หวั่นไตรมาส 4 ขาดทุน “ประเสริฐ” แนะ ปตท.ประคองผลงาน

Published ตุลาคม 7, 2011 by SoClaimon

7 ตุลาคม 2554, 02:27 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/207282

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

“ประเสริฐ” แนะ ปตท.ประคับประคองผลงานไตรมาส 4 ไม่ให้ขาดทุน เพื่อรักษากำไรโดยรวมปีนี้ให้ใกล้เคียงและไม่ต่ำกว่าปีก่อน หลังราคาน้ำมันผันผวนและปรับตัวลง โดยเฉพาะธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีหนักสุด ต้องป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน เพื่อไม่ให้ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า คาดว่ากำไรของกลุ่มปตท. งวดรวม 9 เดือนน่าจะใกล้เคียงกับกำไรปีก่อนทั้งปี ซึ่งอยู่ที่ 80,000 ล้านบาท โดยงวด 6 เดือนหรือครึ่งปีแรกมีกำไรอยู่ที่ 68,000 ล้านบาท และคาดว่าในไตรมาส 3 กำไรน่าจะออกมาในทิศทางที่ดี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กลุ่มปตท.ให้ความสำคัญมากสำหรับช่วงไตรมาส 4 คือ การประคับประคองผลการดำเนินงานไม่ให้ขาดทุน เพราะหากไตรมาส 4 ขาดทุน จะฉุดให้กำไรทั้งปีของกลุ่มปตท. ลดน้อยลง โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ซึ่งตนได้ให้นโยบายกับ 2 ธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีให้รักษากำไรไว้ให้ได้ โดยซื้อประกันความเสี่ยงของราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทขาดทุนจากราคาน้ำมันที่ผันผวนและปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีได้ซื้อประกันความเสี่ยงของราคาน้ำมันล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้วจึงไม่น่ากังวล โดยหากธุรกิจ 2 ส่วนนี้ไม่ขาดทุน ก็จะส่งผลดีต่อกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทปตท.ให้เติบโตดีกว่าปีก่อนได้ เพราะ ปตท. และ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP มีกำไรที่ดีอยู่แล้ว

“ธุรกิจโรงกลั่น เอาตัวรอดโดยการล็อกราคาน้ำมันในถังหรือในสต๊อกไว้ เพื่อป้องกันหรือเป็นการหยุดการขาดทุนจากราคาน้ำมันที่ลดลง คือ ทำยังไงก็ได้อย่าให้ไตรมาส 4 ติดลบ ดังนั้นผลงานของกลุ่มปตท. ไตรมาส 4 แค่รักษาระดับไม่ให้ขาดทุนก็ถือว่าโอเคแล้ว เพราะ 3 ไตรมาสผลกำไรอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ  กล่าวต่อว่า คาดว่าราคาน้ำมันดิบไตรมาส 4 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 100-110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ไม่ดี จากการที่การแก้ปัญหาหนี้ของทางยุโรปยังไม่ชัดเจน และปีหน้าคาดว่าแนวโน้มราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 90-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเช่นกัน ซึ่งระดับราคาน้ำมันนี้ ทำให้กลุ่ม ปตท. สามารถดำเนินธุรกิจได้โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่ในกรณีเลวร้ายสุดหากวิกฤติเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น จนส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงมาอยู่ที่ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะกระทบกับกำไรของกลุ่ม ปตท. แน่นอน ซึ่งอาจทำให้กำไรปีหน้าจะน้อยกว่าปี 2554

“ถ้าน้ำมันอยู่ที่ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าเศรษฐกิจชะลอลง ความต้องการปิโตรเคมีและน้ำมันจะน้อยลง ดังนั้นมาร์จิ้นก็จะหดลงด้วย”

นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า แม้สถานการณ์ธุรกิจพลังงานปีนี้ไม่ดี แต่ส่วนตัวมองว่าการที่กลุ่มปตท.มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ถือว่าเป็นโอกาสที่บริษัทจะเข้าไปลงทุนซื้อกิจการในช่วงที่ราคาตกต่ำ โดยทางกลุ่มสนใจจะเข้าซื้อกิจการเกี่ยวกับการสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน ส่วนกรณีที่ราคาหุ้นของกลุ่มปตท.ได้ปรับตัวลดลงมานั้น ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนที่ยังไม่เข้าไปลงทุน เพราะนักลงทุนต้องเลือกลงทุนในหุ้นที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดที่สูง มีเงินปันผล และมีผลประกอบการเติบโตดี จึงเป็นโอกาสในการเข้าไปลงทุนและถือยาวไปได้ถึงปีหน้า ส่วนการที่ตนหมดวาระในการดำรงตำแหน่งในบริษัทปตท.นั้นเป็นช่วงที่ตนเองต้องการพักผ่อนจากที่ทำงานมา 30 ปีแล้ว แต่ตนยังเป็นกรรมการในบริษัท ปตท.สผ. และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 7 ตุลาคม 2554, 02:27 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 234 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: