กลไกรัฐเปะปะ สอบตกประสิทธิภาพ

Published ตุลาคม 17, 2011 by SoClaimon

16 ตุลาคม 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/209541

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

วิกฤติน้ำท่วมประเทศไทยครั้งนี้หนักหนาสาหัสสากรรจ์

เข้าขั้นที่เรียกได้เต็มปากเลยว่าเป็น “สึนามิน้ำจืด”

เพราะปริมาณน้ำฝนจำนวนมหาศาลจากพายุหลายลูกที่พัดเข้าถล่มประเทศไทยในช่วงฤดูฝน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายจังหวัดทางภาคเหนือ และภาคอีสาน

ส่งผลให้มีน้ำไหลบ่าเข้าเขื่อนใหญ่ทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี

จนปริมาณน้ำล้นเขื่อน ต้องเร่งระบายออกกันจ้าละหวั่น

ขณะที่มีฝนตกต่อเนื่องทางภาคเหนือทั้งตอนบนและตอนล่าง รวมทั้งพื้นที่ภาคกลาง ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำเหนือไหลเข้าเขื่อนไม่หยุด ต้องเร่งระบายน้ำเพิ่มป้องกันเขื่อนแตก

ขณะเดียวกัน ฤทธิ์จากพายุฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนักในพื้นที่ภาคกลาง ทำให้เกิดปัญหาอุทกภัยในหลายจังหวัด

เมื่อน้ำฝนที่เข้าท่วมพื้นที่ภาคกลางกับน้ำเหนือที่ถูกปล่อยออกมาจากเขื่อนต่างๆรวมตัวกัน ก็ยิ่งทำให้น้ำที่ท่วมจังหวัดต่างๆ มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น

ที่สำคัญ เมื่อมวลน้ำเพิ่มขึ้นจำนวนมหาศาล ก็ยิ่งมีพลัง มีความรุนแรงในการเคลื่อนตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่าทวีคูณ

ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่จังหวัดในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง อย่างหนักหน่วง ไล่ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี

หลายพื้นที่โดนน้ำไหลบ่าเข้าท่วมสูง จนมีสภาพไม่ต่างไปจากเมืองบาดาล บ้านเรือนที่อยู่อาศัย เรือกสวนไร่นา จมน้ำเสียหายยับเยิน

ในขณะที่หลายจังหวัดไล่ตั้งแต่นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ปทุมธานี พยายามระดมสรรพกำลังใช้กระสอบทรายเสริมแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา

สร้างพนังกั้นน้ำเพื่อสกัดไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมตัวเมืองพื้นที่เศรษฐกิจ ศูนย์ราชการ โรงพยาบาล

แต่ที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากได้ กระสอบทรายพังทลาย พนังกั้นน้ำรับไม่ไหวแตกเป็นช่อง น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่หลังแนวป้องกัน

หลากเข้าท่วมเมือง ต้องอพยพผู้คนกันชุลมุนไปหมด

แม้แต่พื้นที่ที่ถือเป็นหัวใจด้านเศรษฐกิจ อย่างนิคมอุตสาหกรรม

สหรัตนนคร นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ที่ทุกฝ่ายพยายามป้องกันอย่างสุดฤทธิ์ มีการระดมกำลังจากหลายหน่วยงานเข้าไปทำคันดินเสริมแนวกั้นน้ำกันเต็มที่ แต่ก็ไม่อาจต้านทาน “สึนามิน้ำจืด” ที่โอบล้อมซัดเข้าถล่มจากทุกทิศทุกทาง

คันป้องกันแตก น้ำทะลักท่วมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมจมมิดไปทีละแห่ง เครื่องจักรและทรัพย์สินต่างๆเสียหายหลายหมื่นล้านบาท

ยังไม่รวมถึงผลกระทบที่โรงงานต่างๆต้องปิดกิจการไม่มีกำหนด ลูกจ้างต้องเผชิญภาวะตกงานนับหมื่นคน

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด น้ำท่วมบ้านแล้ว ยังต้องตกงานขาด

รายได้จุนเจือเลี้ยงดูครอบครัว

ทั้งนี้จากสถานการณ์ที่พี่น้องประชาชนเรือนแสนเรือนล้าน ต้องผจญกับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้ ถือเป็นมหันตภัยใหญ่ของชาติ

ต้องยอมรับว่า การระดมป้องกันแก้ไขปัญหาและการให้ความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทำกันอย่างเต็มที่

แม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังไปร่วมหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา

ทุกฝ่ายในสังคมให้ความร่วมไม้ร่วมมือ ทั้งการบริจาคเงินและสิ่งของจำเป็น เพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัย

ในขณะที่หน่วยราชการต่างๆ โดยเฉพาะกองทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ต่างให้การสนับสนุนทั้งด้านกำลังพล เครื่องไม้ เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ ในการเข้าไปป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำท่วม ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดกำลัง

แต่วิกฤติจากภัยพิบัติน้ำท่วมก็ไม่ได้คลี่คลายลง แถมหนักขึ้นเรื่อยๆ

เห็นได้ชัดๆจากข่าวคราวที่ออกมาแต่ละวันในห้วงที่สถานการณ์น้ำท่วมเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง ไล่ตั้งแต่ อ่างทอง ล่ม ลพบุรี จมทั้งเมือง สระบุรี ท่วมหนัก นครสวรรค์ จมบาดาล อยุธยา ท่วมทั้งจังหวัด ปทุมธานีจมน้ำ นนทบุรี ท่วมสูง

นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่เป็นหัวใจด้านเศรษฐกิจของประเทศล่ม จมน้ำไปแล้ว 3 แห่ง

ส่วนนิคมอุตสาหกรรมที่ยังเหลืออยู่ทั้งในพื้นที่อยุธยาและจังหวัดปทุมธานี ก็อยู่ในสถานการณ์ปริ่มน้ำ ต้องลุ้นกันแบบวันต่อวัน

ล่าสุด กรุงเทพมหานครรอบนอกโซนตะวันออก และพื้นที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็ได้รับผลกระทบ โดนน้ำทะลักท่วมแล้วหลายเขต

ขณะที่น้ำเหนือจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะหลากลงมาถึงกรุงเทพฯในห้วงวันที่ 16–18 ตุลาคม ซึ่งเป็นจังหวะที่น้ำทะเลหนุนสูง และยังมีฝนตกต่อเนื่อง

กรุงเทพฯจะเผชิญวิกฤติน้ำท่วมขนาดไหน ต้องรอลุ้นกัน

ที่สำคัญ ในขณะที่ทุกจังหวัด ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ระดมกำลังป้องกันแก้ปัญหาน้ำท่วมกันอย่างเต็มที่ องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล ระดมสรรพกำลังปกป้องพื้นที่ของตัวเองอย่างสุดกำลัง

ดูแล้วเหมือนจะบรรเทาเหตุการณ์พิบัติภัยน้ำท่วมลงไปได้ แต่มันกลับตรงกันข้าม สถานการณ์ในหลายพื้นที่ กำลังในส่วนของจังหวัดเอาไม่อยู่ เพราะวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้หนักหนาสาหัสเกินกว่ากำลังของทางจังหวัดจะแก้ไขได้

จำเป็นต้องใช้สรรพกำลังจากระดับชาติเข้าไปสนับสนุน ทั้งกำลังทหาร เครื่องมือหนัก และอุปกรณ์ต่างๆในการช่วยเหลือประชาชน

รวมทั้งการจัดการเกี่ยวกับการระบายน้ำในแม่น้ำสายหลักและเขื่อนต่างๆเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและเกี่ยวเนื่องกับหลายจังหวัด

การแก้ปัญหาพิบัติภัยจากวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ จึงเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลที่จะต้องบัญชาการแก้ปัญหาในภาพทั้งหมด

แต่เมื่อโฟกัสไปที่รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่

แน่นอนว่า นายกฯยิ่งลักษณ์มีความตั้งใจในการเดินหน้าแก้วิกฤติน้ำท่วมอย่างเต็มที่

แต่การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหายังไม่เป็นเอกภาพ ทำให้การสั่งการต่างๆเกิดความระส่ำระสาย จนรัฐบาลไม่สามารถสำแดงการปฏิบัติการในการใช้กลไกรัฐแก้ปัญหาวิกฤติน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เห็นได้ชัดจากการที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาน้ำท่วมขึ้นมาก่อนหน้านี้ 2 ชุด คือ

คณะกรรมการบริหารจัดการแก้ปัญหาอุทกภัย ดินโคลนถล่มและภัยแล้ง (บอภ.) และคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน

แต่การทำงานในการแก้ปัญหาเป็นไปด้วยความล่าช้าและไม่ทั่วถึง

จนในที่สุด นายกฯยิ่งลักษณ์ต้องตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ขึ้นมา โดยให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็น ผอ.ศูนย์ฯ

นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นรอง ผอ.ศูนย์ฯ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เป็นผู้ช่วย ผอ.ศูนย์ฯ ฝ่ายปฏิบัติการ ดูแลเรื่องการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย เรื่องการอพยพ อาหาร น้ำ และที่อยู่อาศัย

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เป็นผู้ช่วย ผอ.ศูนย์ฯ ฝ่ายอำนวยการร่วม ดูแลเรื่องการสนับสนุนฝ่ายปฏิบัติการ การแจ้งเตือนภัย วิเคราะห์ข้อมูล และแนวทางการดำเนินการต่างๆ

โดยให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นที่ปรึกษา ผอ.ศูนย์ฯ และให้รัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 7-8 คน ร่วมเป็นกรรมการ แต่ไม่ได้มีบทบาทหน้าที่ที่โดดเด่นในการแก้ปัญหาวิกฤติครั้งนี้แต่อย่างใด

ทั้งที่โดยหลักสากลยามเกิดภัยพิบัติรุนแรง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือวอร์รูม ต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจน

มีรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าไปทำหน้าที่และมีบทบาทอย่างเด่นชัดในการสั่งการหน่วยราชการในสังกัด เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วทันเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะเป็นภารกิจช่วยชีวิตคน

แต่ปรากฏว่า การทำงานของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของรัฐบาล กลับทำงานกันอย่างสับสนอลหม่าน เพราะนอกจากโครงสร้างไม่ชัดเจน รัฐมนตรีที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงไม่ได้เข้าไปมีบทบาทรับผิดชอบตามสายงานของตัวเอง ผิดฝาผิดตัว

ยังมีบรรดาพวกรู้เยอะ รู้มาก แต่รู้ไม่จริง เข้าไปบัญชาการ ทำให้เกิดความสับสนไปหมด

ที่สำคัญ เมื่อมีการรายงานสถานการณ์การช่วยเหลือต่างๆผ่านจอโทรทัศน์ ก็มีการแย่งซีนกันเอง โชว์ออฟผลงาน

เหมือนกรณีโฆษกศูนย์ฯที่ไม่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติ และนายปลอดประสพ สุรัสวดี แถลงการณ์ด่วนออกโทรทัศน์ แจ้งข่าวประตูระบายน้ำแตก ขอให้ประชาชนเร่งอพยพ

แต่คล้อยหลังไม่กี่นาที พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศูนย์ฯ ก็ออกมาแถลงยืนยันว่าสามารถแก้ไขสถานการณ์ประตูระบายน้ำได้ ยังควบคุมสถานการณ์ได้

ทำเอาชาวบ้านสับสนไปหมด ไม่รู้จะเชื่อคำพูดของใคร ส่งผลให้ความเชื่อมั่นลดลงไปด้วย

เหนืออื่นใด ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวอร์รูมของรัฐบาล สะท้อนว่า แม้นายกฯยิ่งลักษณ์มีความตั้งใจในการแก้ปัญหา แต่การบริหารจัดการยังไม่เข้าถึงแก่นของเนื้องาน

ทำให้การสั่งการระส่ำระสาย ไม่สามารถนำศักยภาพของรัฐมาใช้ได้อย่างเต็มที่

กลไกวอร์รูมสะเปะสะปะ สอบตกประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม วิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้คงยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะยังมีปัญหาทั้งน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และน้ำฝนที่ยังกระหน่ำไม่หยุด รัฐบาลยังต้องแก้ไขวิกฤตินี้อีกนานนับเดือน

ฉะนั้น เมื่อรู้ว่าการทำงานตรงจุดไหนมีปัญหา ต้องทบทวนแก้ไข

เซ็ตระบบสั่งการของวอร์รูมให้แน่น

เพราะถ้ายังปล่อยให้ทำงานสะเปะสะปะ ประชาชนคือผู้รับกรรม.

“ทีมการเมือง”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมการเมือง
  • 16 ตุลาคม 2554, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 129 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: