โรงงานกรุงเก่าบอบช้ำ น้ำท่วมซัดความเสียหายมหาศาล แรงงานเสี่ยงตกงาน

Published ตุลาคม 19, 2011 by SoClaimon

19 ตุลาคม 2554, 05:30 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/210301

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

นักเศรษฐศาสตร์ ประเมินน้ำท่วมสร้างความเสียหายแก่นิคมอุตสาหกรรมในอยุธยา เฉพาะทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนล้านบาท คาดมูลค่าความเสียหายมหาศาลหากดูผลกระทบในภาพรวมทั้งหมดหลังน้ำลด แนะรัฐเพิ่มงบขาดดุลอีก 2-3% จากที่ ครม.ไฟเขียวเพ่ิมอีก 5 หมื่นล้าน เพื่อฟื้นฟูประเทศหลังน้ำลด เน้นระบบชลประทานและการจัดการน้ำ ขณะที่สภาอุตสาหกรรมฯย้ำ นิคมอุตสาหกรรมในอยุธยามีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 4 แสนล้าน เสนอแผนฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมอย่างเร่งด่วนพร้อมช่วยเหลือแรงงานตกงาน ชงรัฐหามาตรการทางภาษีช่วยผู้ประกอบการ คาดหลายโรงงานต้องย้ายพื้นที่การผลิตใหม่หลังบอบช้ำจากสถานการณ์น้ำท่วม ด้านสหภาพสมานฉันท์แรงงงานฯ กังวลแรงงานกว่า 5 แสนคนถูกลอยแพ เรียกร้องนายจ้างเห็นใจจ่ายค่าจ้างครึ่งหนึ่ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน…

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ประสบภัย 59 จังหวัด ได้ส่งผลกระทบต่อโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 930 โรงงาน ในพื้นที่ 28 จังหวัด โดยโรงงานที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และนครสวรรค์ ทั้งนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ส่งผลกระทบต่อนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ สหรัตนนคร โรจนะ บางปะอิน และไฮเทค ซึ่งศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินความเสียหายเบื้องต้นคิดเป็นมูลค่าการผลิตในภาคอุตสาหกรรมของประเทศถึงร้อยละ 2.5  มีมูลค่าความเสียหาย 3-4 แสนล้านบาท เป็นความเสียหายด้านการผลิต  7.98 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นสินทรัพย์ถาวร เครื่องจักร และทรัพย์สินอื่นๆ ที่ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ คาดว่าจะใช้เวลาในการฟื้นฟูให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ อย่างน้อย 3-6 เดือน นอกจากนี้จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในไตรมาส 4 ด้วย  เพราะไม่สามารถส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อได้ และจะทำให้การส่งออกขยายตัวลดลงเหลือร้อยละ 17.8 จากเดิมคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 19.2

ในส่วนนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ มีโรงงานทั้งสิ้น 198 โรง คนงานประมาณ 2 แสนคน เม็ดเงินการลงทุน  6-7 หมื่นล้านบาท นิคมอุตสาหกรรมไฮเทคมีโรงงาน 143 โรง คนงานประมาณ 5.4 หมื่นคน คิดเป็นเม็ดเงินการลงทุนเกือบ 7 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยโรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญและมีกำลังการจ้างงานมากกว่า 1 พันคนขึ้นไป ได้แก่ แคนนอน โซนี่ และฮาน่า  และจากสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้โรงงานเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ จำเป็นต้องปิดกิจการชั่วคราว ซึ่งส่งผลกระทบต่อคนงานต้องหยุดงานเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยกับ”ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” ในประเด็นความเสียหายของนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากผลกระทบน้ำท่วมจนต้องปิดกิจการว่า ประเมินความเสียหายมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนล้านบาท เฉพาะในส่วนทรัพย์สินของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ไม่รวมในส่วนซัพพลายเชนที่ไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ในขณะนี้ และต้องดูตัวเลขการเลิกจ้างแรงงานว่าเป็นจำนวนเท่าไร เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมไม่สามารถประเมินได้ว่าจะยาวนานเท่าไร โดยส่วนตัวมองว่าน่าจะยืดเยื้อ ซึ่งกระทบต่อจีดีพีที่จะลดลงร้อยละ 1 -1.5

“มีบางบริษัทของญี่ปุ่นและอเมริกา ได้ใช้ฐานการผลิตในประเทศไทยในการป้อนชิ้นส่วนต่างๆ ส่งไปยังต่างประเทศและในประเทศ แม้ว่าขณะนี้จะมีชิ้นส่วนอยู่ในสต๊อกสำรองสำหรับ 1 เดือนก็ตาม แต่หากไม่สามารถผลิตได้จะกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมที่เป็นซัพพลายเชนทั้งหลาย ซึ่งยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้”

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

ส่วนกรณี ครม.อนุมัติงบประมาณขาดดุลปี 2555 เพิ่มอีก 5 หมื่นล้านบาท ตนมองว่าไม่น่าจะเพียงพอในการฟื้นฟูประเทศหลังน้ำลด อยากเสนอให้เพิ่มอีกร้อยละ 2-3 เพราะในแง่งบสาธารณะต่อจีดีพีมองว่ายังไม่สูงมากในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน และต้องเน้นในเรื่องสำคัญโดยเฉพาะเรื่องระบบจัดการน้ำ ระบบชลประทาน เนื่องจากมีแนวโน้มว่าปีหน้าจะเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติขึ้นอีก ทั้งนี้รัฐบาลอาจต้องหาวิธีโดยเชิญชวนภาคเอกชนเข้าร่วมในการลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เน้นในเรื่องระบบจัดการน้ำเป็นสำคัญ

เช่นเดียวกับนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ”ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์”ว่า ขณะนี้ไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนิคมอุตสาหกรรมในจ.พระนครศรีอยุธาได้ ต้องประเมินหลังน้ำลดว่ากระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องว่ามีมูลค่าความเสียหายเท่าไร ซึ่งแน่นอนจะเกิดผลกระทบยาวนานและมีมูลค่าความเสียหายมากกว่าที่ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินไว้ 3-4 แสนล้านบาท ดังนั้นสภาอุตสาหกรรมฯจึงได้วางแนวทางในการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้ให้เร็วที่สุด รวมถึงการช่วยเหลือแรงงานที่ขาดรายได้จากการจ้างงาน และการช่วยเหลือเรื่องภาษีให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

อย่างไรก็ตาม ได้เสนอให้ตั้งคณะทำงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อเร่งการฟื้นฟูโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับภาครัฐและเอกชน และในแง่ภาคเอกชนจะร่วมกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมได้เข้ามาช่วยฟื้นฟู เนื่องจากมีโรงงานหลายร้อยโรงงานต้องดำเนินการซ่อมแซม โดยใช้เงินจำนวนมากในการซื้ออะไหล่ นอกจากนั้นทางสภาอุตสาหกรรมฯได้ประสานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กองทัพ ในการขนย้ายเครื่องจักรออกจากพื้นที่ที่ประสบภัย ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินงานในส่วนนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และโดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ได้มีการย้ายแม่พิมพ์ 300-400 ชิ้น โดยเฉพาะแม่พิมพ์รถยนต์ไปผลิตยังโรงงานอื่น

“ขณะนี้มีโรงงานที่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่เก่ียวข้องกับโพลีเอสเตอร์ได้รับความเสียหายหนักจากน้ำและโคลนเข้าไปในเครื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ และยังมีโรงงานผลิตรถยนต์รายใหญ่แห่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเกือบ 100% ต้องใช้เวลาฟื้นฟูมากถึง 10 เดือน ดังนั้นในอนาคตอาจต้องย้ายโรงงานผลิตไปอยู่ในที่แห่งใหม่ รวมถึงโรงงานอื่นๆที่มีแนวโน้มจะย้ายไปยังแหล่งอื่น”

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

ด้านนางวิไลวรรรณ แซ่เตีย ประธานสหภาพสมานฉันท์แรงงงานไทย กล่าวกับ”ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” ได้แสดงความเป็นห่วงแรงงานจำนวนกว่า 5 แสนคน ในนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยไม่เกิน 40 ปี จะได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้าง โดยเฉพาะช่วงหลังน้ำลดใน 4-5 เดือนข้างหน้า หรือระยะเวลาอาจมากกว่านี้ ที่ผ่านมาทางสหภาพฯ ได้หารือร่วมกับองค์กรความช่วยเหลือแรงงานในประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนงานดังกล่าว โดยเบื้องต้นได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือเยียวยา พร้อมกับทำฐานข้อมูลโดยการลงสำรวจในพื้นที่เพื่อรับทราบข้อเดือดร้อนของแรงงาน

“ต้องยอมรับว่า กลุ่มคนงานเหล่านี้ไม่มีเงินสะสม ทำงานไปก็ใช้กินไปวันๆ อยากเรียกร้องให้นายจ้างอย่าอ้างเรื่องกฎหมาย เรื่องความเสียหายที่ได้รับผลกระทบมาอ้างเพื่อเลิกจ้างงาน หรือแม้แต่สั่งพักงานชั่วคราวโดยไม่จ่ายค่าจ้าง แต่อย่างน้อยอยากให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างสักครึ่งก็ยังดีเพราะยังได้เงินจากการประกันโรงงาน อีกทั้งคนงานไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวยังมีครอบครัวต้องดูแล อยากให้เอาความจริงใจมาคุยกันเพื่อให้คนงานอยู่ได้ ไม่อยากได้ยินข่าวการฆ่าตัวตายของคนงาน เพราะฉะนั้นอย่าไปตอกย้ำแต่ควรช่วยเหลือ รวมถึงภาครัฐต้องเข้ามาช่วยเหลือโดยด่วน ตั้งแต่บัดนี้ในการตั้งคณะทำงานตรวจสอบผลกระทบต่อคนงาน ไม่ใช่รอหลังน้ำลดแล้วมาดำเนินการ”

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

ส่วนกรณีสำนักงานประกันสังคม จะเปิดโอกาสให้กลุ่มแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมสามารถกู้เงินในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยนั้น ยังมีความเป็นห่วงว่าคนงานไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ได้อาจติดปัญหาในหลายเงื่อนไข ดังนั้นภาครัฐต้องออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อให้นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างระหว่างปิดกิจการชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจออนไลน์
  • 19 ตุลาคม 2554, 05:30 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: