เปิดช่องโหว่ทุจริตจำนำข้าว ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจได้เกินกว่าขึ้นทะเบียน

Published ตุลาคม 7, 2011 by SoClaimon

7 ตุลาคม 2554, 06:45 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/207350

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

ดีเดย์รับจำนำข้าว 7 ต.ค. “ยิ่งลักษณ์” ย้ำพบทุจริตต้องเอาผิดตามกฎหมาย แต่ “ยรรยง” ปล่อยไก่เปิดช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจให้เกษตรกรจำนำข้าวได้เกินกว่าที่ขึ้นทะเบียน “ภูมิ สาระผล” ตั้งสายตรวจเฉพาะกิจ 15 สาย ลุยเคลียร์โรงสี–โกดังกลาง ป้องกันสวมสิทธิ์–ปลอมปนข้าว ผุดหน่วยโมบายยูนิต 24 ชั่วโมง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมมอบนโยบายการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/2555 โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด, พาณิชย์จังหวัด, เกษตรจังหวัด และเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมรับฟังกว่า 600 คน ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า โครงการรับจำนำข้าวที่จะเริ่มในวันที่ 7 ต.ค.นี้ จะช่วยยกระดับราคาข้าว สร้างความมั่นคงให้เกษตรกร และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ กระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้น เพราะมีเกษตรกรกว่า 3.7 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 20 ล้านคน

ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมรับข้อท้วงติงมาปรับปรุงให้การรับจำนำข้าวดีขึ้น มีความโปร่งใส และวางระบบตรวจสอบป้องกันสิ่งที่เป็นข้อกังวลใจต่างๆ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลในระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิดป้องกันการทุจริต ความเสี่ยงเรื่องการสวมสิทธิ์เกษตรกร สำหรับพื้นที่ในหน่วยปฏิบัติจะต้องกำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ซื่อสัตย์สุจริต จะช่วยป้องกันความเสียหายของภาครัฐได้ ขณะเดียวกัน การออกหนังสือรับรองเกษตรกรจะต้องมีความถูกต้อง เพื่อป้องกันการนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาเข้าโครงการ ซึ่งหากมีการตรวจพบว่าไม่ตรงตามความเป็นจริง จะต้องเอาผิดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป ส่วนโรงสีจะต้องมีการตรวจสอบสต๊อกก่อนเข้าโครงการและก่อนส่งมอบข้าวให้รัฐบาลไม่ให้เกิดการรั่วไหล ข้าวหาย หรือนำข้าวไปเวียนเทียนขาย ขณะเดียวกันการระบายข้าวและส่งออกนั้นจะต้องมีกลยุทธ์ และบริหารจัดการในมิติใหม่

ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นโยบายรับจำนำข้าวครั้งนี้มีเดิมพันสูงมาก เพราะมีมูลค่าจำนวนมากจากการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด และที่ราคารับจำนำสูงกว่าทุกครั้ง และสูงกว่าโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลที่ผ่านมา โดยราคาตลาดอยู่ที่ตันละ 7,000-9,000 บาท แต่รัฐบาลรับจำนำที่ตันละ 15,000 บาท และจะต้องอำนวยความสะดวกให้ชาวนาให้มากที่สุด จะต้องไม่มีปัญหานำข้าวมาแล้วจำนำไม่ได้ หรือถูกจำกัดปริมาณ เพราะชาวนาเสียค่าขนส่งไปแล้วเที่ยวละ 1,500 บาท

สำหรับการป้องกันช่องโหว่การทุจริต ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะออกใบรับรองเกษตรกร กระทรวงมหาดไทยให้การรับรอง ป้องกันการสวมสิทธิ์เกษตรกร หรือการนำข้าวในฤดูอื่นหรือของผู้อื่น รวมทั้งของต่างประเทศมาเข้าโครงการรับจำนำ แต่หากเกษตรกรนำข้าวมาจำนำซึ่งอาจจะสูงกว่าหรือต่ำกว่าที่ระบุไว้ในหนังสือรับรอง ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจในการพิจารณา เพราะเกษตรกรอาจจะเสียสิทธิ์ไปได้หากปลูกข้าวได้สูงกว่าปริมาณที่แจ้งไว้ จึงขอให้ถือว่าข้อมูลในใบรับรองเกษตรกรเป็นเพียงข้อมูลประกอบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายยรรยงกล่าวประโยคดังกล่าว ที่ประชุมกว่า 600 คน ได้วิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึงว่า การใช้ดุลพินิจอย่างที่นายยรรยงกล่าวถึง จะนำไปสู่การทุจริตได้ หรือไม่ก็อาจจะกลายเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ เพราะไม่มีเกณฑ์ยึดที่ตายตัว

นายพระนาย สุวรรณรัฐ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้รองผู้ว่าฯคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบ ให้เป็นมิสเตอร์ไรซ์คนเดียว ขณะที่เลขานุการของอนุกรรมการจะต้องเป็นปลัดจังหวัด จะปล่อยให้เกิดการทุจริตไม่ได้อย่างเด็ดขาด แม้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นเพียงผู้ติดตามกำกับดูแลแต่จะหนีความรับผิดชอบหากเกิดการทุจริตรับจำนำข้าวในจังหวัดไม่พ้น และรองผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดจังหวัดจะมีความผิดด้วย

นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้ว 3.2 ล้านครัวเรือน ออกใบรับรองให้เกษตรกรได้ 700,000 ครัวเรือน ซึ่งในช่วงระยะเวลาเดือน ส.ค.-ต.ค.จะมีเกษตรกรที่มีข้าวอยู่ในมือเข้าโครงการรับจำนำข้าวไม่เกิน 380,000 ราย คิดเป็นปริมาณข้าวประมาณ 3.6 ล้านตัน ส่วนโรงสีที่จะเข้าร่วมกับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) มีทั้งสิ้น 219 แห่ง ตรวจสอบผ่านแล้ว 93 แห่ง ทำสัญญาแล้ว 45 แห่ง มีคลังจำนวน 66 โรง ซึ่งในวันรับจำนำวันแรก 7 ต.ค.จะมีโรงสีเปิดรับจำนำได้ 30 แห่ง

นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้แต่งตั้งชุดสายตรวจเฉพาะกิจ  15 สาย เพื่อตรวจสอบและกำกับดูแลการรับจำนำ ทั้งโรงสีและโกดังกลาง จนถึงสิ้นสุดโครงการเพื่อป้องกันการทุจริต การสวมสิทธิ์เกษตรกร การลักลอบนำเข้าข้าวจากชายแดนมาเข้าโครงการ และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่มีผู้ตรวจราชการในส่วนภูมิภาค บรรจุโครงการรับจำนำลงในแผนการตรวจสอบราชการปกติอีกทางหนึ่ง โดยให้จัดตั้งหน่วยตรวจสอบเคลื่อนที่เร็ว (โมบาย ยูนิต) ปฏิบัติการได้ตลอด 24 ชั่วโมง และจะดูแลการปฏิบัติงานของผู้ตรวจคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) โดยตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพข้าวของกรมการค้าต่างประเทศ ตรวจสอบตั้งแต่การขนข้าวสารออกจากโกดังกลาง เพื่อป้องกันการทุจริต.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมเศรษฐกิจ
  • 7 ตุลาคม 2554, 06:45 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 219 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: