คปภ.ประเมินความเสียหายน้ำท่วมกว่า 1.4 แสนล้านบาท

Published ธันวาคม 17, 2011 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/212110

26 ตุลาคม 2554, 18:05 น.

njpus24ncqkx5e1gw7rdysbiqm27cpxfkzm4oho1ltr

 

คปภ.ประเมินยอดเสียหายน้ำท่วมล่าสุด 1.4 แสนล้านบาท ระบุ 80% ทำประกันเอาไว้กับญี่ปุ่น ยอดรถยนต์พุ่งทะลุ 2 พันคันสินไหมกว่า 200 ล้านบาท ทุนประกัน 7 นิคมฯ คิดเป็น 4% ของทุนประกันรวมทั้งประเทศ คาดหลังน้ำลดยอดเสียหายเฉียด 2 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ความเสียหายจากภัยน้ำท่วมยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และข้อมูลล่าสุดถึงวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา คปภ.ได้รับรายงานว่ามีผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย ประมาณ 140,000 ล้านบาท แบ่งเป็นความเสียหายต่อรถยนต์ จำนวน 2,004 คัน รวมค่าสินไหมทดแทน 211,521,285 บาท ความเสียหายต่อทรัพย์สิน จำนวน 2,862 ราย รวมมูลค่าจำนวน 5,924,312,735 บาท ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต 58 ราย รวมเงินเอาประกัน 11,093,652 บาท สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เขตประกอบอุตสาหกรรมแฟคตอร์รี่แลนด์ นิคมอุตสาหกรรมนวนคร และนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี ซึ่งบางพื้นที่ได้มีบริษัทประกันภัยเข้าไปสำรวจและประเมินความเสียหายบ้างแล้ว ในเบื้องตนได้ประเมินความเสียหายรวมเอาไว้ 140,000 ล้านบาท เพราะน้ำท่วมยังไม่ได้ถูกระบายออก ทำให้เครื่องจักรที่จมน้ำมีการเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ส่วนหลังน้ำลดก็ต้องเข้าไปทำการประเมินอีกครั้ง ส่วนความเสียหายจะถึง 200,000-300,000 ล้านบาทหรือไม่ ยังไม่สามารถประเมินได้ในขณะนี้ แต่คาดว่าน่าจะเกิน 140,000 ล้านบาทแน่นอน

“ความเสียหายจากน้ำท่วมในเบื้องต้น ข้อมูลถึงวันที่ ต.ค. คปภ.ประเมินเอาไว้ที่ 140,000 ล้านบาท ซึ่ง 80% ได้ทำประกันเอาไว้กับบริษัทประกันญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้เขาได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาสำรวจความเสียหายบ้างแล้ว และยืนยันไม่กระทบฐานะทางการเงินของบริษัทประกันวินาศภัย”

นางจันทรา กล่าวอีกว่า ใน 7 นิคมอุตสาหกรรม มีทุนประกันรวมกันอยู่ที่กว่า 456,000 ล้านบาท คิดเป็นแค่ 4% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าน้อยมาก และที่สำคัญบริษัทประกันในประเทศรับประกันเอาไว้เพียง 15% เท่านั้น ที่เหลืออีก 85% ของเบี้ยได้ส่งไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อ หรือรีอินชัวร์เรอร์ ในต่างประเทศ เพราะฉะนั้นสถานะทางการเงินของบริษัทประกันวินาศภัยของไทย และบริษัทร่วมทุนแข็งแกร่ง และที่ผ่านมาบริษัทเหล่านี้ก็ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนช่วงสึนามิมามากกว่านี้ด้วยสำหรับผู้ที่มีกรมธรรม์อยู่ ก็ให้ตรวจสอบว่ายังมีความคุ้มครองอยู่หรือไม่ หรือหมดอายุเมื่อใด ซึ่งการต่ออายุกรมธรรม์ โดยทั่วไปบริษัทประกันภัยจะมีหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้เอาประกันภัยล่วงหน้า ก่อนหมดอายุ 30 วัน เพราะฉะนั้น จึงขอให้ผู้เอาประกันภัยแจ้งการต่ออายุภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อที่จะได้รับความคุ้มครอง หากมีปัญหาเรื่องประกันก็ให้ติดต่อกับบริษัทที่ได้ทำประกันเอาไว้

สำหรับสาขาของบริษัทประกันภัยที่อยู่ในจังหวัดที่น้ำท่วม ขณะนี้ก็ได้มีการปิดทำการชั่วคราวไปแล้ว 36 สาขา ซึ่ง คปภ.ได้กำชับให้บริษัทประกันภัยแจ้งให้ลูกค้ารับทราบว่าควรติดต่อได้ที่สถานที่ไหน หรือบริเวณใดที่ใกล้ที่สุด.

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 ตุลาคม 2554, 18:05 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 731 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: