ทีดีอาร์ไอ จี้ ปูเลิกประชานิยม โยกเงินฟื้นน้ำท่วม

Published ตุลาคม 23, 2011 by SoClaimon

22 ตุลาคม 2554, 00:42 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/211045

eywwb5wu57mynkouftzqdklhsm8kldz1ygsclcqyu26afkr5vc5mbp

นักวิชาการทีดีอาร์ไอ ประสานเสียงแนะรัฐบาลเลิกนโยบายประชานิยมไม่เร่งด่วน เลิกขึ้นค่าแรง 300 บาท ปรับโครงการรับจำนำข้าว โยกเงินมาช่วยเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมแทน…

นายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้เป็นที่ปรากฏชัดเจนขึ้นว่า ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมค่อนข้างมาก และการดำเนินการแก้ไขของภาครัฐคงจะทำแค่แผนกั้นน้ำเข้าเขตกรุงเทพฯอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องวางระบบป้องกันในระยะยาวและเร่งลงทุนเพื่อการฟื้นฟูและเยียวยาผู้เดือดร้อนอีกมาก ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมโหฬารพอสมควร เนื่องจากต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการป้องกันในระยะยาว และชดเชยผู้เดือดร้อนบางส่วน และที่สำคัญรัฐบาลควรจำมีแผนในการป้องกันออกมาให้เห็นในระยะ 6-7 เดือนนี้ด้วย เพื่อเป็นกระบวนการส่วนหนึ่งในการเรียกความเชื่อมั่น“

eywwb5wu57mynkouftzqdklhsm8kldz1ygsclcqyu26afkr5vc5mbp

ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเร่งทบทวนนโยบายประชานิยม หันมากอบกู้สถานการณ์น้ำท่วมและแนวทางในการฟื้นตัวก่อน ต้องบอกประชาชนไปเลย ว่ารัฐบาลไม่เบี้ยวประชานิยม แต่มีความจำเป็นต้องผันเงินมาใช้เยียวยาและป้องกัน บูรณาการประเทศอย่างมโหฬารปัญหาน้ำท่วมก่อน ต้องใช้เงินจำนวนมาก มาใช้ในด้านเศรษฐกิจ สังคม เพราะอย่างน้อยต้องลงทุนต่อเนื่องในระยะ 10 ปีนี้ ผมคิดว่าประชาชนเข้าใจ และคิดว่านโยบายการขึ้นค่าแรง 300 บาท รถยนต์คันแรก บ้านหลังแรกจาก 5 ล้านบาท อาจจะเหลือแค่ 2 ล้านบาท ต้องทบทวน โดยเฉพาะการจำนำข้าวต้องปรับ เพราะน้ำท่วมทำให้ปริมาณผลผลิตข้าวน่าจะลดลงมหาศาล ชาวนาคงไม่มีใครมีข้าวมาจำนำ ”

ขณะที่ นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย เศรษฐกิจมหภาค ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ปัญหาผลกระทบจากน้ำท่วมขณะนี้ ยังไม่สิ้นสุด ต้องดูว่าน้ำจะกระจายกินพื้นที่ไปกระทบในวงกว้างมากขึ้นแค่ไหน เพราะพื้นที่เสี่ยงซึ่งอาจจะท่วมเพิ่ม ในพื้นที่อย่างนิคมอุตสาหกรรมในฝั่งตะวันออก ยังมีอีกมากพอสมควร และหากน้ำท่วมนานเกินไป 1 เดือนผลกระทบจะซ้ำเติมเศรษฐกิจมากขึ้นไปอีก เพราะถ้าท่วมนาน 1 เดือน คิดเป็น 10% ของ 1 ปี ที่มี 12 เดือนแล้ว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและใช้เวลานานมากขึ้นในการฟื้นตัวพราะกว่าจะซ่อมบำรุงเครื่องจักร หรือจัดซื้อเข้ามาใหม่ต้องใช้เวลาพอสมควร คาดว่าเท่าที่ประเมินความเสียหายขณะนี้น่าจะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ประมาณ 1-2%

eywwb5wu57mynkouftzqdklhsm8kldz1ygsclcqyu26afkr5vc5mbp

ผลกระทบตอนนี้คงกระทบจีดีพีประมาณ 1-2% ซึ่งถ้าเศรษฐกิจชะลอจะกระทบต่อการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลให้ลดลงด้วย งานนี้ รัฐบาลคงหนีไม่พ้นที่จะต้องกู้เงิน มาใช้ในการฟื้นฟูและเยียวยา ซ่อมแซม และป้องกันปัยหาระยาวในภาคส่วนต่างๆ ในแต่ละพื้นที่อีกพอสมควร เช่น ถ้าทุนเสียหายก็ควรดูเรื่องทุนมาช่วยเสริม ผมคิดว่ารัฐบาลควรเลิกโครงการประชานิยม เช่น การรับจำนำข้าว หรือการเลิกนโยบายการขึ้นค่าจ้าง 300 บาท เพราะตอนนี้นิคมอุตสาหกรรมสำคัญหลายแห่งเสียหายมาก ทำให้แรงงานจำนวนมากเสี่ยงที่จะถูกเลิกจ้าง รัฐบาลจึงควรเลิกเรื่องขึ้นค่าจ้างก่อน แล้วหันมาช่วยหามาตรการคงการจ้างงานไว้แทน ช่วยบรรเทาความเดือนร้อนผู้ประกอบการและแรงงาน” นายสมชัยกล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 ตุลาคม 2554, 00:42 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 1 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: