ครม.ไฟเขียวลดภาษีนิติบุคคล เหลือ 23% เร่ิม 1 ม.ค.55

Published ตุลาคม 12, 2011 by SoClaimon

11 ตุลาคม 2554, 19:00 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/208521

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

ครม.ไฟเขียวลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% เร่ิม 1 ม.ค. 55 และลดลงเหลือ 20% ในปี 56 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการในประเทศ…

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 โดยการปรับลดอัตราการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1. ปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้คงจัดเก็บในอัตรา 23% ของกำไรสุทธิ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรอบระยะเวลาบัญชี 2555 ที่สิ้นสุดในหรือหลังวันที่ 31 ธ.ค.55 และให้ลดลงคงจัดเก็บอัตรา 20% ของกำไรสุทธิ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค.56 เป็นต้นไป

2. ปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท ทั้งนี้ ได้เพิ่มเงื่อนไขในการได้รับสิทธิประโยชน์โดยวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ข้างต้นต้องมีรายได้จากการประกอบกิจการขายสินค้าและการให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบระยะเวลาบัญชี โดยจะมีการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิ เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 150,000บาท ให้เสียภาษีในอัตรา 15% ของกำไรสุทธิสำหรับส่วนที่เกิน 150,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาทสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค.55 เป็นต้นไป ให้เสียภาษีในอัตรา 23% ของกำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุดในหรือหลังวันที่ 31 ธ.ค.55 และให้เสียภาษีในอัตรา 20% ของกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค.56 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ดี หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมข้างต้น มีทุนชำระแล้วเกินกว่าที่กำหนดหรือมีรายได้เกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ภาษี และในปีต่อๆ ไปจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเดียวกับนิติบุคคลโดยทั่วไป

3. สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เคยนำหลักทรัพย์มาจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในวันที่ 31 ธ.ค.52 ซึ่งได้รับสิทธิเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 25% ของกำไรสุทธิ จะได้รับการลดอัตราเหลือ 23% ของกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 55 ที่สิ้นสุดในหรือหลังวันที่ 31 ธ.ค.55 และได้รับการลดอัตราเหลือ 20% สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค.56 เป็นต้นไป

4. ปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่ได้รับการจดทะเบียนหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ โดยให้จัดเก็บในอัตรา 25% ของกำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่ไม่เกินห้าสิบล้านบาท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 54 ยกเว้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอที่ได้รับสิทธิในการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 20% ของกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชี 2554 โดยจะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ในการเสียภาษีในอัตรา 20% เช่นเดิม

“มาตรการภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการในประเทศ นอกจากนั้นมาตรการนี้ยังจะช่วยดึงดูดการลงทุนของนักลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น อันจะมีผลต่อการขยายฐานภาษีในระยะยาว และเป็นการรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 58 ในส่วนผลกระทบของมาตรการภาษีข้างต้น คาดว่าจะมีผลกระทบต่อรายได้รัฐบาลในปีงบประมาณ 55 ประมาณ 52,500 ล้านบาท แต่มาตรการข้างต้นจะส่งผลให้การจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นในระยะยาว ซึ่งจะชดเชยกับรายได้ที่สูญเสียไป นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและกระทรวงการคลัง ร่วมกันทบทวนการให้สิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุนเพื่อให้สอดรับกับสภาวการณ์และการให้สิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุนของต่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อเป็นการดูแลฐานภาษีเงินได้ของประเทศให้สอดคล้องกับการดำเนินการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในครั้งนี้”

ด้านนายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศข้างต้นนอกจากจะมีส่วนช่วยผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้แล้ว ยังจะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเติบโตอย่างมั่นคง สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ รวมทั้งจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระด้านภาษีให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัยในขณะนี้ให้มีสภาพคล่องเพื่อใช้ในการฟื้นฟูกิจการมากยิ่งขึ้น โดยจะมีผลใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 55 เป็นต้นไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 ตุลาคม 2554, 19:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: