ปรับโครงสร้างพลังงานประเทศ “พิชัย” พลิกฟื้นฐานะกองทุนน้ำมันสู่ความมั่งคั่ง

Published ตุลาคม 17, 2011 by SoClaimon

10 ตุลาคม 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/eco/ecoscoop/207888

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

ภายหลังสร้างความฮือฮาในวันแรกของการทำงานในฐานะรัฐบาล ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิงของน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลลงให้มีผลในวันรุ่งขึ้นทันที

จนเป็นผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน 95 ลดลง 8.02 บาท น้ำมันเบนซิน 91 ลดลง 6.70 บาท และน้ำมันดีเซล 3 บาท เหตุผลสำคัญของมติ กพช.ดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

เมื่อผ่านไป 1 เดือน การประชุมอีกครั้งของ กพช. ได้ก่อให้เกิด ข้อกังขาถึงทิศทางนโยบายพลังงานของรัฐบาล เมื่อมีมติให้ปรับขึ้นราคาก๊าซภาคขนส่ง โดยให้ขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ลิตรละ 4.92 บาท หรือกิโลกรัม (กก.) ละ 9 บาท และขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) ลิตรละ 6 บาท ซึ่งการตัดสินใจขึ้นราคาดังกล่าวดูเสมือนจะเป็นการเพิ่มภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และไม่เคยมีรัฐบาลยุคใดกล้าตัดสินใจมาก่อน

สองนโยบาย สองทิศทาง ดูเหมือนจะสวนทางกัน ทั้งสร้างความสับสนว่ารัฐบาลต้องการ “ลด” หรือ “เพิ่ม” ภาระให้กับประชาชนกันแน่

“ทีมเศรษฐกิจ” จึงจับเข่าคุยกับ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน ในฐานะรองประธาน กพช. และประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง เพื่อค้นหาคำตอบมาตีแผ่ให้ประชาชนคลายความสงสัย ซึ่งประเด็นหลักของความคิดทั้งหมด มาจากความพยายามตอบโจทย์เพื่อนำไปสู่  “การปรับโครงสร้างพลังงานของ ประเทศ” ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทยในการแก้ปัญหาการบิดเบือนราคาพลังงาน

“ผมมั่นใจว่าได้เร่งทำตามนโยบายด้านพลังงานที่หาเสียงไว้อย่างต่อเนื่อง  แม้ว่าจะถูกวิจารณ์ว่าทำไปแก้ไขไป แต่ก็ถือว่าได้ทำตามที่ตั้งใจไว้”

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

ปรับราคาเชื้อเพลิงทั้งระบบ

นายพิชัย กล่าวว่า มติ กพช. เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบ ให้ปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.2555 ประกอบด้วย 1. การตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือนที่ 18.13 บาทต่อ กก. ไปจนถึงสิ้นปี 2555

ขณะที่ราคาแอลพีจีภาคขนส่ง ให้ขยายระยะเวลาการตรึงราคาไปจนถึงวันที่ 15 ม.ค. 2555 จากนั้นจะเริ่มปรับขึ้นราคาขายปลีกเพิ่มขึ้นอีก 75 สตางค์ (สต.) ต่อ กก.หรือ 41 สต.ต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2555 รวม 12 เดือน รวมเป็น 9 บาทต่อ กก.หรือ 4.92 บาทต่อลิตร

นอกจากนี้  ยังเห็นชอบให้จัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน สำหรับแอลพีจีที่ใช้เป็นวัตถุดิบ ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี 1 บาทต่อ กก. ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2555

2. การปรับราคาขายปลีกเอ็นจีวี ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.2555 เป็นต้นไป เดือนละ 50 สตางค์ (สต.) ต่อ กก. รวม 12 เดือน หรือปีละ 6 บาทต่อ กก. ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้กองทุนน้ำมันเริ่มทยอยปรับลดอัตราเงินชดเชยเอ็นจีวีลงเดือนละ 50 สต.ต่อ กก. และต่อไปเมื่อคุ้มต้นทุนแล้วก็ไม่ต้องชดเชยอีก

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

3.  การปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันของน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 1 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซล ให้ปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมัน 60 สต.ต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.2555 นอกจากนี้ กพช.ยังอนุมัติให้กองทุนน้ำมันกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน ในวงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินหมุนเวียนของกองทุนน้ำมันภายในสิ้นปีนี้อีกด้วย

“การปรับโครงสร้างราคาพลังงานดังกล่าว จะทำให้ฐานะของกองทุนน้ำมันสุทธิ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2555 อยู่ที่ 3,877 ล้านบาท”

เพื่ออนาคตความมั่นคงทางพลังงาน

นายพิชัย ยอมรับกับ “ทีมเศรษฐกิจ” ว่า มติ กพช.ดังกล่าว เหมือนเหรียญสองด้านที่มีทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกัน ก็จะเป็นการผ่าทางตันเพื่อทำให้กองทุน น้ำมัน สามารถดำรงสถานะอยู่ได้ในระยะยาว เพื่อปฏิบัติภารกิจที่ รัฐบาลชุดนี้จะลงหลักปักฐาน ด้วยการใช้กลไกของกองทุนน้ำมัน เป็น ฟันเฟืองสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประชาชนในระยะยาว

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

“กว่า 30 ปีที่ผ่านมา กองทุนน้ำมันถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เพราะเป้าหมายหลักคือการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาผลกระทบ หากราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและยาวนาน ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใด แต่ปรากฏว่ากองทุนน้ำมัน กลับถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เช่น ถูกนำไปชดเชยราคาพลังงานประเภทอื่นๆ คือแอลพีจีและเอ็นจีวี ด้วยการนำเงินคนใช้น้ำมัน มาจ่ายชดเชยให้คนใช้แอลพีจีและเอ็นจีวี”

ขณะเดียวกัน นอกจากการนำเงินกองทุนน้ำมันไปใช้ผิดประเภทแล้ว กลไกด้านราคาแอลพีจีในไทยก็ถูกกำหนดให้จำหน่ายเพียง 18.13 บาทต่อ กก. โดยที่ราคาต้นทุนหน้าโรงแยกก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ 22 บาทต่อ กก.

ดังนั้น หากราคาในประเทศ ไม่มีการทยอยปรับขึ้นจนถึงจุดคุ้มทุนของ ปตท.ที่ประมาณ 28-30 บาทต่อ กก. ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 ที่เป็นช่วงเวลาของการรวมตัวกันของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ก็จะทำให้ประเทศเพื่อนบ้าน หันมาซื้อแอลพีจี จากไทยออกไปใช้ในประเทศของตนเองเพิ่มขึ้น จนอาจจะเกิดวิกฤติการขาดแคลนในประเทศ ด้วยเหตุผลของราคาและการเปิดเสรีของเออีซี

ขณะเดียวกัน หลังการลอยตัวราคาแอลพีจีภาคขนส่ง บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ก็จะเติมสารพิเศษในแอลพีจี ภาคครัวเรือน เพื่อป้องกันการลักลอบนำแอลพีจีภาคครัวเรือนมาใช้ในภาคขนส่ง  เพราะเมื่อเติมสารพิเศษแล้ว จะทำให้การ ใช้งานข้ามประเภทไม่สามารถทำได้

เมื่อรัฐบาลตัดสินใจผ่าตัดนโยบายราคาพลังงาน เพื่อพลิกฟื้น สถานะของกองทุนน้ำมันให้กลับมาเป็นบวกและมีความมั่นคงแล้วนั้น

รมว.พลังงาน  กล่าวย้ำอีกว่า กองทุนน้ำมันจะเดินหน้าในการวางยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ เพื่อเป็นการป้องกันทั้งในเรื่องของความขาดแคลนพลังงานและความผันผวนด้านราคา ด้วยการพิจารณาจัด ตั้งการสำรองน้ำมันโดยภาครัฐ เพื่อดูแลภาวะวิกฤติทั้งสองเรื่อง ก็เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสม

โดยการใช้เงินกองทุนน้ำมัน จัดสร้างคลังเก็บกักน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อรองรับภาวะวิกฤติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะขณะนี้ไทยมีน้ำมันสำรองเพียง 18 วัน โดยไม่ต้องมีการนำเข้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินในตะวัน ออกกลางขึ้นมา จึงสมควรที่จะเพิ่มปริมาณสำรองดังกล่าว ขั้นต่ำ 100 วันเป็นต้น และเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการขยายธุรกิจพลังงาน อาทิ เอ็นจีวีเพิ่มขึ้นอีกด้วย

บัตรเครดิตพลังงานรถรับจ้าง

นายพิชัย กล่าวว่า ราคาพลังงานที่จะเพิ่มขึ้นหลังปีใหม่ รัฐบาลมั่นใจว่าจะไม่กระทบกับผู้มีรายได้น้อยมากนัก เพราะตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป กระทรวงพลังงานจะออกบัตรเครดิตพลังงานให้กับกลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ ในเขตกรุงเทพฯปริมณฑล รอบแรก 59,000 คัน ผู้ขับขี่รถตู้โดยสาร รถร่วม ขสมก.รวม 6,000 คัน รถตุ๊กตุ๊ก 6,700 คัน และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งผู้ที่มีคุณสมบัติได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นผู้ขับขี่ที่ใช้เอ็นจีวีเท่านั้น จากนั้นกระทรวงพลังงานจะขยายการให้บริการ บัตรเครดิตพลังงานไปสู่กลุ่มรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ตามหัวเมืองหลักๆ หรือจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ต่อไป

“คุณสมบัติของบัตรเครดิตพลังงาน เหมือนกับการใช้บัตรเครดิตทั่วไป คือใช้ก่อนผ่อนจ่ายทีหลัง วงเงินที่คาดว่าจะจัดสรรให้ประมาณ 2,000-4,000 บาทต่อใบ ซึ่งบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินมาให้ และไม่ต้องวิตกกังวลว่า กลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ใช้บัตรเครดิตพลังงาน จะเป็นตัวการให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพราะเชื่อมั่นว่า คนกลุ่มนี้มีวินัยทางการเงินสูง เนื่องจากหากสามารถรักษาวินัยทางการเงินจากการใช้ก่อนผ่อนทีหลังแล้ว ยังได้รับสิทธิส่วนลดราคาเอ็นจีวีหน้าสถานีบริการ”

หากใครไม่รักษาสิทธิไว้ ก็จะถูกถอดชื่อออกจากโครงการ และไม่สามารถกลับเข้ามาร่วมโครงการอีกครั้งได้

นอกจากนี้ รัฐบาลก็จะเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ให้กับกลุ่มคนที่มีประวัติการจ่ายเงินชำระหนี้ที่ดี และมีแนวคิดกันเงินส่วนหนึ่งจากกองทุนน้ำมันไว้จ่ายคืนให้คนกลุ่มนี้ เหมือนเงินบำนาญหลังการเลิกประกอบอาชีพด้วย.

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

ไพรินทร์ ชูโชติถาวร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)

การลอยตัวราคาพลังงาน เป็นเรื่องที่รัฐบาลกล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง

เพราะราคาพลังงานเป็นเรื่องของหลักเศรษฐศาสตร์ ที่ราคากับคุณค่าของพลังงานต้องสอดคล้องกัน เพราะถ้าไม่สอดคล้องกันจะทำให้เกิดการบิดเบือนราคาและเกิดการใช้อย่างสิ้นเปลือง เพราะประชาชนจะไม่ตระหนักถึงคุณค่าของพลังงานที่ไทยนำเข้าเกือบ 95%

ดังนั้น รัฐบาลต้องปลุกจิตสำนึก ให้คนไทยยอมรับและเข้าใจว่า แม้ว่าเอ็นจีวีและแอลพีจีจะจัดหามาได้จากในอ่าวไทย แต่แอลพีจีจำนวนหนึ่งก็ต้องนำเข้า หากปล่อยให้มีการกำหนดราคาจำหน่ายต่ำกว่าต้นทุน ก็เท่ากับว่าเป็นการไม่สงวนทรัพยากรไว้ให้กับลูกหลานของเราในอนาคตได้ใช้ได้นานๆหรือหมดลงในเวลาอันรวดเร็วและยังเป็นการสูญเสียเงินตราต่างประเทศ

“เพราะการอุดหนุนราคาแอลพีจีในระยะยาวต่อไป เท่ากับว่าเป็นการเร่งให้ประเทศนำเอาทรัพยากรอันมีค่าที่ควรใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมาเผาเป็นเชื้อเพลิง ถือเป็นการสูญเปล่าถึง 2 ต่อ คือเสียทั้งในด้านมูลค่าแอลพีจีเองและในด้านเม็ดเงินที่ถูกเก็บจากผู้ใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่นมาสนับสนุนในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่คุ้มค่าในแนวทางที่เหมาะสม”

ปตท.ไม่ได้คำนึงว่าหลังการปรับขึ้นราคาพลังงานจะสร้างกำไรให้แก่ ปตท. หรือไม่ แต่ต้องการให้ประเทศไทย มีมาตรการการใช้พลังงานอย่างถูกวิธี เพราะถึงอย่างไรแล้ว ปตท.ก็ยังได้รับเงินชดเชยจากการนำเข้าแอลพีจีตามปกติ

โดยระหว่างเดือน เม.ย. 2551-ก.ย. 2554 ปตท. รับภาระนำเข้าแอลพีจีรวม 56,667 ล้านบาท และได้รับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันแล้ว 656,055 ล้านบาท คงเหลืออีก 6,412 ล้านบาท

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

สำหรับเอ็นจีวี เมื่อถึงเวลาที่มีการใช้บัตรเครดิตพลังงาน เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผู้ขับขี่รถสาธารณะซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ที่ยังได้รับการสนับสนุนด้านราคาอยู่ แต่สำหรับผู้ใช้กลุ่มอื่นๆที่มีการปรับราคาขึ้นจะช่วยทำให้ลดภาระของ ปตท.ได้ระดับหนึ่ง

ดังนั้น เมื่อมีความชัดเจนในเรื่องราคาพลังงาน ปตท.ก็จะเร่งพิจารณาถึงสัดส่วนการใช้เอ็นจีวีของผู้มีรายได้น้อยและผู้ขับขี่รถสาธารณะเป็นรายปี เพื่อปรับแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับผลประกอบการของธุรกิจเอ็นจีวี และจะเดินหน้าลงทุนขยายสถานีบริการเอ็นจีวีอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

รวมทั้งจะมีการติดตามสถานการณ์ความต้องการใช้เอ็นจีวีเป็นระยะๆ หากพบว่ามีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปตท. ก็พร้อมจะเร่งขยายสถานีบริการ เอ็นจีวีให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศให้ทันกับความต้องการที่เติบโตขึ้น ไม่ให้เกิดการขาดแคลน ซึ่งล่าสุดมีจำนวนรถยนต์เอ็นจีวีรวม 291,180 คัน และในสิ้นปีนี้จะมีสถานีบริการเอ็นจีวีทั่วประเทศรวม 482 แห่ง และในปีนี้ ปตท.ต้องรับภาระขาดทุนจากการจำหน่ายเอ็นจีวี 11,500 ล้านบาท

นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาดังกล่าว ถือเป็นการส่งสัญญาณราคาที่ต่อเนื่องและยาวนาน เพียงพอที่จะก่อให้เกิดความมั่นใจในการลงทุนของผู้ประกอบการในการขยายธุรกิจเอ็นจีวีได้เป็นอย่างดี และเป็นการบอกให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริงและเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ว่าการอุดหนุนราคาพลังงาน ต้องทำเพียงระยะสั้นๆ ไม่สามารถมีได้ตลอดไป เพื่อไม่ให้นโยบายการอุดหนุนราคา ดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เพราะจะเป็นอันตรายอย่างรุนแรงต่อรัฐบาลและสังคมประเทศชาติในระยะยาว

“หากรัฐบาลมีความจำเป็นจะให้ ปตท.รับภาระราคาพลังงานในเงื่อนไขของราคาและเวลาที่เหมาะสม ปตท.ก็พร้อมจะรับภาระเพื่อช่วยเหลือสังคม เพราะ ปตท. เป็นบริษัทพลังงานของคนไทย.”
ทีมเศรษฐกิจ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมเศรษฐกิจ
  • 10 ตุลาคม 2554, 05:00 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: