บอร์ดค่าจ้างมีมติขึ้นค่าจ้าง 40% ทั่วปท.

Published ตุลาคม 17, 2011 by SoClaimon

17 ตุลาคม 2554, 15:52 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/209984

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

บอร์ดค่าจ้างสนองนโยบายรัฐมีมติปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 40% ทั่วประเทศ เริ่ม 1 เม.ย.55 ส่งผลให้กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูเก็ต 7 จังหวัด ค่าจ้างขั้นต่ำทะลุ 300 บาท ส่วนที่เหลือให้ปรับครบทุกจังหวัดในปี 56 เตรียมเสนอ ครม. พิจารณาใน 2-3 สัปดาห์หน้า…

เมื่อวันที่ 17 ต.ค. เวลา 11.30 น. คณะกรรมการค่าจ้างกลาง หรือบอร์ดค่าจ้าง ได้ประชุมพิจารณาการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทตามนโยบายรัฐบาล โดยมี นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้างกลางเป็นประธานในการประชุม หลังจากการประชุมบอร์ดค่าจ้าง เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ได้ข้อยุติในเรื่องดังกล่าว

โดยมีการเสนอทางเลือก 2 แนวคือ 1.ให้ปรับค่าจ้าง 300 บาท ภายใน 2 ปี โดยปีแรกปรับเพิ่มขึ้น 40% ใน 7 จังหวัดในวันที่ 1 ม.ค.2555 ปีที่สองปรับจังหวัดที่เหลือเป็น 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศในวันที่ 1 ม.ค.2556 และ 2. ให้ปรับขึ้น 300 บาทแบบขั้นบันไดภายในเวลา 4 ปี เพื่อให้นายจ้างมีเวลาปรับตัว ซึ่งตัวแทนฝ่ายนายจ้างขอให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจน มาเสนอต่อที่ประชุมในวันที่ 17 ต.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมบอร์ดค่าจ้างครั้งนี้ ต้องมีการเคาะปรับค่าจ้างในแนวทางใดทางหนึ่งเนื่องจากติดเงื่อนเวลาที่จะ ต้องประกาศใช้อัตราค่าจ้างใหม่ภายในวันที่ 1 ม.ค. 2555 ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ และถูกกลุ่มผู้ใช้แรงงานกดดันทวงสัญญาให้ปรับ 300 บาททั่วประเทศ ในขณะที่คณะกรรมการค่าจ้างกลางฝ่ายนายจ้างก็ได้แถลง เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะเสนอให้ที่ประชุมเลื่อนการพิจารณาการปรับค่าจ้างออกไปอีก 6 เดือน โดยยกเหตุน้ำท่วมใหญ่ทำผู้ประกอบการได้รับความเสียหายร้ายแรง และขอโอกาสให้ทำการฟื้นฟูกิจการก่อน แล้วค่อยมาถกการปรับค่าจ้างกันใหม่อีกครั้ง

เดิมการประชุมจะมีขึ้นในเวลา 09.30 น. แต่เลยเวลานัดมาประมาณ 1 ชม. การประชุมก็ยังไม่เริ่มขึ้น จนปลัดกระทรวงแรงงานเชิญกรรมการฝ่ายนายจ้างคุยกันนอกรอบประมาณ 30 นาที ก่อนเข้าห้องประชุมเวลาประมาณ 11.30 น. นพ.สมเกียรติ กล่าวภายหลังประชุมเป็นเวลากว่า 1 ชม. ว่า คณะกรรมการค่าจ้างกลางฝ่ายรัฐ ลูกจ้าง และนายจ้าง ได้พิจารณาข้อมูลของอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดและข้อเสนอของอนุกรรมการกลั่นกรอง แล้วเห็นพ้องต้องกันให้มติให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นทั่วประเทศ 40% จากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเดิมของแต่ละจังหวัด

ดังนั้น จะทำให้ 7 จังหวัด ได้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มเป็น 300 บาทต่อวัน คือ กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร และภูเก็ต เนื่องจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฐานค่าจ้างเดิมอยู่ที่ 215 บาท และภูเก็ต มีฐานค่าจ้างเดิมที่ 221 บาท แต่ขณะนี้เกิดภาวะวิกฤติจากอุทกภัยน้ำท่วม จึงให้มีผลบังคับใช้ค่าจ้างใหม่ ในวันที่ 1 เม.ย.2555

ส่วนอีก 70 จังหวัด ที่ค่าจ้างขึ้นต่ำยังไม่ถึง 300 บาท จะพิจารณาให้ปรับเป็น 300 บาทในปี 2556 ส่วนจังหวัดที่ปรับค่าจ้างขั้นต่ำถึง 300 บาทแล้วให้คงอัตรานี้ไปจนถึงปี 2558 โดยจะนำมติในการประชุมบอร์ดเสนอ ครม.พิจารณาเร็วที่สุด ภายใน 2-3 สัปดาห์ ทั้งนี้จะเสนอไปพร้อมกับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเป็นแพคเกจ

นพ.สม เกียรติ กล่าวว่า แม้จะมีข้อเสนอจำนวนมาก แต่สุดท้ายทุกฝ่ายมีมติตรงกันโดยไม่ต้องโหวต และในการประชุม มี นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เข้าร่วมชี้แจงถึงมาตรการที่จะช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท เช่น การลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ในปี 2555 การหักรายจ่ายของค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น เพื่อนำไปหักภาษีนิติบุคคลได้ 1.5 เท่า จากที่ก่อนหน้านี้กระทรวงแรงงานเสนอไว้ที่ 2 เท่า

ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นธุรกิจเอสเอ็มอี ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30 ล้านบาท นอกจากนี้ ฝ่ายนายจ้างได้เสนอมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ขอลดภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 3% จากปัจจุบันอยู่ที่ 7% ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้ครอบคลุมไปถึงกลุ่มธุรกิจ แต่ครอบคลุมเฉพาะบุคคลธรรมดา ซึ่งทางกระทรวงการคลังได้รับไปพิจารณารวมทั้งการลดการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม และขยายเวลาการนำส่งเงินสมทบประกันสังคม จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม วันที่ 25 ต.ค.นี้

สำหรับการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 40% ทั่วประเทศ จะทำให้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำต่อวัน ในแต่ละจังหวัดปรับเป็นดังนี้ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และภูเก็ต 300 บาท ชลบุรี 274.4 บาท ฉะเชิงเทรา และสระบุรี 270.2 บาท พระนครศรีอยุธยา 266 บาท ระยอง 264.6 บาท พังงา 260.4 บาท ระนอง 259 บาท กระบี่ 257.6 บาท นครราชสีมา และปราจีนบุรี 256.2 บาท

ลพบุรี 254.8 บาท กาญจนบุรี 253.4 บาท เชียงใหม่ และราชบุรี 252 บาท จันทบุรี และเพชรบุรี 250.6 บาท สงขลา และสิงห์บุรี 246.4 บาท ตรัง 254 บาท นครศรีธรรมราช และอ่างทอง 243.6 บาท เลย ชุมพร พัทลุง สตูล และสระแก้ว 242.2 บาท สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ ยะลา สุราษฎร์ธานี 240.8 บาท นราธิวาส อุบลราชธานี และอุดรธานี 239.4 บาท นครนายก และปัตตานี 238 บาท

หนองคาย ตราด และลำพูน 236.6 บาท กำแพงเพชร และอุทัยธานี 235.2 บาท กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยนาท และสุพรรณบุรี 233.8 บาท เชียงราย นครสวรรค์ บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด และสกลนคร 232.4 บาท ชัยภูมิ มุกดาหาร ลำปาง สุโขทัย และหนองบัวลำภู 231 บาท

นครพนม 229.6 บาท พิจิตร พิษณุโลก แพร่ มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน อำนาจเจริญ และอุตรดิตถ์ 228.2 บาท ตาก และสุรินทร์ 226.8 บาท น่าน 225.4 บาท ศรีสะเกษ 224 บาท และพะเยาซึ่งเดิมเป็นจังหวัดที่มีค่าจ้างขั้นต่ำน้อยที่สุดในประเทศ 159 บาท ขยับขึ้นเป็น 222.6 บาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าหนึ่ง
  • 17 ตุลาคม 2554, 15:52 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: