สุรพล ยอมหัก ยันไม่ลาออกจากประธาน MCOT

Published ตุลาคม 26, 2011 by SoClaimon

26 ตุลาคม 2554, 04:00 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/211939

njpus24ncqkx5e1gw7rdysbiqm27cpxfkzm4oho1ltr

‘สุรพล นิติไกรพจน์’ ร่ายจดหมายยาวเหยียดถึง รมว.คลัง ยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ด MCOT ตามที่ รมว. คลังร้องขอ เหตุต้องอยู่ให้ครบวาระ 3 ปี ตามที่รับปากผู้ถือหุ้นไว้

นายสุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT เปิดเผยว่าตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ แจ้งให้ทราบเมื่อวันอังคารที่ 13 กันยายน 2554 ว่าท่านรัฐมนตรีมีความประสงค์จะขอให้ลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการ บมจ.อสมท และต่อมาท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ขอให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งให้ทราบ เพื่อให้พิจารณาลาออกจากตำแหน่งอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 16 กันยายน 2554 และแจ้งด้วยว่าหากไม่ดำเนินการกระทรวงการคลัง จะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ บมจ.อสมท เพื่อลงมติให้คณะกรรมการ บมจ.อสมท พ้นจากตำแหน่ง

ทั้งนี้ต่อมาเมื่อวันอังคารที่ 20 กันยายน 2554 เมื่อท่านรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังกรุงลอนดอน ได้ขอให้รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งให้ทราบที่ประเทศอังกฤษอีกครั้งหนึ่งว่า ท่านรัฐมนตรีประสงค์จะให้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว มิฉะนั้นกระทรวงการคลังจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ บมจ.อสมท โดยการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น นั้น โดยหนังสือฉบับนี้ ใคร่ขอแจ้งต่อท่านรัฐมนตรีว่า แม้จะให้ทำการศึกษา วิจัย ค้นคว้าเรื่องราวของรัฐวิสาหกิจไทยและเกี่ยวข้องกับระบบบริหารงานรัฐวิสาหกิจมาโดยตลอดและไม่เคยเห็นพ้องด้วยกับแนวคิดที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจตามการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเลย ไม่ว่าจะในสมัยของรัฐบาลชุดใดๆ แต่โดยที่ตระหนักว่ารัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้งก็ย่อมมีแนวทางและบุคลากรที่ตนไว้วางใจสำหรับการปฏิบัติภารกิจในเรื่องต่างๆ

ดังนั้น หากจะสามารถอนุมัติให้เป็นไปตามแนวทางที่ท่านรัฐมนตรีประสงค์ได้ จะพยายามดำเนินการให้ แต่ทว่าสำหรับกรณีการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานคณะกรรมการ บมจ.อสมท นั้น ดังที่ได้เรียนต่อท่านรัฐมนตรีผ่านผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจและผ่านรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วว่า เป็นกรณีที่ได้ประกาศยืนยันความตั้งใจกับที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ บมจ.อสมท ไว้ในการประชุมวิสามัญ ครั้งที่ 1/2552 เมื่อได้เข้ามารับหน้าที่ไม่นานนัก ว่าจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ให้ครบวาระ 3 ปี

โดยไม่อยู่ต่อเป็นวาระที่ 2 และจะไม่ออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ไม่ว่าจะมีความกดดันหรือความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างใดเกิดขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ มีความเชื่อมั่นในความต่อเนื่องของการปฏิบัติตามนโยบาย 4 ประการในการบริหารงาน บมจ.อสมท ที่ได้ประกาศไว้ต่อที่ประชุมดังกล่าว ดังนั้นจึงไม่สามารถรับปากดำเนินการในเรื่องตามที่ท่านรัฐมนตรีขอให้ปฏิบัติในครั้งนี้ได้

อย่างไรก็ตามใคร่ขอรับรองต่อท่านรัฐมนตรีว่าคณะกรรมการ บมจ.อสมท ตระหนักดีว่า บมจ.อสมท เป็นหน่วยงานของรัฐ และรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ดังนั้นคณะกรรมการ บมจ.อสมท จึงยินดีที่จะปฏิบัติตามนโยบายและจะควบคุมดูแลกิจการบริหารงาน บมจ.อสมท ให้เป็นไปในแนวทางที่รัฐบาลมอบหมาย หรือ กำหนดให้ดำเนินการอย่างดีที่สุดและจะไม่มีการดำเนินการใดๆ ขัดแย้งหรือแตกต่างไปจากแนวทางที่รัฐบาลกำหนดไว้ในนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินโดยเด็ดขาด

ทั้งการที่ปรากฏข้อเท็จจริงที่เป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่า ในระยะเวลา 3 ปีติดต่อกันมานี้ บมจ.อสมท มีผลประกอบการที่ดีขึ้นโดยตลอดทั้งในทางการเงิน การบริหารงาน และประสิทธิภาพการบริหารองค์กร และสามารถจัดการปัญหาดั้งเดิมที่ค้างมาเป็นเวลานานจากอดีต ทั้งในเรื่องสัญญากับสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กรณีสัญญาเคเบิ้ลทีวีกับกลุ่มทรูวิชั่นส์ การตรวจสอบสะสางการปฏิบัติงานที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมาย ฯลฯ จนกระทั่งระบบการบริหารจัดการองค์กรได้รับความสำเร็จและยอมรับเป็นอย่างมาก

จนถึงขนาดที่กระทรวงการคลังโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจได้ประกาศให้ได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี 2554 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ขององค์กรในประเภทพัฒนาองค์กรดีเด่น และในฐานะประธานคณะกรรมการได้ไปรับรางวัลและความชื่นชมจากท่านรัฐมนตรีเอง เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2554 ที่เพิ่งผ่านมา สิ่งต่างๆ เหล่านี้ย่อมสามารถยืนยันถึงความรับผิดชอบในภารกิจและศักยภาพในการควบคุมดูแลการบริหารงานองค์กรของคณะกรรมการ บมจ.อสมท ชุดนี้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้นยังใคร่ขอเรียนต่อท่านรัฐมนตรีว่า การดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ บมจ.อสมท และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีก 3 คน รวมทั้งสิ้น 4 คน และครบวาระในเดือนเมษายน 2555 ที่กำลังจะมาถึงในอีกประมาณ 6 เดือนข้างหน้านี้แล้ว และตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 คณะกรรมการ บมจ.อสมท จะมอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาไปดำเนินกระบวนการเพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม เพื่อเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้แต่งตั้งเป็นกรรมการ บมจ.อสมท สืบแทนต่อไป

อีกทั้งในขณะนี้บมจ.อสมท ได้ออกประกาศเชิญชวนให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบมจ.อสมท อยู่แล้ว ดังนั้นในฐานะที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ย่อมมีความชอบธรรมที่ท่านรัฐมนตรีจะเสนอบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการใน บมจ.อสมท ได้อีกถึง 4 คน นอกเหนือจากกรรมผู้แทนกระทรวงการคลังและกรรมการจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องที่มีอยู่แล้ว ซึ่งหากท่านรัฐมนตรีจะได้เสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งดังกล่าว มายังบมจ.อสมท ในเดือนธันวาคม 2554 ที่กำลังจะมาถึงก็จะเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับกระบวนการสรรหาดังกล่าว และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ด้วยความเคารพต่อท่านรัฐมนตรีและไม่ประสงค์จะให้เกิดปัญหาหรืออุปสรรคทางกฏหมายใดในการบริหารงานบมจ. อสมท และในการบริหารราชการแผ่นดิน จึงใคร่ขอเรียนข้อเท็จจริงและทัศนะในเรื่องดังกล่าวตามความเป็นจริงมาเพื่อโปรดพิจารณาตามที่เห็นสมควร

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 ตุลาคม 2554, 04:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: