ไม่มีปฏิวัติ ไม่สร้างเงื่อนไข

Published ตุลาคม 12, 2011 by SoClaimon

9 ตุลาคม 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/207670

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

แกนนำแดง “ชน” กองทัพสวนกระแสช่วยน้ำท่วม

เดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า ประชาชนเรือนแสนเรือนล้านต้องเผชิญความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสจากภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์

หลายจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ไล่ตั้งแต่จังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี โดนน้ำทะลักเข้าท่วมอย่างหนัก หลายพื้นที่กลายเป็นเมืองบาดาล หันไปทางไหนก็มีแต่ผืนน้ำเวิ้งว้างไปหมด

บ้านเรือนทรัพย์สินจมน้ำเสียหาย ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพหนีน้ำขึ้นไปปลูกเพิงพักอาศัยชั่วคราวบนถนน แต่ก็ไม่วายโดนน้ำท่วมซ้ำ จำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นไปเกือบ 300 ราย

ถนนหนทางหลายสาย สะพานหลายแห่ง รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคโดนน้ำซัดพังใช้การไม่ได้

นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อย่างนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดนน้ำทะลักเข้าท่วมได้รับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่านับหมื่นล้าน

ส่วนนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆอีก 2–3 แห่ง ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงก็อยู่ในสถานการณ์ปริ่มน้ำ ต้องระดมสร้างแนวป้องกันน้ำกันอย่างชุลมุน

พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยต้องใช้ชีวิตด้วยความทุกข์ยากลำบากแสนเข็ญ

ในขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศและประกาศเตือนว่าอาจมีพายุอีก 2–3 ลูก ที่มีอิทธิพลทำให้ฝนตกในประเทศไทยต่อไปอีก

เขื่อนใหญ่ๆที่รับน้ำไว้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือบางแห่งเกินกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ต้องเร่งระบายน้ำเพิ่มเพื่อรองรับน้ำเหนือและน้ำฝนที่จะกระหน่ำลงมาอีก

วิกฤติน้ำท่วมที่หนักหนาสาหัสอยู่ ก็ยิ่งมหาสาหัสสากรรจ์ขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์มหันตภัยจากวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ครึ่งค่อนประเทศ เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล

ทุกฝ่ายทั้งรัฐบาล หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน ก็พยายามระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกันอย่างเต็มที่

แต่ด้วยสภาพปัญหาที่มีปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลทะลักเข้าท่วมพื้นที่หลายจังหวัดพร้อมกันเป็นบริเวณกว้าง และหลายพื้นที่น้ำท่วมสูงมาก

ประกอบกับเส้นทางคมนาคม ถนนและสะพานหลายแห่งถูกน้ำซัดพัง รวมทั้งทางจังหวัดและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องขาดแคลนอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ

โดยเฉพาะเรือท้องแบน เรือยนต์ลำเลียง ที่จะใช้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยที่อยู่ห่างไกล มีไม่เพียงพอ

การให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้า ทั้งการอพยพคน การส่งข้าวส่งน้ำเข้าไปในพื้นที่วิกฤติ จึงเป็นไปด้วยความล่าช้าและไม่ทั่วถึง

แต่ยังดีที่ทางกองทัพ ทั้งกองทัพบก และกองทัพเรือ ได้ส่งกำลังพลพร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือ  ทั้งรถบรรทุกลำเลียงพล  รถสะเทินน้ำ

สะเทินบก เรือลำเลียง เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่วิกฤติ

รวมไปถึงการระดมทหารช่างเข้าสนับสนุนช่วยซ่อมแซมคอสะพานประตูระบายน้ำบางโฉมศรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ที่ถูกกระแสน้ำพัดพังทลาย เป็นเหตุให้น้ำทะลักเข้าท่วมจังหวัดลพบุรี จมบาดาลเกือบทั้งจังหวัด

จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าทหารกลายเป็นหน่วยหลักและหน่วยหน้า ในการบุกตะลุยเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน

สามารถทำหน้าที่เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนในยามทุกข์ยากได้

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

ในขณะที่การวางแผนแก้ปัญหาวิกฤติน้ำท่วมในภาพรวมของรัฐบาลก็ยังอยู่ในลักษณะเก้ๆกังๆ

มีการตั้งศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) ขึ้นมา โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน

เพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการช่วยเหลือประชาชน เป็นไปแบบบูรณาการ

แต่ในสภาพความเป็นจริงการทำงานของศูนย์แห่งนี้ก็ยังมีปัญหาติดขัดเพราะหน่วยงานแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำกระจัดกระจายอยู่กันคนละกระทรวง การทำงานที่ออกมาจึงเป็นแค่การรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละวันเท่านั้น

ยังไม่ได้เป็นการบูรณาการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำท่วมอย่างแท้จริง

ล่าสุดเมื่อสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติ น้ำทะลักเข้าท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปแล้วเกือบทั้งเมือง ถนนสายเอเชียบางช่วงโดนน้ำท่วมสูงจนต้องปิดการจราจร

วิกฤติพิบัติภัยน้ำท่วมจ่อชายขอบกรุงเทพมหานคร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ยังทำ ได้แค่แถลงจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ศปภ.) โดยมอบให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็นประธานศูนย์ฯ

แต่จะทันกาลต่อการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องประชาชนกว่าครึ่งค่อนประเทศที่กำลังประสบภัยพิบัติน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้มากน้อยแค่ไหน

เป็นเรื่องที่ต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด แบบชั่วโมงต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม  ในขณะที่ทุกฝ่ายกำลังชุลมุนอยู่กับการเร่งกู้ภัยวิกฤติน้ำท่วม เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องประชาชน

อีกด้านหนึ่งกลับมีการเคลื่อนไหวจุดประเด็นการเมืองแหวกกระแส

น้ำท่วม สวนกระแสการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย โพล่งขึ้นมาเป็นระลอก

ไล่ตั้งแต่การที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวโจมตีผู้นำกองทัพ โดยเฉพาะกองทัพบก เรียกร้องกดดันให้มีการรื้อโผแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี

แสดงความไม่พอใจนายทหารบางคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งกระชับพื้นที่สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ที่ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งอยู่ในระดับนำของกองทัพ

แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวก็ไม่มีผล เพราะไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารที่กองทัพได้เสนอไปแต่อย่างใด

และในห้วงไล่เลี่ยกัน นายจตุพร  พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบสัดส่วน  พรรคเพื่อไทย แกนนำเสื้อแดงกลุ่ม นปช. ก็ได้ออกมาจุดพลุปล่อยข่าว เรื่องมีทหารหน่วยรบพิเศษไปฝึกที่ประเทศอิสราเอล ถูกจำหน่ายชื่อออกจากระดับกองร้อยมาอยู่รอบตัวหมอที่เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง

ลากโยงไปถึงขั้นที่ว่าสถานการณ์อย่างนี้เหมือนกับการจะเริ่มต้นรัฐประหาร ปลุกเสื้อแดงให้เตรียมพร้อมเป็นภูมิต้านทานทหาร

ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค เพื่อไทย ก็ออกมาปูดประเด็นเรื่องแผน 9 ขั้นที่จะนำไปสู่การยึดอำนาจจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย อ้างกลุ่มอำนาจเก่าคงไม่ยอมให้รัฐบาลอยู่ยาว กระบวนการล้มรัฐบาล ปล้นประชาธิปไตยต้องเกิดขึ้นอีก
พยายามฉายภาพพุ่งเป้าเข้าใส่กองทัพอีกเหมือนกัน

และล่าสุด คนของพรรคเพื่อไทยก็ออกมาจุดประเด็นร้อนเสนอแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 เพื่อต้องการให้ รมว.กลาโหมมีอำนาจเต็มที่ในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร

จากเดิมที่การจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการ ที่ประกอบด้วย รมว.กลาโหม รมช.กลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทบ. ผบ.ทอ. ผบ.ทร. และปลัดกระทรวงกลาโหม

โดยอ้างว่ากฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นในยุครัฐบาลเผด็จการ เมื่อมีรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยก็ควรแก้ไขให้รัฐบาลโดย รมว.กลาโหม มีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้าย

แน่นอน เรื่องนี้มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และฝ่ายที่คัดค้าน

แต่ถ้ามองถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ก็เป็นไปเพื่อไม่ให้อำนาจในการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ตกไปอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ให้เป็นไปในรูปขององค์คณะ

เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า การใช้อำนาจของนักการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาลในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ บางครั้งก็ไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการ

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

มีการผลักดันพวกพ้อง ญาติพี่น้องของตัวเองขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ เพื่อเป็นฐานค้ำบัลลังก์ทางการเมือง

ยิ่งเป็นตำแหน่งในกองทัพ ที่มีหน้าที่หลักในการดูแลเรื่องความมั่นคงของประเทศ มีหน้าที่ในการรักษาอธิปไตย ปกป้องประเทศชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ การแต่งตั้งโยกย้ายก็ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ

เหนืออื่นใด ต้องไม่ลืมว่า สถาบันกองทัพ ต้องมีวินัยสูง มีสายบังคับบัญชาที่เคร่งครัดมากกว่าข้าราชการทั่วไป  เพราะทหารมีหน้าที่ต้องรบกับข้าศึกศัตรูที่รุกรานประเทศ อำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายการวางสายบังคับบัญชาก็ควรเป็นเรื่องของกองทัพที่จะบริหารจัดการกันเองได้ในระดับหนึ่ง

แต่หากปล่อยให้นักการเมืองมีอำนาจเหนือกองทัพ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาการวิ่งเต้น ใช้เส้นใช้สาย หรืออาจมีปัญหาการซื้อตำแหน่งตามมาเหมือนกับกระทรวงอื่นๆที่เคยเกิดปัญหาเหล่านี้มาแล้ว

รวมไปถึงปัญหาเรื่องการย้ายล้างบางคนของฝ่ายตรงข้าม ผลักดันคนของตัวเองให้ขึ้นมามีอำนาจ

ฉะนั้น การที่มี พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม ก็เพื่อเป็นการปิดช่องเหล่านี้

ขณะเดียวกัน เมื่อมีการจุดประเด็นตรงนี้ขึ้นมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ก็ออกมาสวนทันทีว่า

ประเด็นวันนี้คือต้องการให้บ้านเมืองก้าวผ่านปัญหาต่างๆไปได้ก่อน การมีหรือไม่มี พ.ร.บ.ฉบับนี้ รวมทั้งการแต่งตั้งเป็นอย่างไร ให้ดูจากการทำงานและทำประโยชน์ให้บ้านเมือง ขอร้องอย่ามากดดันเพราะกดดันกันไม่ได้ ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ขณะนี้ปัญหาของประเทศมีมากจนแก้ไขยากและจะยิ่งยากขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าทุกคนช่วยกันสงบและทำอย่างไรจะรวมน้ำใจกันเป็นหนึ่งเดียว แก้ปัญหาทีละปัญหาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภาคใต้ น้ำท่วม แต่ถ้าทะเลาะเบาะแว้งกันไป ว่ากล่าวกัน ขัดแย้งกันไป ประท้วงกันไป ผลเสียก็ตกอยู่กับรัฐบาลทั้งสิ้น

เตือนกันแบบนิ่มๆ ต้องให้เกียรติกัน

ทั้งนี้จากสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ ในท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมหนัก ทุกฝ่ายทุ่มเทช่วยเหลือประชาชน โดยมีกองทัพเป็นหัวหอกสำคัญ แต่ฝ่ายการเมืองกลับออกมาเปิดประเด็นเร่งเครื่องแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม

พุ่งเป้าลดทอนอำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารของผู้นำเหล่าทัพ

ซึ่งทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ แทรกขึ้นมาสวนกระแสช่วยน้ำท่วม

ในสถานการณ์อย่างนี้ ทีมของเราไม่อยากเห็นฝ่ายการเมืองลุแก่อำนาจ สร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง ที่อาจนำไปสู่ความเสียหายของประเทศ

เพราะต้องไม่ลืมว่า ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยในเรื่องอย่างนี้มาแล้วหลายครั้ง

เมื่อฝ่ายการเมืองขัดแย้งกับกองทัพ มักทำให้ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้

ถ้าไม่สร้างเงื่อนไข ก็ไม่มีปฏิวัติ

อย่าให้ซ้ำรอย ซ้ำซาก.
“ทีมการเมือง”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมการเมือง
  • 9 ตุลาคม 2554, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 190 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: