วิกฤตหนี้ยุโรป ฉุดค่าเงินบาทอ่อน-หุ้นไทยดิ่งเหว

Published ตุลาคม 5, 2011 by SoClaimon

4 ตุลาคม 2554, 00:00 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/206473

njpus24ncqkx5e1gw7mctw31ickahjhiuia9p6p3dmx

วิกฤตหนี้ยูโรโซน ทำนักลงทุนต่างชาติ เทขายหุ้นต่อเนื่อง ทำมาร์เก็ตแคป หายอีกร่วม 400,000 ล้านบาท ซ้ำฉุดค่าเงินบาทอ่อนตัว…

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 ต.ค. เต็มไปด้วยความมืดมนหลังนักลงทุนยังหวาดผวากับการแก้วิกฤติหนี้ยุโรปที่ยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่ข่าวร้ายของความถดถอยของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีเข้ามาไม่จบสิ้น  ล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัว ทำให้นักลงทุนพากันเทขายหุ้นออกมาอย่างหนัก ในทุกตลาดทั่วโลก

โดยดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงทันที ที่เปิดตลาดกว่า 30 จุด และไหลรูดลงอย่างต่อเนื่อง จนไปต่ำสุดของวันที่ระดับ 865.95จุด ลดลง 50.26 จุด ก่อนมาปิดที่ 869.31จุด ลดลง 46.90จุด หรือ 5.12% ทำจุดต่ำสุดใหม่รอบ1ปี ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม(มาร์เก็ตแคป)หดหายไปอีกร่วม 400,000 ล้านบาท ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขาย  26,638.06 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 395.78ล้านบาท รายย่อยซื้อสุทธิ 2,322.76 ล้านบาท

ขณะที่สถาบันในประเทศและพอร์ตโบรกเกอร์ถล่มขายสุทธิ1,545.54 ล้านบาทและ 1,173.00 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวดิ่งลงทุกตลาด นำโดย ตลาดหุ้นอินโดนีเซียลดลง 5.64%หรือ 200.32จุด มาที่ 3,348.71จุด ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดดิ่งลง 4.4% ทำจุดต่ำสุดใหม่(นิวโลว์)ในรอบ 2ปีครึ่ง ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ลดลง3.35% ตลาดหุ้นสิงคโปร์ลดลง 2.01% ตลาดหุ้นมาเลเซียลดลง 1.41% ขณะที่ตาดหุ้นเวียดนาม ลดลง1.28%

ด้านการเคล่ือนไหวค่าเงินในเอเชียต่างอ่อนค่าลงทั้งหมดเช่นกัน โดยค่าเงินยาทและริงกิต มาเลเซียอ่อนค่าลงทะลุระดับแนวรับระยะยาว ส่วนดอลลาร์ไต้หวันและดอลลาร์สิงคโปร์ ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ10เดือน ขณะที่กองทุนต่างชาติ ลดสัดส่วนการถือสกุลเงินเอเชียลงอีก ท่ามกลางความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรป โดยค่าเงินบาทร่วงทะลุระดับ 31.26บาท เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.ย.2552 จากแรงขายของธนาคารต่างชาติและกองทุน

ด้าน นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า  หุ้นไทยที่ปรับตัวลงแรงเป็นไปตามตลาดหุ้นภูมิภาคและหุ้นสหรัฐฯที่ปรับตัวลดลง หลังยังไม่มีความชัดเจน ในการแก้ปัญหาวิกฤติหนี้ยุโรป ซึ่งตราบใดที่ภาพการแก้ปัญหาและความเสียหายจากปัญหายูโรโซนยังไม่ชัดเจน  การฟื้นตัวของตลาดหุ้นก็คงลำบาก โดยปัญหาครั้งนี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของยูโรโซน ตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ทำให้นักลงทุนต้องระมัดระวังการลงทุนและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด รวมทั้งรับฟังคำแนะนำการลงทุนจากนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญในการลงทุน

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า ปัญหาหนี้ยุโรปถือว่ายังมีความเสี่ยงต่อการลงทุนในตลาดหุ้นโลก ทำให้เม็ดเงินลงทุนในตลาดโลกเคลื่อนย้ายไปลงทุนในสินทรัพย์ ที่มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้ระยะสั้นจะยังคงมีเม็ดเงินลงทุนไหลออกจากตลาดหุ้นได้อีก แต่พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังดีอยู่ นักลงทุนควรรอช่วงจังหวะการเข้าไปซื้อหุ้น แต่มองว่าระยะสั้นโอกาสทำกำไรยังลำบาก แต่ระยะยาวแนะให้ซื้อหุ้นปันผลและทยอยสะสมกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในหุ้นระยะยาว(LTF) ซึ่งการที่เศรษฐกิจไทยพื้นฐานยังดีเป็นโอกาสของนักลงทุนซื้อหุ้นปันผล และได้ผลกำไรจนถึงปี 2556

ด้านนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยถูกเทขายปรับตัวลงจากปัจจัยต่างประเทศที่ไม่มีความแน่นอน แต่พื้นฐานบริษัทจดทะเบียนไทยยังน่าลงทุนซึ่งการที่หุ้นไทยปรับตัวลงแรงกว่าตลาดหุ้นอื่นเพราะต้นปีถึงปัจจุบันหุ้นไทยขึ้นดีกว่าตลาดหุ้นอื่นและเป็นตลาดหุ้นท้ายๆที่ต่างชาติขายหุ้นออกมา โดยลดการถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ รวบรวมตัวเลขการขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นเอเชีย 7 แห่ง สัปดาห์ก่อนสิ้นสุด วันที่ 30 ก.ย.พบว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิทุกตลาด โดยขายสุทธิสูงสุดในตลาดหุ้นไต้หวันคิดเป็นมูลค่า 1,056 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 32,898 ล้านบาท ขณะที่ขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 266 ล้านเหรียญ หรือราว 8,286 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาจากช่วงต้นปีพบว่าต่างชาติซื้อสุทธิสูงสุุดในตลาดหุ้นญี่ปุ่น 888,636 ล้านบาท ขณะที่ขายสุทธิสูงสุดในตลาดหุ้นไต้หวัน 322,132ล้านบาท ส่วนหุ้นไทยขายสุทธิ 37,135 ล้านบาท ขณะที่โบรกเกอร์รายใหญ่ของไทยยังประเมินต่างชาติยังมีโอกาสขายหุ้นไทยได้อีก

โดย นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส กล่าวว่าหากดูจากตัวเลขตั้งแต่เดือน ก.ค.ปีที่แล้ว มาถึงตอนนี้ต่างชาติ ยังมียอดซื้อสุทธิคงเหลือกว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่างชาติยังขายได้อีก

ด้าน นางสาวมยุรี โชวิกรานต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กิมเอ็ง กล่าวว่า ปี 53 ต่างชาติมียอดซื้อสุทธิหุ้นไทยราว 84,100ล้านบาท และนับจากต้นปี 54 ต่างชาติขายสุทธิ 35,000 ล้านบาท จึงมองว่าหากต่างชาติขายหุ้นไทยออกมา น่าจะขายได้อีกประมาณ 40,000 ล้านบาท

ส่วนนางสาวจิตร อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ฟินันเซียไซรัส ชี้ว่าต่างชาติยังมีแนวโน้มขายหุ้นไทยรวมทั้งตลาดหุ้นภูมิภาคพื่อนำเงินไปถือครองเงินดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยอารมณ์ต่างชาติตอนนี้ ไม่สนใจเรื่องต้นทุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 ตุลาคม 2554, 00:00 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: