‘มะเร็งตับอ่อน’ โรคที่เอาชนะ ‘บุรุษหมายเลข 1’ ของโลก ‘สตีฟ จ็อบส์’!!

Published ตุลาคม 12, 2011 by SoClaimon

6 ตุลาคม 2554, 17:00 น.
http://www.thairath.co.th/content/life/207247

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

นอกจากอาการช็อกเมื่อข่าวการจากไปของ “สตีฟ จ็อบส์” บุรุษหมายเลข 1 ของโลกไอทีถูกเปิดเผยขึ้นมาแล้ว สาเหตุการตายถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจและต้องจดจำเอาว่ามันพรากชีวิตคนสำคัญของ “โลก” ไปอีกหนึ่งคนก็คือ “โรค” มะเร็งตับอ่อน..!

น.พ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวผ่านไทยรัฐออนไลน์ถึงโรคมะเร็งตับอ่อนที่พรากชีวิตสตีฟ จ็อบส์ว่า จากสถิติ โรคนี้ในคนไทยจะพบน้อยมากไม่ถึง 1% ในบรรดาโรคมะเร็งที่คนไทยเผชิญทั้งหมด ส่วนมากมะเร็งชนิดนี้จะพบมากในคนต่างชาติที่ติดอันดับ 1 ใน 5 โรคที่คร่าชีวิตคน โดยมะเร็งตับอ่อนนั้นมาจาก 2 สาเหตุหลักๆ 1.ไขมันความอ้วนมันไปเกี่ยวพันกับเรื่องอาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งเมื่อตับอ่อนทำงานหนักก็จะเกิดการหลั่งน้ำย่อยและฮอร์โมนออกมา ซึ่งโอกาสเกิดมะเร็งในตับอ่อนได้มากขึ้น เนื่องจากการไหลออกมามากของน้ำย่อยจนทำให้เกิดมะเร็งขึ้นที่บริเวณ Pancreatic Duct อาการปวดท้องหรือแน่นท้อง หรืออาการปวดหลังนั้นเป็นเพราะเนื้อมะเร็งเริ่มเจริญเติบโตขึ้น ทำให้น้ำย่อยอุดตัน สะสมอยู่ในตับอ่อนเป็นผลทำให้ตับอ่อนบวมขึ้น 2.มาจากบุหรี่ ซึ่งเคสของสตีฟ จ็อบส์ ตนมองว่ามาจาก 2 สาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น

“โรคมะเร็งเป็นปัญหาการแพทย์และสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งชนิดไหนก็ตาม เพราะว่ามันเป็นสาเหตุการตายลำดับต้นๆของพลเมืองโลกไม่ว่าจะเป็นชาติไหน ส่วนจะเป็นมะเร็งชนิดไหนก็แล้วแต่ปัจจัยเสี่ยงของอาหารการกินชาติไหนๆ”

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

ทั้งนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าตับอ่อน (pancreas) มันเป็นอย่างไร แล้วอยู่ตรงไหน มันเป็นอวัยวะที่ยาวประมาณ 6 นิ้ว วางทอดขวางหน้ากระดูกสันหลังและอยู่หลังกระเพาะอาหาร รูปร่างของมันคล้ายปลาดุก ส่วนหัวอยู่ทางด้านขวาของเจ้าของ ทอดอยู่ในอ้อมกอดของลำไส้เล็กส่วนต้นที่เรียกว่า ดูโอดีนัม (duodenum) ส่วนหางอยู่ทางซ้ายจ่อติดกับม้าม (spleen) ตรงกลางมีหลอดเลือดใหญ่ทอดผ่านหลายหลอด (ทำให้การผ่าตัดยาก) ตับอ่อนทำหน้าที่สร้างน้ำย่อยอาหาร และสร้างฮอร์โมนอินซูลินและกลูคากอน ซึ่งช่วยให้ร่างกายสามารถใช้น้ำตาลในร่างกายได้เป็นปกติ มะเร็งตับอ่อนส่วนมาก (90%) เกิดจากเซลล์ที่หลั่งน้ำย่อย

เนื่องจากตับอ่อนถูกห้อมล้อมไปด้วยอวัยวะอื่นๆ เช่น กระเพาะอาหาร เป็นต้น แพทย์ตรวจร่างกายทั่วไปก็สามารถเห็นถึงความผิดปกตินี้ได้ยาก และอาการสุดท้าย การปัสสาวะที่มีสีเข้มเหมือนสีช็อกโกแลต และใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สาเหตุเป็นเพราะเนื้อมะเร็งได้เจริญเติบโตขึ้นจนไปปิดกั้นทางเดินน้ำดีที่ไหลผ่านตับอ่อน ทำให้น้ำดีไหลย้อนกลับไปนอกท่อ แล้วหลั่งไปทั่วร่างกาย โรคมะเร็งตับอ่อนนี้เป็นโรคที่พัฒนาไปอย่างช้าๆ ดังนั้นกว่าจะพบว่าเป็นโรคนี้ส่วนใหญ่ก็สายไปเสียแล้ว ถ้าสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งตับอ่อนหรือไม่ แพทย์มีวิธีการตรวจหาหรือยืนยันได้หลายวิธี รวมทั้งวิธีต่างๆ ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ แต่อาจจะไม่จำเป็นต้องทำหมดทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์

1.การซักประวัติตรวจร่างกาย เป็นสิ่งชี้นำในการตรวจขั้นตอนต่อไป ถ้าเป็นมะเร็งในระยะเริ่มแรกมักจะตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือคลำได้ก้อน

2.ฉายภาพรังสีปอด เพื่อดูว่ามีมะเร็งแพร่กระจายมายังปอดแล้วหรือยัง ถ้าแพร่มาแล้วก็เป็นสิ่งที่ไม่ดี

3.ซีทีสแกน (CT scan) เป็นเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่ถ่ายกวาดให้เห็นภาพตัดตามขวางของส่วนต่างๆ ในร่างกาย ถ้ามีมะเร็งตับอ่อนส่วนมากจะเห็นได้จากซีทีสแกนนี้

4.เอ็มอาร์ไอ (MRI) เป็นการถ่ายภาพคอมพิวเตอร์อีกชนิดหนึ่งที่ไม่อาศัยรังสีเอกซ์ แต่อาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้เห็นภาพถ่ายกวาดของอวัยวะภายใน สามารถตรวจพบมะเร็งตับอ่อนได้ ในบางกรณีจะช่วยเสริมข้อมูลบางอย่างที่ซีทีมองไม่เห็น

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

5.เพ็ตสแกน (PET scan) (positron emission tomography scan) เป็นเครื่องที่ใช้ตรวจหาเซลล์มะเร็ง โดยอาศัยหลักการที่มะเร็งจับเอาสารกลูโคสที่ติดฉลากด้วยกัมมันตภาพรังสี ทำให้เครื่องตรวจกวาดเห็นได้ ในบางกรณีต้องใช้เครื่องนี้ช่วย โดยเฉพาะในรายที่ต้องการรู้ว่ามะเร็งแพร่กระจายไปแล้วหรือยัง

6.การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน แล้วตรวจด้วยอัลตราซาวด์บริเวณตับอ่อน (endoscopic ultrasound = EUS) ทำให้สามารถเห็นภาพมะเร็งตับอ่อนและต่อมน้ำเหลืองรอบตับอ่อนว่ามีมะเร็งแพร่กระจายไปถึงหรือยัง

7.การส่องกล้องตรวจภายในช่องท้อง (laparoscopy) เป็นการตรวจหามะเร็งและตัดชิ้นเนื้อตรวจ และเพื่อดูว่ามะเร็งที่ตรวจพบโดยวิธีอื่นแล้วนั้นมันแพร่กระจายไปในช่องท้องแล้วหรือไม่ ถ้าแพร่กระจายแล้วแสดงว่าการผ่าตัด ซึ่งเป็นวิธีรักษาให้หายขาดใช้ไม่ได้แล้ว ขืนทำไปคนไข้จะได้รับความเสี่ยงโดยได้ประโยชน์ไม่คุ้มเสีย

8.การส่องกล้องตรวจและฉีดสีเอกซเรย์ท่อน้ำดีและท่อตับอ่อน (endoscopic retrograde cholangiopancreatography หรือย่อว่า ERCP) วิธีนี้ทำให้สามารถบอกได้ว่ามีมะเร็งที่หัวตับอ่อนหรือตัวตับอ่อนหรือไม่ สามารถตัดชิ้นเนื้อเอาไปตรวจยืนยันมะเร็งทางพยาธิสภาพ และถ้ามีการอุดตันของท่อน้ำดีจากมะเร็ง คนส่องกล้องก็สามารถสอดใส่หลอดตะแกรงโลหะ (stent) เพื่อค้ำจุนเปิดท่อไม่ให้ตีบตัน เป็นการรักษาแบบทุเลาอาการดีซ่านในกรณีคนที่ไม่สามารถผ่าตัดรักษาให้หายขาดได้แล้ว

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

9.การตรวจโดยการแทงเข็มผ่านผิวหนังเข้าตับเพื่อฉีดสารทึบรังสี แล้วเอกซเรย์ดูภาพท่อน้ำดี (percutaneous transhepatic cholangiography หรือย่อว่า PTC) ถ้าตรวจพบว่ามีการอุดตันของท่อน้ำดีก็จะช่วยการวินิจฉัยและสามารถใส่ stent บรรเทาการอุดตัน ซึ่งทำให้เกิดอาการดีซ่านด้วย ในบางกรณีถ้าใส่ stent ไม่ได้ เขาก็ใส่ท่อระบายน้ำดีออกสู่ภายนอก การตรวจอย่างนี้จะทำก็ต่อเมื่อการทำ ERCP ทำไม่ได้แล้ว

10.การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิสภาพ เป็นสิ่งจำเป็นในการวินิจฉัยโรคที่แน่นอนว่าก้อนเนื้องอกในตับอ่อนเป็นมะเร็ง(เนื้อร้าย) หรือเนื้องอกชนิดไม่ร้าย การตัดชิ้นเนื้ออาจจะทำได้หลายวิธี เช่น การแทงเข็มเล็กๆ ผ่านช่องท้องภายใต้การนำวิถีโดยอัลตราซาวด์หรือเอกซเรย์ การตัดชิ้นเนื้อโดยการส่องกล้องในทางเดินอาหารส่วนต้นร่วมกับการทำอัลตราซาวด์ หรือโดยการส่องภายในช่องท้องแล้วตัดชิ้นเนื้อ

สุดท้ายผู้เชี่ยวชาญบอกการป้องกันโรคมะเร็งร้ายนี้ว่า หัวใจหลักมะเร็งก็คือการป้องกันไม่ให้มันเกิด แล้วคิดว่าอะไรคือสาเหตุก็ป้องกัน อาหารที่มีไขมันมากหรือบุหรี่ เป็นหนึ่งในปัจจัยก็หลีกเลี่ยงก็ลดละเลิก วิธีรองลงมาก็คือการตรวจและเมื่อพบแล้วก็รักษาอย่างถูกต้อง

Twitter raydo_thairath

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ไลฟ์สไตล์
  • 6 ตุลาคม 2554, 17:00 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: