‘ทีดีอาร์ไอ’ชี้หลายธุรกิจรับผลบวก หลังน้ำลดฉุดจีดีพีขึ้น

Published ตุลาคม 24, 2011 by SoClaimon

24 ตุลาคม 2554, 13:10 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/211547

njpus24ncqkx5e1gw7rdysbiqm27cpxfkzm4oho1ltr

ทีดีอาร์ไอ เผยมุมมองต่างหลังน้ำท่วม ชี้จีดีพีจะโตบนความสูญเสียจาก 4%มาเป็น 4.5% จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟู อาทิ รับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ซ่อมรถ ซึ่งจะมียอดขายสูงขึ้น รวมถึงการเร่งจ่ายงบของรัฐเพื่อชดเชยผู้ประสบภัย…

รศ.ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาฝ่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย วันที่ 18 ต.ค. 2554 ระบุมีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบอุทกภัยในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง 62 จังหวัด 621 อําเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 2,742,310 ครัวเรือน 8,795,516 คน เสียชีวิต 315 ราย สูญหาย 3 คน มีการประมาณการเบื้องต้นว่า น้ำท่วมครั้งนี้จะสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่า 100,000 ล้านบาท จะฉุดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คาดไว้ว่าจะโต 4% ให้ลดลง ซึ่งเป็นการคาดประมาณตามที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในความเป็นจริงจะพบว่า เมื่อประเทศเกิดปัญหาภัยพิบัติอย่างรุนแรง เผชิญความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล ในไตรมาสต่อๆ มา กลับมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น เช่น จากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 4% มาเป็น 4.5% เป็นต้น ซึ่งสาเหตุแท้จริงก็ไม่ได้เป็นเพราะปัญหาพิบัติภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น โดยดูจากรายได้ประชาชาติปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่เป็นเพราะบัญชีรายได้ประชาชาติมิได้ถูกออกแบบมาเพื่อวัดมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติเหล่านี้

และสิ่งที่มักพบช่วงหลังภัยพิบัติหรืออุทกภัย คือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้บางประเภท ประสบปัญหาและทำให้รายได้ประชาชาติปรับลดลง เช่น รายได้จากภาคอุตสาหกรรมการผลิตในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ลดลง แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีกิจกรรมที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นอีกมาก เช่น อุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง อิฐ หิน ปูน ทราย ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มบรรจุขวด ปั๊มน้ำ สูบน้ำ อุปกรณ์ไฟฟ้า ตู้เย็น ทีวี เครื่องซักผ้า ธุรกิจจัดสวน ไม้ดอกประดับ อู่ซ่อมรถ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจประกันภัย เวชภัณฑ์ การรักษาพยาบาล รวมไปถึงการเร่งจ่ายงบประมาณภาครัฐ เพื่อชดเชยให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งการเพิ่มขึ้นของยอดขายเหล่านี้ จะมีผลทำให้รายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้น และทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีเพิ่มสูงขึ้นด้วย

“แม้ประชาชนจะสูญเสียทรัพย์สินมีค่าที่ใช้เวลาสะสมมานานอย่างบ้าน ที่อยู่อาศัย สถานประกอบการ เครื่องจักรอุปกรณ์ ที่สวน ไร่นา มูลค่าทรัพย์สินเหล่านี้ไม่ได้ถูกบันทึกในรายการในบัญชีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ จึงไม่ส่งผลฉุดให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีลดลง อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวไว้”

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น และให้ผลบวกต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งในภาวะปกติจะสะท้อนความกินดีอยู่ดี แต่ในสภาวการณ์ภายหลังภัยพิบัติ จีดีพีที่เติบโตจะสะท้อนความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ที่ประเทศต้องนำทรัพยากรไปใช้ในกิจกรรมอันไม่พึงประสงค์ ดังนั้นรัฐบาลจึงควรประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจ จากปัญหาน้ำท่วมโดยไม่ต้องอิงการเปลี่ยนแปลงของบัญชีรายได้ประชาชาติ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 24 ตุลาคม 2554, 13:10 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: