โบรกฯจวกมูดี้ส์ ลดจีดีพีไทยเหลือ 2.8% เลวร้ายเกินเหตุ

Published ตุลาคม 26, 2011 by SoClaimon

25 ตุลาคม 2554, 20:20 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/211860

njpus24ncqkx5e1gw7rdysbiqm27cpxfkzm4oho1ltr

โบรกฯ ระบุ มูดี้ส์ ปรับลดการเติบโตจีดีพีไทยปี 54 ลงเหลือ 2.8% เป็นคาดการณ์ที่เลวร้ายมากเกินไป ย้ำน้ำท่วมไม่ทำให้บริษัทจดทะเบียนเสียหาย เพราะส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบ…

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า จากกรณีที่ มูดี้ส์ ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลก ได้ออกมาประเมินว่า ผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ในประเทศ อาจกดดันการเติบโตจีดีพีของไทยปีนี้เหลือเพียง 2.8% แต่ไม่ส่งผลกระทบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของไทย เพราะเชื่อว่ารัฐบาลไทยมีฐานะการคลังที่จะสามารถรองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดจากภาวะน้ำท่วม โดยเอเซียพลัสระบุว่า ตัวเลขคาดการณ์ของมูดี้ส์ถือว่าต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นของฝ่ายวิจัยที่คาดว่า การเติบโตของจีดีพีทั้งปี 2554 จะเติบโตได้ราว 3.1%

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัย คาดว่างวดไตรมาส 3 ปี 54 จะเติบโตราว 4-4.8% (ภาคการส่งออกฟื้นตัวหลังผ่านพ้นปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติในญี่ปุ่น ในช่วงไตรมาส 2) แล้ว งวดไตรมาส 4 น่าจะเติบโต 2.3% แม้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็ตาม ดังนั้น หากคำนวณจีดีพี งวดไตรมาส 4 ของมูดี้ส์ โดยอิงงวดไตรมาส 3 ตามที่ฝ่ายวิจัยคาด นั่นหมายความว่า มูดี้ส์ มองผลกระทบจากน้ำท่วมจะกดดันจีดีพี งวดไตรมาส 4 หายไปราว 2% เหลือเติบโตเพียง 0.2-0.4% ซึ่งเป็นการประเมินในสถานการณ์ที่ค่อนข้างเลวร้ายมากเกินไปตามมุมมองของฝ่ายวิจัย ซึ่งฝ่ายวิจัยกำลังอยู่ในช่วงรอประเมินผลกระทบจากภัยน้ำท่วมที่กำลังคืบคลานเข้าสู่ กทม.อีกครั้ง ก่อนรายงานตัวเลขคาดการณ์จีดีพี ปี 2554-55 อีกครั้ง

นอกจากนี้ แม้ว่าผลกระทบจากน้ำท่วมจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก แต่ผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้มากเช่นนั้น เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับความเสียหายราว 140-150 บริษัท ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในบริษัทขนาดกลาง-เล็ก ซึ่งมีสัดส่วนกำไรเพียง 10-15% ของตลาดรวม ขณะที่กำไรงวดรวม 9 เดือนของปี 54 ส่วนใหญ่ ยังคงทำได้ตามเป้าหรือดีกว่าคาด จึงเชื่อว่ากำไรของตลาดโดยรวมที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ 87.4 บาทต่อหุ้นในปี 54 ยังคงอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล เพราะถ้ากำไรตลาดลดลงไป 1 บาทต่อหุ้น กำไรตลาดจะต้องหายไป 8,100 ล้านบาท

ดังนั้น หากกำหนดให้เกิดกรณีเลวร้ายสุด ที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหายไปเลยในงวดไตรมาส 4 จะทำให้กำไรตลาดหายไปราว 24,000 ล้านบาท หรือราว 3 บาทต่อหุ้น ดังนั้น EPS (อัตรากำไรต่อหุ้น) ของตลาดก็อาจลดลงมาเหลือ 83.4 บาทต่อหุ้น โดยสรุปภาพรวมหุ้น Domestic Plays หรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในประเทศ ยังถูกกดดัน แต่เนื่องจากมีมูลค่าตลาดไม่มาก จึงไม่สามารถจะกดให้ดัชนีตลาดติดลบได้เท่ากับหุ้นในชุด Global plays เช่น หุ้นพลังงาน หรือปิโตรเคมี ดังนั้น ทิศทางการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทย ในช่วงนี้จึงขึ้นปัจจัยภายนอกเป็นหลัก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 ตุลาคม 2554, 20:20 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 229 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: