิร์ฟ เพราะฉะนั้นเพิ่ม 1 เมตร ไม่ได้บอกไปเพิ่ม 1 ตันต่อตารางเมตร ไม่ใช่แล้ว มันเป็นกำลัง 2 เพิ่ม 1.50 ก็คือยกกำลัง 2 ไป ต้องฝากเลยว่า แม้จะเตรียมการไว้ที่ +2.10 เมตร แต่ยังไงก็แล้วแต่ อย่าให้เกิน 60 ซม. นี่คือสิ่งสำคัญ บอกไว้ก่อนเลยว่าอย่าให้เกิน” นายธเนศ กล่าว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: