นักลงทุนต่างชาติมั่นใจลงทุนไทย หลังตบเท้าพบนายกฯ

Published ตุลาคม 7, 2011 by SoClaimon

5 ตุลาคม 2554, 21:12 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/207011

njpus24ncqkx5e1gw7mctw31ickahjhiuia9p6p3dmx

“ยิ่งลักษณ์” ย้ำจะรักษาวินัยการคลังไม่แพ้รัฐบาล “อภิสิทธิ์” ระบุแม้รัฐบาลจะใช้เงินมาก แต่ส่วนใหญ่ใช้กระตุ้นกำลังซื้อของประชาชน เพื่อรัฐบาลจะเก็บเงินภาษีได้มากขึ้น ซึ่งการใช้จ่ายในด้านนี้ของรัฐบาลถือเป็นการลงทุนไม่ไช่การเหวี่ยงเงินทิ้ง

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้นำนักลงทุนสถาบันซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนทั้งในและต่างประเทศจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ที่เป็นลูกค้าของบริษัทกว่า 40 แห่งเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อรับฟังและซักถามข้อกังวลต่างๆ เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล เพื่อขอความเชื่อมั่นจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งผลปรากฏออกมาเป็นที่น่าพอใจ เพราะนายกรัฐมตรีได้ชี้แจงและตอบข้อซักถามต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนได้อย่างมาก โดยประเด็นสำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจซักถามมากที่สุดคือ ประเด็นเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองและการขจัดความขัดแย้ง เพื่อสร้างความปรองดองภายในชาติ ซึ่งนายกรัฐนตรียืนยันว่า เรื่องนี้นถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและให้ความสำคัญในอันดับต้นๆ และถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ซึ่งเห็นได้จากการที่รัฐบาลชุดนี้ยังคงให้การสนับสนุนให้คณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ ที่จัดตั้งโดยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การดำเนินการเดินหน้าต่อไปได้ และขอให้นักลงทุนสบายใจในเรื่องนี้ได้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีความเป็นห่วงในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ส่วนใหญ่เน้นประชานิยมที่อาจสร้างปัญหาและทำให้เศรษฐกิจไม่มีความยั่งยืน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่า จริงๆ แล้วรัฐบาลมีนโยบายในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อีกมาก แต่ไม่ค่อยเป็นข่าว ซึ่งรัฐบาลตระหนักในเรื่องนี้ดีว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะทำให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างยั่งยืนมีการจ้างงานจำนวนมาก และช่วยพัฒนาศักยภาพของประเทศในระยะยาว ซึ่งจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเศรษฐกิจไทย หากเศรษฐกิจฝั่งยุโรปมีปัญหาอย่างน้อยไทยจะได้มีการลงทุนตรงนี้มาช่วยในการขยายตัวของจีดีพี

“นายกรัฐมนตรียังบอกด้วยว่า ดูเผินๆ เหมือนว่ารัฐบาลจะใช้เงินมาก แต่ส่วนใหญ่ใช้กระตุ้นการใช้จ่ายและกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งการทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อสูงขึ้น ก็ช่วยในการขยายฐานเศรษฐกิจให้มีขนาดใหญ่ขึ้น สุดท้ายก็จะช่วยให้รัฐบาลสามารถเก็บเงินเก็บภาษีได้มากขึ้น ซึ่งการใช้จ่ายในด้านนี้ของรัฐบาลถือเป็นการลงทุนไม่ไช่การเหวี่ยงเงินทิ้งไป” นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐนตรีได้ยืนยันกับนักลงทุนด้วยว่า ขอให้มั่นใจในรัฐบาลชุดนี้ในการรักษาวินัยการคลัง แม้จะมีการใช้จ่ายหรือลงทุนมากขึ้น เพื่อกระตุ้นหรือดูแลเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ละเลย หรือลดความสำคัญไป โดยรัฐบาลชุดนี้จะเข้มงวดในการรักษาวินัยทางการคลัง ไม่แพ้รัฐบาลชุดที่แล้ว

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า นักลงทุนที่มาเข้าพบนายกฯ ในครั้งนี้ เป็นกลุ่มที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทยอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เน้นการลงทุนระยะยาว และมีมุมมองที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย โดยมีกองทุนรายใหญ่ระดับ top 5 ของโลกมาด้วย ซึ่งหลังจากที่ได้เข้าพบและได้รับการยืนยันจากนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ทำให้มีมุมมองที่ดีขึ้นและส่วนใหญ่พร้อมที่จะกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น แต่อาจจะยังไม่ได้รีบร้อนเข้ามาทันที เพราะสถานการณ์จากปัจจัยภายนอกยังมีความไม่แน่นอนและเป็นความเสี่ยงอยู่ ทั้งจากปัญหาหนี้ยุโรปและเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ซึ่งเป็นประเด็นที่ต่างชาติเป็นห่วงที่สุด แต่หากสถานการณ์ต่างๆ นิ่ง และมีความชัดเจน เชื่อมั่นว่านักลงทุนกลุ่มนี้น่าจะตัดสินใจเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้ก่อนกลุ่มอื่น

สำหรับสาเหตุที่ตนพานักลงทุนเข้ามาพบภาครัฐบาลและนายกรัฐมนตรีในช่วงนี้ เพราะเห็นว่าเป็นจังหวะที่ดีที่รัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงานท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย จึงต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ขณะเดียวกันยังเป็นช่วงที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวลงแรงมาก หากนักลงทุนเหล่านี้มีความมั่นใจก็น่าจะเป็นนักลงทุนกลุ่มแรกๆ ที่กลับเข้ามาซื้อหุ้น

นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนักลงทุนได้พบนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังได้พบกับ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ด้วย ซึ่งนายธีระชัยยังตอกย้ำให้นักลงทุนด้วยว่ าในปีหน้ารัฐบาลจะประกาศให้เป็นปีแห่งการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นกำลังหลักในการนำพาเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลจะมีมาตรการส่งเสริม หรือสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีการลงทุนมากขึ้น รวมทั้งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตให้กับภาคเอกชนไทยด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 ตุลาคม 2554, 21:12 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 15 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: