‘นริศ’ ฟิตรับตำแหน่งอธิบดี เปิดคัมภีร์ 4 ข้อบริหารธนารักษ์

Published ตุลาคม 5, 2011 by SoClaimon

4 ตุลาคม 2554, 19:00 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/206688

njpus24ncqkx5e1gw7mctw31ickahjhiuia9p6p3dmx

อธิบดีกรมธนารักษ์คนใหม่เผยคัมภีร์ 4 ประการ กับแนวทางการใช้ภารกิจกรมธนารักษ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศให้เพิ่มสูงขึ้น ทั้งการบริหารที่ราชพัสดุ การประเมินราคาอสังหาฯ สะท้อนความเป็นจริง การบริหารเงิน และการอนุรักษ์ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยถึงแนวทางการทำงานในฐานะเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์ว่า ขณะนี้มีความกังวลถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยจากเศรษฐกิจภาคต่างประเทศมีสูงขึ้น เนื่องจากวิกฤตที่เกิดขึ้นในยุโรปและสหรัฐ ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในทางลบ ทำให้ความต้องการด้านการส่งออกของประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน ดังนั้น เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศทดแทนภาคต่างประเทศ ตนในฐานะที่ดูแลกรมธนารักษ์จะปรับปรุงบทบาทของกรมธนารักษ์เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้นด้วยวิธี 4 ประการ 1.ในฐานะที่กรมธนารักษ์เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตที่สำคัญของประเทศ นั่นคือที่ดินราชพัสดุกว่า 12.5 ล้านไร่ ดังนั้นจะเน้นให้ความสำคัญในการบริหารที่ราชพัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการนำที่ดินที่เหมาะสมมาสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจสูง ทั้งในแง่ที่ให้เอกชนเช่าเพื่อการผลิต หรือทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การพัฒนาที่ดินส่วนกลางเพื่อเป็นสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นการสร้างทุนทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง และการพัฒนาให้เกิดการสร้างกิจกรรมผ่านการลงทุนของบริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์

โดยเชื่อว่าถ้ามีการเลือกพื้นที่ได้เหมาะสมและเร่งกระบวนให้เกิดการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว จะทำให้มีการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ที่ดินสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นรายได้โดยตรงจากกรมธนารักษ์คืนให้รัฐบาล รวมทั้งการผลิตและจ้างงานสูงขึ้น ยังส่งผลแก่รายได้รัฐบาลทางอ้อมจากการเพิ่มขึ้นของภาษีรายได้นิติบุคคล ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา และรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย

2.การกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง อาคารชุด เพื่อเป็นฐานการใช้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้น จะเน้นภารกิจที่จะนำไปสู่ราคาที่เป็นธรรม หรือราคาที่สะท้อนราคาตลาดให้มากที่สุด เพราะการตีราคาที่ดินที่ต่ำกว่าความเป็นจริง นำมาซึ่งการใช้ที่ดินที่สูญเปล่า แต่การตีราคาสูงเกินไป เป็นการเสียประโยชน์ที่ควรจะได้จากที่ดิน ดังนั้นจะกำกับกระบวนการกำหนดราคาของกรมธนารักษ์ให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้นไปอีก

3.เรื่องการผลิตเหรียญกษาปณ์และบริหารเงินตรา จะนำหลักเศรษฐศาสตร์เข้ามาใช้ในการคาดการณ์ปริมาณจำนวนและการผลิตเหรียญ ให้ตรงกับความต้องการใช้เหรียญให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้การใช้จ่ายในเศรษฐกิจเกิดการสะดุด หรือการทำให้ข้าวของแพงขึ้นจากการที่ขาดปริมาณของเหรียญราคาต่ำ เนื่องจากมีแนวโน้มว่าเหรียญที่มีมูลค่าต่ำจะหายจากตลาด เพราะมูลค่าโลหะที่ใช้ในการผลิตเหรียญมีราคาใกล้เคียง หรือมากกว่าราคาหน้าเหรียญ ซึ่งทางแก้ปัญหานี้คงต้องหาวิธีผลิตเหรียญโดยใช้ต้นทุนที่ต่ำลงไปอีก และต้องสนับสนุนให้มีการใช้บัตรเครดิตมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เกินอำนาจของกรมธนารักษ์ แต่จะประสานกับสำนักเศรษฐกิจการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกบัตรเครดิต เพื่อให้ได้ออกกติกา หรือกฎเกณฑ์ที่สนับสนุนการใช้บัตรเครดิตได้มากขึ้น และถ้าทำสำเร็จจะเป็นการกระตุ้น หรือหล่อลื่นระบบเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง

4.การอนุรักษ์ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน โดยเฉพาะโครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินและโครงการจัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินระบบเสมือนจริง จะมีการผลักดันโครงการนี้ให้มีความชัดเจนและเกิดขึ้นให้ได้ เนื่องจากการสร้างพิพิธภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการวัฒนธรรมเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เพราะพิพิธภัณฑ์ที่ดีจะเป็นแรงดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวคนไทย และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้มาประเทศไทย หรือใช้เวลาอยู่ในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศอีกทาง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 ตุลาคม 2554, 19:00 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: