บล.ภัทร เชื่อ กนง.แตะเบรกดอกเบี้ยถึงสิ้นปี55

Published ตุลาคม 7, 2011 by SoClaimon

6 ตุลาคม 2554, 22:59 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/207278

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

“ศุภวุฒิ” เห็นด้วยกับ ธปท.ปรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 55 เป็นเงินเฟ้อทั่วไป เชื่อยืดหยุ่นรองรับนโยบายรัฐได้ คาด กนง.แตะเบรกขึ้นดอกเบี้ยถึงสิ้นปีหน้า เหตุ ศก.โลกยังกดดัน

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บล.ภัทร จำกัด (มหาชน) (PHATRA) เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะปรับเปลี่ยนกรอบเงินเฟ้อรายปี จากเดิมใช้กรอบเงินเฟ้อพื้นฐานปรับเป็นเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยรายได้เป็นตัวเลข 3% บวกลบ 1.5% หรือ 1.5-4.5% เพราะเชื่อว่าจะสามารถสื่อสารกับประชาชนและนักธุรกิจได้ง่ายยิ่งขึ้น และเป็นการยืดหยุ่นกับนโยบายของรัฐบาลได้มากขึ้น เนื่องจากในระยะยาวราคาพลังงานและอาหารมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและผันผวนสูง แต่หากการนำเงินเฟ้อพื้นฐานมาเป็นกรอบจะไม่รวมราคาอาหารและพลังงานเข้าไปด้วย แต่เบื้องต้นเห็นว่าเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ในช่วงต่อไป

“ในทางปฏิบัติ ธปท.คงมีแนวทางและแนวคิดที่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก เพราะการเปลี่ยนเป็นกรอบเงินเฟ้อทั่วไป จากเดิมใช้เงินเฟ้อพื้นฐานก็ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย อย่างไรก็ตาม ธปท. และกระทรวงการคลังควรต้องมีการหารือกัน โดยนโยบายต่างๆ ต้องมีความสอดคล้องกัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจรวมถึงประชาชนด้วย

นายศุภวุฒิ  กล่าวต่อว่า คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้ม คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องไปถึงสิ้นปี 55 ที่ระดับปัจจุบัน 3.5% แม้ที่ผ่านมา ธปท.ยังเป็นห่วงการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อภายในประเทศ แต่ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปได้รุนแรงขึ้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าหาก กนง.ขึ้นดอกเบี้ย จะกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมของไทย

“ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับ ธปท.ก็มีความเห็นว่า ตอนนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายระดับปัจจุบันมีความเหมาะสมแล้วในการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ ซึ่งปัญหาสหรัฐและยุโรปยังอึมครึม ทำให้คงยังไม่เห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายใน 15 เดือนข้างหน้า”

นายศุภวุฒิ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับลดเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีหน้า จากเดิมที่คาดว่าน่าจะโต 4.5% สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม แต่ยังไม่ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะระดับน้ำยังไม่ลด และยังได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐ จากเดิมที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเศรษฐกิจยุโรปที่ชะลอตัวจะไม่ส่งผลกระทบต่อไทยมากนัก เพราะไทยส่งออกสินค้าไปยังจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าเศรษฐกิจยุโรปมีปัญหาขณะที่จีนส่งออกสินค้าไปยังตลาดยุโรปและสหรัฐ สุดท้ายก็จะส่งผลกระทบกลับมายังประเทศไทย เพราะไทยยังพึ่งพาการส่งออกเพิ่มขึ้นจากจีน

“ส่วนใหญ่ไทยส่งออกรถยนต์ อุปกรณ์รถยนต์ และยาง แต่ถ้าเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐชะลอตัว การสั่งซื้อรถยนต์ก็จะลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้ไทยได้รับผลกระทบรุนแรง จึงอยากแนะให้รัฐบาลหันมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น ถนน และระบบสาธารณูปโภคภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ทดแทนการสูญเสียจากการส่งออก” นายศุภวุฒิ กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 ตุลาคม 2554, 22:59 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 469 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: