เตือนปีหน้าส่งออกเจอ 2 เด้ง ค่าบาท-ค้าโลกชะลอตัว

Published ตุลาคม 7, 2011 by SoClaimon

5 ตุลาคม 2554, 20:30 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/207003

njpus24ncqkx5e1gw7mctw31ickahjhiuia9p6p3dmx

ธปท.ยอมรับเศรษฐกิจไทยปีหน้าชะลอ เตือนส่งออกรับผลกระทบ 2 เด้ง ทั้งค่าบาทแข็งและการค้าโลกชะลอตัว ขณะที่นักลงทุนต้องเลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุนมากขึ้น เพราะเงินทุนจะไหลกระชากเข้าออกผันผวน ส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ได้…

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา “Thailand Moving Forward with the News Government” ซึ่งจัดโดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในเรื่องทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2555 ว่า เพื่อที่ประเมินภาพเศรษฐกิจในปี 2555 จะมองจาก 3 ประเด็นที่น่าสนใจ 1.การประเมินแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจไทยว่าจะมีแรงส่งต่อเนื่องไปยังปี 2555 มากหรือน้อยแค่ไหน 2.การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะกระทบต่อเศรษฐกิจมากหรือน้อยเพียงใด และ 3.ความจำเป็นและความท้าทายในการใช้นโยบายการเงินและการคลังในปี 2555 โดยในส่วนแรกนั้น เชื่อว่าแรงขับเคลื่อนที่ดีทั้งในด้านอุปสงค์ในประเทศ และอุปสงค์ต่างประเทศ ทั้งกำลังซื้อภายในและการส่งออก จะทำให้มีแรงส่งให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่องในปีหน้า แต่จะได้รับผลกระทบในด้านลบจากสถานการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น ทั้งจากเศรษฐกิจสหรัฐต่อเนื่องยาวนาน การแก้ปัญหาวิกฤติหนี้สินของยุโรปที่ยังไม่มีความชัดเจน และหากปล่อยให้มีความล่าช้าจะทำให้ขนาดของปัญหา และขนาดของเงินที่ต้องใช้ในการแก้ไขใหญ่ขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังชะลอตัว และต้องพยายามฟื้นฟูตัวเองจากพิบัติภัยสึนามิ และในปีหน้าเศรษฐกิจเอเชีย แม้ว่าจะขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง แต่จะเริ่มเห็นอัตราการขยายตัวที่ชะลอตัวลง

“สถานการณ์โลกกำลังสร้างความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยมากขึ้น แม้ว่าตัวเลขใน 8 เดือนแรกของไทยยังไม่สะท้อนปัจจัยลบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่จุดนี้ผมบอกเจ้าหน้าที่ว่าไม่ควรประมาท เพราะเป็นลักษณะเดียวกับปี 2551 ก่อนจะเกิดวิกฤติสหรัฐ และการล้มของ เลห์แมน บาร์เธอรส์ ซึ่งไม่มีสัญญาณให้เห็นก่อนมากนัก วิกฤติเกิดขึ้นเร็วมาก ซึ่งจากกการประเมินของ ธปท. ถ้าเป็นกรณีปกติ ที่สหรัฐและยุโรปประคองตัวไว้ไม่ให้กระทบเกิดการขยายตัวของประเทศตลาดเกิดใหม่ และอุปสงค์ภายในภูมิภาคได้ เศรษฐกิจไทยอาจจะชะลอตัวไม่มาก แต่ต้องยอมรับว่า ในขณะนี้ไม่สามารถมองข้ามการเกิดกรณีเลวร้ายได้ โดยหากเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปชะลอตัวมาก หรือหดตัว กระทบต่อเศรษฐกิจโลกเป็นวงกว้าง จะส่งผลให้การส่งออกของไทยชะลอตัวตามอย่างรุนแรงได้ ดังนั้นภาคการส่งออกจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์และรับมือเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน”

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า นอกจากปัจจัยลบจากเศรษฐกิจโลก เงินทุนเคลื่อนย้ายที่ผันผวน ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินบาทผันผวนเป็นระยะๆ กระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนของไทย ดังนั้น นักลงทุนจะต้องเลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุนให้ดี เพราะมีสิทธิที่จะขาดทุนได้ เพราะในปีนี้เท่าที่ทราบมา กองทุนเก็งกำไรข้ามชาติในปีนี้ ขาดทุนมากถึงประมาณ 40% ของวงเงินทุนรวม ดังนั้น คนที่จะลงทุนก็ต้องระมัดระวัง ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทนั้น จะมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะกระทบภาคการส่งออก

“เดิมมีกำลังใจสูงที่จะตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ อยากจะเอาเงินไปลงทุนสินทรัพย์อื่นๆ ไปร่วมลงทุนแบบเดียวกับกองทุนเก็งกำไรข้ามชาติ แต่เมื่อความผันผวนสูงขึ้นมาก ตอนนี้เท่าที่เห็นคนที่อยากลงทุนก็เริ่มมีความรอบคอบมากขึ้นแล้ว”

นายประสาร กล่าวอีกว่า สถานการณ์จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยในปี 2555 ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปีนี้นั้น ทำให้ผู้ดำเนินนโยบายการเงินและการคลังของประเทศมีความท้าทายมากขึ้น โดยในส่วนของนโยบายการเงินนั้น แรงกดดันเงินเฟ้อจากช่วงนี้จนถึงสิ้นปี 2554 น่าจะไม่สูงมาก และทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในเป้าหมาย 0.5-3% ได้ แต่ในปีหน้าแรงกระตุ้นจากนโยบายของรัฐบาล ทั้งมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย การรับจำนำข้าว และการยกเลิกมาตรการอุดหนุนค่าครองชีพ และราคาพลังงานจะทำให้ความเสี่ยงของอัตราเงินเฟ้อมากขึ้นได้

“ในขณะนี้ นโยบายการเงินมีความพร้อมที่จะกลับมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หาก ธปท.เห็นว่าสถานการณ์มีความจำเป็นมากขึ้น และหากจะกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป จะต้องพิจารณาความเหมาะสมด้วยว่า จะเริ่มใช้นโยบายการเงินในการกระตุ้นเร็วแค่ไหน เพราะผลของนโยบายการเงินจำเป็นต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 ไตรมาส ขณะที่นโยบายการคลังในส่วนของการกระตุ้นการใช้จ่ายโดยตรงที่ไม่จำเป็นนั้น ควรจะหยุดไว้ก่อน เพราะแม้ว่าหลายคนมองว่าควรกระตุ้นเศรษฐกิจแต่เนิ่นๆ แต่นโยบายการคลังเป็นนโยบายที่เห็นผลเร็ว ควรจะเก็บกระสุนไว้ใช้เมื่อเห็นว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวชัดเจนถือว่าไม่สายเกินไป และปรับเปลี่ยนการกระตุ้นด้วยนโยบายการคลัง ในขณะนี้เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถการแข่งขันของประเทศ”

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ธปท.และกระทรวงการคลังจะต้องมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้รู้สถานการณ์ซึ่งกันและกัน เพราะเราอยู่ในประเทศเดียวกัน จะต้องดำเนินนโยบายการเงินการคลังในระยะต่อไปให้สอดคล้องกันมากขึ้น ซึ่งตนเชื่อว่าจะทำให้ประเทศไทยก้าวผ่านปัจจัยลบในปี 2555 ได้อยางราบรื่น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 ตุลาคม 2554, 20:30 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 430 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: