สภาเดี้ยง “ปู” ร่อแร่

Published ธันวาคม 21, 2011 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/214426

6 พฤศจิกายน 2554, 05:03 น.

njpus24ncqkx5e1gw7rdysbiqm27cpxfkzm4oho1ltr

 

ผลผลิต “ประชาธิปไตย” ในวิกฤติภัยน้ำท่วมมาราธอน

โกลาหล สับสน ชุลมุนวุ่นวายกันไปทั้งเมือง

เมื่อกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย โดนข้าศึกกองทัพน้ำโอบล้อมบุกเข้าโจมตีทุกทิศทุกทาง ไม่ว่าจะไปทางไหนก็เจอแต่น้ำท่วม

โดยขณะนี้มีพื้นที่ที่ถูกกองทัพน้ำโจมตีทะลักเข้าท่วมไปแล้วหลายเขตหลายพื้นที่

ไล่ตั้งแต่เขตดอนเมือง สายไหม หลักสี่ บางเขน คลองสามวา ลาดพร้าว จตุจักร บางพลัด ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน บางกอกน้อย หนองแขม ภาษีเจริญ บางบอน

บางเขตโดนน้ำท่วมหนัก สูงมิดหัว บางเขตก็โดนแค่เอว เบาะๆหน่อยก็หัวเข่า หลายเขตถูกประกาศให้เป็นพื้นที่อพยพ

ประชาชนต้องหอบข้าวหอบของลุยน้ำหนีตายออกจากบ้าน กันอย่างทุลักทุเล บางคนก็หนีไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด คนที่มีฐานะก็ควักกระเป๋าไปเช่าโรงแรม เช่าบังกะโล เป็นที่หลบภัย ขณะที่บางคนก็ไปพักพิงตามศูนย์อพยพ

ขณะเดียวกัน ก็ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังปักหลักอยู่ที่บ้าน ชั้นล่างโดนน้ำท่วมก็หนีขึ้นไปอยู่บนชั้นสอง เพราะ เป็นห่วงบ้าน

ซื้อของกักตุนเสบียง ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง ไข่ไก่ น้ำดื่ม จนทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคหลายอย่างขาดแคลน ถึงขั้นที่รัฐบาลต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศเป็นการด่วน

นอกจากนี้ การที่ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถย้ายไปอยู่ตามศูนย์อพยพที่รัฐบาลจัดไว้ให้ตามต่างจังหวัดได้ เหตุหนึ่งเพราะยังต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว เนื่องจากบริษัทหลายแห่ง น้ำไม่ท่วม ยังเปิดทำงานอยู่

โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลไม่ประกาศวันหยุดราชการต่อเนื่อง จากที่ได้สั่งให้หยุดราชการในห้วงวันที่ 27–31 ตุลาคม

เมื่อหน่วยงานราชการ และสถานประกอบการ ยังเปิดดำเนิน- การในขณะที่น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ

ถนนสายหลักในกรุงเทพฯหลายสิบเส้นทางถูกน้ำทะลักเข้าท่วมสูง ต้องปิดการจราจร รถใหญ่ รถเล็กผ่านไม่ได้

บรรดาข้าราชการและพนักงานลูกจ้างบริษัทเอกชนต่างๆ ก็จำเป็นต้องกระเสือกกระสนหาทางไปทำงาน

ต้องยอมลุยน้ำออกจากบ้านมารอขึ้นเรือ ขึ้นรถบรรทุกของทหาร ด้วยความทุลักทุเล

นี่คือ บรรยากาศเพียงแค่เศษเสี้ยวของความทุกข์ยากที่ประ-ชาชนคนกรุงเทพฯกำลังเผชิญกันอยู่

ยังไม่รวมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอีกนับแสนนับล้านคนในจังหวัดทางภาคกลางและปริมณฑล ทั้งชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี

ที่ขณะนี้หลายพื้นที่หลายอำเภอยังอยู่ในสภาพจมบาดาล ประชาชนต้องใช้ชีวิตทุกข์ยากแสนเข็ญแช่อยู่ในน้ำมาเป็นแรมเดือน

ที่สำคัญ บางแห่งบางพื้นที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากหน่วยงานรัฐ ไม่มีความช่วยเหลือใดๆเข้าไปถึง ต้องหาอยู่หากินกันไปตามยถากรรม

สิ่งเหล่านี้ คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติพิบัติภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่

ขณะเดียวกัน เมื่อหันไปทางรัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯ ปู” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ใช้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เป็นฐานบัญชาการในการสู้ภัยวิกฤติน้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากภัยพิบัติครั้งนี้

การบริหารจัดการแก้ไขปัญหาตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมภาคกลางลามเข้ามาในจังหวัดปริมณฑล และทะลักทะลวงเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ

ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น แก้ปัญหากันแบบสะเปะสะปะ เก้ๆกังๆ มั่วซั่วไปหมด

การดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ต่างๆ และการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน เป็นไปด้วยความสับสน

ไม่มียุทธศาสตร์หลัก ไร้ทิศทาง ขาดความเป็นเอกภาพ และประสิทธิภาพ

ส่งผลให้ประชาชนนับแสนนับล้าน ต้องลอยคออยู่ในความทุกข์ยาก ไร้ที่พึ่งพิง

เมื่อหันไปทางฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ที่มีฐานะเป็นผู้แทนปวงชน เป็นกลไกที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตย

โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในยามที่ประชาชนกำลังเผชิญวิกฤติจากภัยพิบัติน้ำท่วม

โดยหลักการในการแก้ปัญหาตามระบอบประชาธิปไตย สภาผู้แทนราษฎรควรจะต้องทำหน้าที่ในการนำปัญหาความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนมาพิจารณาหารือ

เพื่อหาแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเสนอต่อรัฐบาลและเร่งรัดให้ดำเนินการ

ตามวิสัยหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชน ชาวไทย

สถานการณ์ภัยพิบัติยิ่งรุนแรงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องเรียกประชุมสภาฯอย่างฉับไวเร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้ประชาชน

แต่จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นว่า นายสมศักดิ์ เกียรติ-สุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคเพื่อไทย

กลับสั่งงดประชุมสภาฯติดต่อกันถึง 4 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนเต็มๆ ในห้วงที่ประชาชนกำลังเผชิญกับวิกฤติน้ำท่วมได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส

โดยอ้างว่า ท่าน ส.ส.ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายต้องลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม

ฟังดูดี เหมือนมีน้ำหนักและความจริงใจ

แต่ในภาพแห่งความเป็นจริง เป็นคนละเรื่อง

เพราะพี่น้องประชาชนหลายจังหวัดหลายพื้นที่ที่ประสบความเดือดร้อนจากวิกฤติน้ำท่วม ไม่เคยเห็น ส.ส.ลุยน้ำเข้าไปช่วยเหลือเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เข้าข่ายแหกตาประชาชน

ละเว้นการทำหน้าที่ผู้แทนปวงชน ละเว้นการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติที่ดี

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพูดถึง ส.ส. รวมทั้งอดีตผู้แทนฯ ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นผู้มีความใกล้ชิดประชาชนมีเครือข่ายมวลชนในพื้นที่ฐานเสียงด้วยกันทั้งนั้น

ถึงแม้ไม่มีการนัดประชุมสภาฯ แต่ ส.ส.รวมทั้งอดีต ส.ส.ในแต่ละเขต ต่างก็มีศักยภาพในการเข้าไปพูดคุยเจรจากับประชาชนในพื้นที่ของตัวเองได้อยู่แล้ว

โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เกิดความขัดแย้งระหว่างมวลชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ ในการที่รัฐบาลหรือหน่วยงานต่างๆมีความจำเป็นที่จะต้องบริหารจัดการระบายน้ำ

ทั้งการทำพนังกั้นน้ำ ทำคันดิน วางกระสอบทราย และการเปิด-ปิด ประตูระบายน้ำในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปตามระบบและมีประสิทธิภาพ

ส.ส. และอดีตผู้แทนฯในพื้นที่มีหน้าที่ต้องเข้าไปเจรจาทำความเข้าใจกับชาวบ้านว่ามาตรการระบายน้ำต่างๆมีความสำคัญจำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำท่วมในภาพรวมอย่างไร

เพื่อให้ชาวบ้านให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เข้าไปบริหารจัดการระบายน้ำให้เป็นไปตามแผน และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อคลี่คลายวิกฤติน้ำท่วมให้เร็วที่สุด

แต่จากร่องรอยที่เกิดขึ้น ปรากฏว่า มี ส.ส.บางคนกลับไปยุยงส่งเสริมนำชาวบ้านในพื้นที่เข้าไปรื้อพนังกั้นน้ำ ทำลายคันดิน รื้อกระสอบทราย ทุบทำลายประตูระบายน้ำ ถึงขั้นข่มขู่ ทำร้าย ร่างกายเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปจัดการระบายน้ำก็มีให้เห็นกันมาแล้ว

หวังแค่เอาใจมวลชนฐานเสียง โดยไม่ได้สนใจว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบทำให้วิกฤติน้ำท่วมลุกลามบานปลาย เพิ่มผลกระทบและความเดือดร้อนแก่ประชาชนส่วนรวม

ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า ส.ส.ไม่ได้ ทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย ในภาวะที่ประชาชนเผชิญวิกฤติอุทกภัย หนำซ้ำยังคอยซ้ำเติมให้วิกฤติหนักขึ้นไปอีก

สรุป น้ำท่วมครั้งนี้ สภาฯเดี้ยง

ขณะเดียวกัน เมื่อหันมาทางฝ่ายบริหาร หรือรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยและ “นายกฯปู”

แน่นอน ในสภาวะที่ประเทศชาติและประชาชนนับล้านคน ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากจากสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วม

ทุกฝ่ายในสังคมต่างให้กำลังใจรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา เพื่อคลี่คลายวิกฤติจากภัยธรรมชาติในครั้งนี้ด้วยกันทั้งนั้น

เห็นได้ชัดจากที่ทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ประสานให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือทั้งการบริจาคเงินทอง สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เพื่อนำไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย

แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลโดย ศปภ.กลับบริหารจัดการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำท่วมแบบอภิมหามั่ว การให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆสับสนไปหมด

การแก้ไขปัญหาไม่มีความเด็ดขาด ไม่มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน

ความเชื่อมั่นของรัฐบาล และ ศปภ.จึงลอยหายไปกับสายน้ำ

ที่สำคัญที่สุดก็คือ ภาวะการบริหารของผู้นำ ที่ถูกมองว่า อ่อนด้อยไร้ประสบการณ์ ไม่มีความเด็ดขาด บริหารจัดการแก้ปัญหาประเทศในภาวะวิกฤติไม่เป็น

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะรู้ๆกันอยู่แล้วว่า การก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯของ “ยิ่งลักษณ์” ไม่ได้ขึ้นมาด้วยประสบการณ์ของตัวเอง แต่ก้าวขึ้นมาได้เพราะพี่ชายที่ชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร”

ในยามที่ประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤติจากภัยพิบัติน้ำท่วม ผู้คนจำนวนมากต่างเห็นใจและสงสาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ต้องต่อสู้กับวิกฤติครั้งนี้

แน่นอน ในความเป็นตัวตนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เห็นใจได้ สงสารได้

แต่ในฐานะที่เป็นผู้อาสาเข้ามาเป็นนายกฯ เป็นผู้นำรัฐบาล เป็นผู้นำประเทศไทย “นายกฯปู” มีหน้าที่ที่จะต้องนำประเทศฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ แบบบอบช้ำน้อยที่สุด

จะปล่อยให้ประเทศล่มจมไปกับความอ่อนด้อยในการบริหารและความสงสาร คงไม่ได้

สถานการณ์มาถึงวันนี้ จึงต้องเอาความอยู่รอดของประเทศและ ความเป็นอยู่ประชาชนเป็นตัวตั้ง

หากยังทู่ซี้ต่อไป “นายกฯปู” ย่อมรู้ดีว่า รับไหวมั้ย

ถ้ารู้ว่าไม่ไหวจริงๆ และจะยิ่งเพิ่มปัญหา เพิ่มความเสียหายให้แก่ประเทศชาติและประชาชนมากยิ่งขึ้นไปอีก

ก็ต้องบอกพี่ชาย ขอโยนผ้าขาว.

“ทีมการเมือง”

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมการเมือง
  • 6 พฤศจิกายน 2554, 05:03 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 106 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: