คลังดัน บสย.ช่วยผู้ประกอบการกระทบน้ำท่วม

Published ตุลาคม 22, 2011 by SoClaimon

20 ตุลาคม 2554, 17:43 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/210773

eywwb5wu57mynkouftzqdklhsm8kldz1ygsclcqyu26afkr5vc5mbp

“ธีระชัย” ปฏิเสธมาตรการภาษีช่วยผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ระบุเมื่อผู้ประกอบการมีรายได้ลด ก็สามารถหักลดหย่อนภาษีได้อยู่แล้ว เตรียมแพ็กเกจมาตรการภาษีและสินเชื่อช่วยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีผ่านเอสเอ็มอีแบงก์และแบงก์เอกชน …

วันที่ 20 ต.ค. นายธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล รมว.คลัง เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้ว่า มาตรการที่จะออกมานี้จะเน้นความช่วยเหลือไปที่กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี โดยจะใช้มาตรการทางการคลัง กล่าวคือ การหักลดหย่อนภาษีสำหรับการจัดซื้อเครื่องจักรใหม่และให้วงเงินสินเชื่อ เพื่อนำไปฟื้นฟูธุรกิจ สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบเสนอขอให้ยกเว้นภาษีให้นั้น ยังไม่มีการพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวให้ เนื่องจากเมื่อภาคธุรกิจได้รับความเสียหาย ก็สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้เพิ่มเติมอยู่แล้ว แต่เราจะจัดวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อการฟื้นฟูให้ ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต อย่างไรก็ดี พบว่า บริษัทขนาดใหญ่นั้นเป็นบริษัทข้ามชาติ มีบริษัทแม่ในต่างประเทศพร้อมที่จะให้วงเงินสนับสนุนเพื่อฟื้นฟูกิจการ ดังนั้นรัฐบาลอาจไม่ต้องดำเนินการช่วยเหลือในส่วนนี้มากนัก ขณะเดียวกันส่วนใหญ่ก็มีประกันภัยทรัพย์สินและการขาดรายได้อยู่แล้ว

eywwb5wu57mynkouftzqdklhsm8kldz1ygsclcqyu26afkr5vc5mbp

“ขณะนี้กำไรเขาก็ลดโดยอัตโนมัติ ทำให้อาจไม่มีมาตรการภาษีเพิ่มเติม คิดว่าปัญหาคือ การจัดให้มีวงเงินฟื้นฟูเรื่องเหล่านี้ให้คล่องตัว ซึ่งกำลังเสนอให้ปีหน้าเป็นปีเพื่อลงทุน ก็ถือโอกาสฟื้นฟูอุทกภัยด้วย เราก็พยายามกระตุ้นเขาให้เน้นเรื่องพัฒนาตัวเอง เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ปรับให้มีมูลค่าเพิ่ม ทำหีบห่อให้เป็นมาตรฐาน ถ้าทำตามประเด็นเหล่านี้จะได้ดอกเบี้ยต่ำลงไป ถ้าไม่มีแนวนี้เสนอก็จะใช้ดอกเบี้ยที่สูง”

ทั้งนี้ สำหรับมาตรการทางการคลังเพื่อช่วยธุรกิจเอสเอ็มอี ประกอบด้วย 1.มาตรการทางภาษี โดยกรณีที่มีการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่จะให้ความยืดหยุ่นในการหักค่าเสื่อมราคาได้เต็มจำนวนในปีแรก รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการนำเข้าเครื่องจักร เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุน 2.มาตรการทางด้านสินเชื่อ ซึ่งมีแนวคิดที่จะให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่ง ประเทศไทย(เอสเอ็มอีแบงก์) จัดวงเงินสินเชื่อแบบผ่อนปรนให้ธุรกิจเอสเอ็มอี ขณะเดียวกันจะให้มีการสนับสนุนสินเชื่อผ่านธนาคารพาณิชย์ด้วย โดยจะให้บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพิ่มวงเงินค้ำประกันจากปัจจุบันในสัดส่วน 15% ของวงเงินสินเชื่อ

“การเข้าไปค้ำประกันสินเชื่อผ่านบสย.นั้น เราเตรียมไว้จำนวน 60,000 ล้านบาท โดย 10,000 ล้านบาท จะเป็นการค้ำประกันในสัดส่วน 50% สำหรับธุรกิจเกิดใหม่ที่ดำเนินธุรกิจไม่เกิน 2 ปี และวงเงิน 50,000 ล้านบาท จะค้ำประกันมากกว่า 15% สำหรับธุรกิจปกติ อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ต้องมีการพิจารณาความเป็นไปได้ของธุรกิจประกอบด้วย”

eywwb5wu57mynkouftzqdklhsm8kldz1ygsclcqyu26afkr5vc5mbp

นายธีระชัย กล่าวถึงส่วนนโยบายการดำเนินงานที่มอบให้กรมสรรพากรด้วยว่า การทำงานของกรมสรรพากรในระยะต่อไปนั้น จำเป็นต้องมีหน้าที่ตรวจสอบการจัดเก็บภาษีว่าครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ ซึ่งเดิมเป็นการทำงานโดยเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรโดยลำพัง แต่จากนี้เห็นว่าควรที่จะอาศัยการทำงานของผู้ตรวจสอบบัญชีให้มีการประสานการทำงาน โดยให้มีการจัดประชุมระหว่างกรมสรรพากรกับหน่วยงาน กำกับดูแลผู้ตรวจสอบบัญชีอย่างเป็นประจำ เพื่อให้กรมสรรพากรยกระดับการทำงาน ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบผู้สอบบัญชี

นอกจากนี้ให้กรมสรรพากรเพิ่มบทบาทด้านวิชาการ โดยการศึกษามาตรการภาษีเพื่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการวางกฎระเบียบที่รองรับการพัฒนาตลาดทุน ซึ่งมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงโดยตลอด ส่วนการปฏิรูปโครงสร้างภาษีทั้งระบบ ซึ่งธนาคารโลกได้มีผลการศึกษาระบบภาษีและให้คำแนะนำในการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ควรจะลดจำนวนรายการหักลดหย่อนภาษี การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการปรับลดภาษีเหลือ 23% ในปี 55 รวมถึงการทบทวนสิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุนให้สอดคล้องกัน ก็ได้มอบหมายให้กรมฯไปจัดทำแผนปฏิบัติกลับมาเสนอโดยเร็ว

eywwb5wu57mynkouftzqdklhsm8kldz1ygsclcqyu26afkr5vc5mbp

นายอารีพงศ์ ภู่ชะอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไปจะมีการตัดสินใจเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีในแต่ละเรื่อง ซึ่งในส่วนของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณา เช่น การแยกยื่นภาษีเงินได้ของสามีภรรยา การปรับปีบัญชีภาษีตามผู้ตรวจสอบ และผู้จ่ายภาษี ซึ่งภาคเอกชนเรียกร้องปรับให้เป็นรอบเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มช่วงการเสียภาษี ระหว่างผู้มีรายได้สูง รายได้ปานกลาง และรายได้น้อย และการหักลดหย่อนภาษีเงินได้ที่มี 2-3 ประเด็นที่ต้องพิจารณา

ส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคล หลังรัฐบาลปรับลดภาษีจาก 30% เหลือ 23% ในปี 55 ซึ่งเป็นอัตราเทียบเท่าประเทศในอาเซียนและเพิ่มการแข่งขันได้ และสามารถทำให้มีการขยายฐานภาษีได้มากขึ้น แต่จะต้องมีการปรับลดสิทธิประโยชน์บีโอไอให้สอดคล้องกัน ซึ่งกระทรวงการคลังจะได้หารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับอัตราภาษีและเป้าหมายในการขยายฐานภาษีต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 ตุลาคม 2554, 17:43 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 1 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: