แผนเยียวยาเกษตรกรหลังน้ำลด สู่โครงสร้างการผลิตใหม่สู้น้ำท่วม

Published ตุลาคม 26, 2011 by SoClaimon

26 ตุลาคม 2554, 01:00 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/211889

njpus24ncqkx5e1gw7rdysbiqm27cpxfkzm4oho1ltr

ธกส.ระดมสมองหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ เร่งวางมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด ช่วยเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม เตรียมรื้อใหญ่โครงสร้างการผลิตภาคเกษตรหนีผลกระทบน้ำท่วมในอนาคต กำหนดพื้นที่เสี่ยงต้องปลูกพืชทนน้ำ ลดการปลูกข้าวเหลือปีละ 2 ครั้ง ห้ามปลูกช่วง ก.ย.-ต.ค. พร้อมตั้งงบหมื่นล้านปล่อยกู้ฟื้นฟูอาชีพให้รายละไม่เกินแสนบาท ส่งเอกชนลงพื้นที่ซ่อมเครื่องไม้เครื่องมือฟรี ส่วนลูกค้าธกส.ที่เสียชีวิตจะตัดหนี้สูญทันที….

จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ในประเทศไทย สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงพืชผลทางเกษตรจำนวนมาก โดยเฉพาะนาข้าว พบว่าเสียหายกว่า 10 ล้านไร่ หรือ 7% ของพื้นที่นาข้าวของทั้งหมดที่ปลูกในประเทศไทย ขณะที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ได้มีการสำรวจพื้นที่น้ำท่วมใน 62 จังหวัด พบว่ามีลูกค้าเกษตรกรของธกส.จำนวน 4 แสนกว่าครัวเรือนได้รับผลกระทบ มูลค่าความเสียหาย 4 แสนกว่าล้านบาท แยกเป็นนาข้าว 5 ล้านกว่าไร่ พืชไร่ 8 แสนกว่าไร่ พืชสวน 2 แสนกว่าไร่  ภาคประมง 5 หมื่นกว่าไร่  ภาคปศุสัตว์ 1 หมื่นกว่าตัว และสัตว์ปีก 1 แสนกว่าตัว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องได้ออกมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ทั้งมาตรการเร่งด่วนและมาตรการระยะยาว โดยเฉพาะแผนฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลดที่อยู่ระหว่างการหารือจัดทำแผน คาดว่าจะออกมาในเร็วๆนี้ เพื่อเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา

njpus24ncqkx5e1gw7rdysbiqm27cpxfkzm4oho1ltr

ด้านนายสุพัฒน์ เอียวฉาย ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนโยบายรัฐ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดเผยกับ”ไทยรัฐออนไลน์”ว่า มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลดถือเป็นมาตรการสำคัญในการดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ดังนั้นได้ตั้งทีมในแต่ละภูมิภาคเพื่อเข้าไปดูแลเรื่องการผลิตและเมล็ดพันธุ์พืช โดยล่าสุดได้หารือร่วมกับหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว และสำนักเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับพื้นที่ ยกตัวอย่าง พื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วมต้องปลูกพืชที่ทนน้ำได้ หรืออาจปลูกพืชทดแทนพลังงานแทน

นอกจากนี้ยังมีการทบทวนให้ชาวนาทำนาปีละ 2 ครั้ง มีการกำหนดเดือนกันยายนและตุลาคมต้องไม่ทำการเพาะปลูกข้าว เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากน้ำท่วม และต้องวางแผนเรื่องการผลิตให้สูงขึ้น หรือหาพันธุ์ข้าวที่ทนต่อน้ำได้มาปลูก อย่างไรก็ตามการปรับโครงสร้างการผลิตดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการส่งออกข้าวของไทย เนื่องจากปีหนึ่งไทยผลิตข้าวได้ปีละ 32 ล้านตัน แต่ส่งออกจำนวน 10 ล้านตันเท่านั้น

ในการช่วยเหลือลูกค้าธกส.ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ก่อนหน้านั้นได้ออกมาตรการเร่งด่วน โดยให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลลูกค้าในพื้นที่ในทันที โดยจัดถุงยังชีพจำนวน 1 แสนกว่าชุด มูลค่า 82 กว่าล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและจัดเรือเครื่องยนต์จำนวน 45 ลำ ตามที่กระทรวงการคลังประสานมาเพื่อช่วยผู้ประสบภัยในจ.ลพบุรี เป็นระยะเวลาเดือนครึ่ง และเตรียมส่งเรือดังกล่าวไปช่วยในพื้นที่จ.ปทุมธานี และนนทบุรี จังหวัดละ 10 ลำ

ส่วนมาตรการช่วยเหลือกรณีลูกค้าธกส.เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้มีจำนวน 24 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 366 ราย จะตัดหนี้สูญไปเลย โดยไม่ให้เป็นภาระกับทายาท นอกจากนี้จะมีการขยายเวลาการชำระหนี้ 3 ปี โดยปลอดดอกเบี้ย ซึ่งในส่วนนี้จะให้รัฐบาลทำหน้าที่ชดเชยดอกเบี้ยแทน และเมื่อน้ำลดจะมีมาตรการในการฟื้นฟูอาชีพเพื่อให้ลูกค้าเกษตรกรมีรายได้ โดยจะปล่อยสินเชื่อรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งจะคิดดอกเบีี้ยลดลงร้อยละ 3 จากดอกเบี้ยปกติ สำหรับวงเงินดังกล่าวธกส.ได้เตรียมไว้เบื้องต้นจำนวน 1 หมื่นล้านบาท และหากไม่เพียงพอจะเสนอกระทรวงการคลังให้พิจารณาเพิ่มวงเงินต่อไป ขณะที่การฟื้นฟูซ่อมแซมเครื่องมือของเกษตรกร ได้ร่วมกับภาคเอกชนในการสนับสนุนเครื่องมือเครื่องจักรกลในการออกบริการซ่อมฟรี

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจออนไลน์
  • 26 ตุลาคม 2554, 01:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: