แบงก์ชาติแนะออกพันธบัตรตั้งกองทุนมั่งคั่ง

Published ตุลาคม 5, 2011 by SoClaimon

5 ตุลาคม 2554, 02:00 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/206777

njpus24ncqkx5e1gw7mctw31ickahjhiuia9p6p3dmx

ผู้ว่าแบงก์ชาติ เสนอ รมว.คลัง ควรออกพันธบัตรนำมาซื้อทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อนำไปตั้งกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ…

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ได้เชิญนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาหารือตามที่กระทรวงการคลังได้ให้การบ้านแก่ผู้ว่าการ ธปท.ไปศึกษา 4 โจทย์ใหญ่ ประกอบด้วย 1.การจัดตั้งกองทุนความมั่นคงแห่งชาติ 2.การแก้ไขหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 3.การกำหนดกรอบอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) และ4.การออกตั๋วแลกเงิน หรือบีอีของ สถาบันการเงิน

นายธีระชัย กล่าวว่า ข้อที่มีความชัดเจนคือ ธปท.ได้เสนอให้ปรับมาใช้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) เพื่อกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแทนการใช้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) โดยคาดว่าจะกำหนดที่ระดับ 3.0% บวก/ลบ 1.5% โดยเห็นว่าควรกระบวนการเปลี่ยนแปลงการวางกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อจากเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นเงินเฟ้อทั่วไป เนื่องจากเงินเฟ้อทั่วไปสามารถสื่อสารและสร้างความเข้าให้แก่ประชาชนและผู้บริโภคได้ง่ายกว่า

2.การแก้ไขหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ธปท.ได้เสนอ 2 แนวทางแก้ปัญหาการลดภาระหนี้คือ 1.ให้นำสินทรัพย์ของกอง ทุนที่เหลืออยู่มาลดภาระหนี้ และศึกษาความเป็นไปได้ในการลงบัญชีทุนสำรองเงินตราให้สมดุล ซึ่งตนเห็นว่าแนวทางการแก้ไขการลงบัญชีทุนสำรองเงินตราอาจไม่ได้เม็ดเงินเท่าที่จำเป็น จึงฝากให้ธปท.ไปศึกษาเพิ่มเติมใน 2 ประเด็นคือ 1.การใช้วิธีโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ คืนให้ธปท.ทั้งจำนวน 1.1 ล้านบาทจะกระทบกับฐานของธปท.มากน้อยแค่ไหน และจะเห็นงบดุลของธปท.เป็นอย่างไร และ2.การหารือรายได้เพิ่มจากการเก็บค่าธรรมเนียมจากธนาคารพาณิชย์

3.การจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่ง ผู้ว่าการ ธปท.ให้ข้อสังเกตว่าการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่า ต้องการหารายได้เพิ่ม หรือเป็นตอบสนองกลยุทธ์ของประเทศ เช่น หากเห็นประเทศมีความชำนาญด้านสายการบินก็นำเงินไปลงทุนด้านสายการบิน หรือนำเงินทุนลงทุนทรัพยากร แร่ธาตุและพลังงาน

ดังนั้น หากนำเงินสำรองระหว่างประเทศมาใช้จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ ซึ่งผู้ว่าการ ธปท.เสนอว่ากระทรวงการคลังควรจะออกเป็นพันธบัตรเพื่อนำมาซื้อทุนสำรองระหว่างประเทศเพื่อนำไปตั้งกองทุนจะเหมาะสมกว่า แต่นายกิติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯเห็นว่าไม่จำเป็น ต้องใช้เงินทุนสำรองฯ แต่สามารถใช้เงินจากแหล่งอื่นได้ กระทรวงการคลังจึงรับข้อสังเกตของธปท.ไปศึกษาต่อ

และ4.การกำกับดูแลการออกตั๋วบี/อีของธนาคารพาณิชย์นั้น ขณะนี้มีข้อสรุปแล้วว่าควรนำตั๋วบี/อีมาคำนวณเป็นสภาพคล่องของสถาบันการเงินตามกฎหมายและโอนมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ทั้งหมด โดย ก.ล.ต.จะมีการยกร่างกฎเกณฑ์เพื่อกำกับดูแลต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้ฝากการบ้านให้ผู้ว่าการ ธปท.ศึกษาเพิ่มเติมอีก 3 ประเด็น คือ 1.การเสนอให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถ ซื้อขายเงินตราต่างประเทศได้ 2.การให้ตลาดซื้อขายล่วงหน้า สามารถซื้อขายเงินตราต่างประเทศได้ และ 3. การเปิดให้มีการแข่งขันในระบบธนาคารพาณิชย์มากขึ้น เพื่อให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยแคบลง โดยให้ธนาคารต่างประเทศเข้ามาเปิดสาขาในประเทศมากขึ้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 ตุลาคม 2554, 02:00 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: