เดิมพันอยู่ที่กู้น้ำท่วม

Published ตุลาคม 25, 2011 by SoClaimon

20 ตุลาคม 2554, 05:03 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/210588

njpus24ncqkx5e1gw7rdysbiqm27cpxfkzm4oho1ltr

น้ำกว่า 11,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แยกระบายออกทางตะวันออก 9,400 ล้านลูกบาศก์เมตร และด้านตะวันตก 2,200 ล้านลูกบาศก์เมตร นี่คือตัวเลขตามข้อมูลจริงของหน่วยราชการ ซึ่งเมื่อประกอบกับแผนที่ทางไหลของน้ำที่จะออกสู่ทะเลอ่าวไทย

กรุงเทพฯตกอยู่ในชั่วโมงอันตราย

ในจังหวะสถานการณ์ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ของรัฐบาล กำลังเพลี่ยงพล้ำให้กองทัพน้ำ โดนตีแตกทีละด่าน ทำให้นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องเจอกับคำถามสื่อมวลชนที่แฝงอารมณ์เค้นคอกันเลยว่า น้ำจะเข้า กทม.แน่นอนใช่หรือไม่ เพราะขณะนี้รัฐบาลไม่พูดความจริง ทั้งๆที่จริงแล้วน้ำท่วมรอบเมืองหมดแล้ว

“วันนี้พูดความจริง วันนี้ต้องกราบเรียนว่าพูดความจริงค่ะ และไม่ได้ปิดบังพี่น้องประชาชน กราบเรียนว่าเราทำทุกวิถีทาง แต่ดิฉันต้องบอกว่าครั้งนี้เป็นวิกฤติใหญ่
ของประเทศ ลำพังคนเดียวเราทำไม่ได้ เราต้องอาศัยตรงนี้รวมพลังขอความร่วมมือทุกภาคส่วน

และวันนี้เราต้องเอาเกมการเมืองออกไป เราต้องทำเพื่อแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน และต้องให้ขวัญกำลังใจของคนไทยกลับคืนมา อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ กำลังใจเป็นสิ่งที่ต้องการในวันนี้ในการที่จะกอบกู้กำลังที่จะต่อสู้กับน้ำ วันนี้เราไม่ได้ต่อสู้กับอย่างอื่น เราต่อสู้อุทกภัยที่มากกว่าทุกปี และเป็นหลายประเทศ ดังนั้น ต้องใช้ความพยายาม และร่วมกัน ดิฉันคนเดียวต้องกราบเรียนว่าเป็นกลไกหนึ่ง ที่ต้องทำหน้าที่นี้เชื่อมโยงกับทุกกลไกก็ต้องขอความร่วมมือกับทุกส่วนด้วย”

ตามอาการจวนตัว ต้องงัดลูกอ้อนมาช่วย

อย่างไรก็ตาม ถ้าตัด “ลูกมั่ว” ของ ศปภ.ออกไป วัดกันตามระดับความยากของวิกฤติที่นายกฯยิ่งลักษณ์ต้องฝืนตอบคำถาม “จุกคอหอย” ที่ว่า ประเมินหรือไม่ว่าทำไมเราสู้กับน้ำไม่ได้เลย

ประการที่ 1 ปริมาณน้ำมากกว่าทุกปี เป็นประวัติศาสตร์มากกว่าถึง 3 เท่า ประการที่ 2 ปริมาณน้ำที่เจอนั้น ไม่มีโอกาสได้ระบายเลย ขังมา 2-3 เดือนแล้ว ดังนั้น จะให้แก้ในเดือนที่ 3 นั้นเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งปริมาณน้ำในเขื่อนก็มีอย่างเต็มพิกัดหรือเกินศักยภาพของเขื่อน ประการที่ 3 สภาพภูมิประเทศไม่เอื้อต่อการระบายน้ำ วันนี้การสร้างตึก สร้างถนน เป็นสิ่งที่ต้องมาหารือกันเรื่องการวางผังเมืองใหม่ ประการที่ 4 ต้องไปหารือกันในระยะยาวในเรื่องการวางแผนการไหลของน้ำให้สัมพันธ์กัน ทั้งกรมชลประทาน และการคมนาคม

“ยิ่งลักษณ์” ก็มองเห็นปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่ได้มั่วออกทะเลซะทีเดียว

ปัญหามันจึงอยู่ที่ว่า มาถึงชั่วโมงนี้ต้องยอมเปิดด่านเมืองหลวงให้น้ำผ่านได้หรือยัง

เพราะอย่างที่เห็น ปรากฏการณ์ไม่ต่างอะไรกับการตั้งพนังกั้นน้ำที่เป็นคันดินกับกระสอบทรายกั้นน้ำทะเล ยังไงก็ยื้อสู้ไม่ไหว โดนน้ำตีแตกทีละด่าน นิคมอุตสาหกรรมทยอยจมบาดาล

ยิ่งกั้นเขื่อนสูงแค่ไหนก็ยิ่งสะสมปริมาณน้ำ อั้นให้โดนถล่มแรงเสียหายหนัก

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญน้ำยืนยันตรงกัน ต้องปล่อยให้น้ำไหลผ่าน กทม. แม้จะต้องท่วมพื้นที่ “ไข่แดง” ของประเทศ แต่เมื่ออยู่ภายใต้การจัดการอย่างมีระบบ บริหารปริมาณน้ำให้กระจายไปในพื้นที่เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจน้อยๆในปริมาณที่ไม่ท่วมสูงมากนัก

มันน่าจะอยู่ในวิสัยที่ขีดวงจำกัดความเสียหายได้

ที่แน่ๆตามข้อมูลที่นักลงทุนต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สะท้อนผ่านทีมงานของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ที่เดินสายให้กำลังใจพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ สรุปเลยว่า นิคมอุตสาหกรรมต่างๆยอมให้น้ำท่วมได้ 50 เซนติเมตร ภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 วัน ซึ่งยังอยู่ในขีดความสามารถที่พอจะกู้เครื่องจักรได้ แต่ถ้ามากกว่านั้นก็เสี่ยงกับอาการถอดใจ ยากที่จะควักเนื้อลงทุนใหม่ในวงเงินสูงๆ จ่อย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น

เรื่องของเรื่องช่วงน้ำท่วม เข้าใจได้ว่า “เกินมือ” มนุษย์ที่จะฝืนเอาชนะธรรมชาติ

แต่หลังจากน้ำพัดผ่านไป ถึงขั้นตอนของการกู้น้ำท่วม การเยียวยาผู้ประสบภัย การฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม สภาพความเป็นอยู่ของประชาชน ตรงนี้ถือว่าอยู่ในวิสัยของฝ่ายบริหารประเทศจะโชว์กึ๋นได้

เดิมพันของ “ยิ่งลักษณ์” อยู่ตรงนี้มากกว่า.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 20 ตุลาคม 2554, 05:03 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: