สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เดินเครื่องตามโจทย์เลขา ก.ล.ต. 4 ข้อ

Published ตุลาคม 8, 2011 by SoClaimon

7 ตุลาคม 2554, 22:17 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/207547

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย พร้อมนำนโยบายหลักเลขาก.ล.ต. 4 ข้อไปปฏิบัติทันที หวังให้หน่วยงานตลาดทุนตั้งรับกับวิกฤติโลกที่จะผันผวนมากขึ้นใน 1-2 ปีข้างหน้า

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้เข้าพบและร่วมแสดงความยินดีกับ ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ ที่เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พร้อมทั้งได้รายงานแผนงานและความคืบหน้าในการทำงานที่ทางสภาฯ ได้ร่วมทำกับทางก.ล.ต.ให้ทราบ

ทั้งนี้ เลขาธิการ ก.ล.ต. ได้ให้แนวคิดหลักในการปฏิบัติงานว่า ใน 1-2 ปีนี้ภาวะตลาดทุนจะมีความผันผวนตามเศรษฐกิจโลกจากปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะจากปัจจัยจากต่างประเทศที่ปัจจุบันกลายเป็นวิกฤติของโลกไปแล้ว ดังนั้นทางสภาฯ ต้องมีความพร้อมที่จะเป็นตัวกลางและผลักดันให้ทุกหน่วยงานในตลาดทุนเตรียมพร้อมรองรับกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและผันผวนให้ได้ ต้องทำให้ทุกส่วนสามารถหาปัจจัยและมีวิธีการตั้งรับกับความผันผวนนั้นได้

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า เลขาธิการ ก.ล.ต. ยังมอบนโยบายหลัก 4 ข้อ ให้สภาฯ และ ก.ล.ต. ได้ช่วยกันทำงานและพัฒนาให้ตลาดทุนสามารถแข่งขันและรับมือกับความผันผวนของตลาดทุนและเศรษฐกิจโลกได้ คือ 1. สภาฯ ต้องดูแลภาคเอกชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน ตั้งแต่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) บริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และนักลงทุน ให้มีความเข้มแข็งและพร้อมตั้งรับกับภาวะตลาดทุนและเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาทางอ้อมที่เกิดจากปัจจัยจากต่างประเทศ ซึ่งยังรวมถึงการเตรียมตัวปฏิบัติตามประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ด้วย

“เราต้องทำให้ตลาดทุนไทยมีความทนทานต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นให้ได้ ภาคเอกชนทุกส่วนต้องมีทั้งความคล่องตัวและยืดหยุ่นในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทจดทะเบียนที่ต้องสามารถต่อสู้และฝ่าฟันความผันผวนนี้ให้ได้” นายไพบูลย์ กล่าว

2. สภาฯ ต้องเป็นตัวกลางและดูแลให้ทุกตลาดการซื้อขาย เช่น ตลาดตราสารหนี้ ตลาดอนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์ตราสารทุนใหม่ๆ เช่น โกลด์ฟิวเจอร์ส อีทีเอฟ ออยล์ฟิวเจอร์ส มีการซื้อขายที่รองรับกับสภาพเศรษฐกิจและตลาดทุนที่ผันผวนและจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย เพื่อช่วยทำให้กลไกตลาดทุนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3. ต้องทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในด้านตลาดทุนระดับภูมิภาคให้ได้ เนื่องจากเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กลุ่มประเทศเอเชียได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามีศักยภาพที่แข็งแกร่งและเป็นที่สนใจของนักลงทุนเพียงใด ท่ามกลางภาวะที่สหรัฐฯเจอปัญหาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและกลุ่มยุโรปเจอปัญหาวิกฤติทางการเงิน

“ส่วนนี้ต้องพยายามทำให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ของตลาดทุนในระดับ ‘สุวรรณภูมิ’ ให้ได้ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากเดิมที่จะให้ไทยเป็นศูนย์กลางตลาดทุนของอินโดจีนที่มีเพียงกลุ่มประเทศที่มีชายแดนติดกันระหว่างไทย พม่า กัมพูชา และเวียดนาม แต่พอเปลี่ยนเป็นฮับของสุวรรณภูมิจะขยายพื้นที่รวมไปถึงดินแดนทางตอนใต้ของจีนด้วย เนื่องจากมองว่าในอนาคตประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะพม่าและตอนใต้ของจีนจะถูกเชื่อมเส้นทางระหว่างกันและทำให้ประเทศสามารถเชื่อมต่อกันหลายๆ ด้านมากขึ้น ที่สำคัญคือไทยต้องได้รับการยอมรับเรื่องตลาดทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน เหมือนกับที่เกาหลีได้รับการยอมรับให้ดูแลเรื่องตลาดทุนและระบบการซื้อขายจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อีกทั้งสภาฯ ต้องพยายามช่วยทำให้เกิดการจดทะเบียนหลักทรัพย์ข้ามตลาด (ดูโอลิสติง) กันได้มากขึ้น” นายไพบูลย์ กล่าว

สำหรับข้อสุดท้าย 4. สภาฯ ต้องดูแลและให้ภาคเอกชนในตลาดทุน อย่างโบรกเกอร์ และ บลจ.สามารถแข่งขันในระดับสากลมากขึ้น จากที่ปัจจุบันมองว่า โบรกเกอร์และบลจ.อาจไม่คุ้นเคยหรือมีการแข่งขันในระดับสากลที่น้อยเกินไป รวมทั้งการผลักดันให้ตลาดทุนให้ความช่วยเหลือต่อสังคมโดยรวมให้มากขึ้นเช่นกัน

นอกจากนั้น สภาฯ ควรเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ช่วยผลักดันเรื่องการสร้างความรู้พื้นฐานด้านการเงิน (Financial Literacy) ให้ขยายไปสู่สาธารณชนในวงกว้างมากขึ้น ตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ซึ่งเป็นการช่วยกันทำงานคนละด้านระหว่าง ก.ล.ต.ที่เป็นผู้กำหนดภาพกว้าง ขณะที่ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะเป็นผู้สร้างการรับรู้ให้กับบุคลากรในตลาดทุนและนักลงทุนทั่วไป ขณะที่สภาฯ จะเป็นหน่วยงานที่ช่วยประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ให้มีการเชื่อมโยงและขยายวงให้เห็นความสำคัญของการสร้างความรู้พื้นฐานด้านการเงินมากขึ้น เช่น กระทรวงศึกษาที่จะผลักดันให้มีการบรรจุเรื่องการสร้างความรู้พื้นฐานด้านการเงินไปในหลักสูตรการเรียนในอนาคต

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 7 ตุลาคม 2554, 22:17 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 69 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: