เบิ้ลเบี่ยงกระแสก่อน

Published ตุลาคม 1, 2011 by SoClaimon

29 กันยายน 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/205321

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

“งานเข้า” ชุกเลยก็แล้วกัน

ตามคิวของทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ทางหนึ่งก็ตั้งแท่นชงเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ ถอดถอนนายกฯยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  ออกจากตำแหน่ง ในข่ายความผิดผลประโยชน์ทับซ้อน โยงปมเหตุจากโครงการลดภาษีบ้านหลังแรกเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจของเครือข่ายใกล้ชิด

ล่าสุดตามสัญญาณจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่กระโดดออกโรงไล่บี้ให้นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ตอบคำถามให้ได้กรณี ไม่ฎีกาคดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินคอร์ปของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์

โดยมีนายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นลูกคู่รับลูกเลยว่า พรรคกังวลว่าจะมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเหมือนกับเหตุการณ์ก่อนปี 2549 จึงคิดว่า ดุลพินิจของอัยการสูงสุดน่าจะมีปัญหา ดังนั้น อัยการสูงสุดเตรียมรับการยื่นถอดถอนจากทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ได้เลย

จากนายกฯยิ่งลักษณ์ ถึงอัยการสูงสุด ประชาธิปัตย์ไล่ถอดถอนดะ

ตามจังหวะโหมกระแสตีปี๊บ เบิ้ลใส่คู่กรณีเต็มที่

แต่ก่อนจะไปว่าถึงผลทางกฎหมายที่ยังต้องต่อสู้กันอีกยาวไกล เพราะฟังจากนายกฯยิ่งลักษณ์ก็ยังแจกแจงได้อย่างมั่นใจว่า นโยบายบ้านหลังแรกต้องการให้เกิดประโยชน์กับผู้ที่ซื้อบ้านจริงๆ ไม่ได้ให้ประโยชน์กับผู้ประกอบการ ไม่มีการเอื้อให้กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง และมาตรการนี้ถือเป็นมาตรการที่เราให้ประโยชน์โดยตรง เพราะผู้ซื้อได้รับภาษีไม่ใช่ผู้ขาย

ขณะที่นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ก็โต้นิ่มๆ แม้ว่าตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ประกอบ 271 จะระบุให้ ส.ส.มีอำนาจเข้าชื่อขอถอดถอนอัยการสูงสุดได้ แต่ก็ต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคดีนี้อัยการได้พิจารณาจากปัญหาข้อกฎหมายแทบทั้งสิ้น

ส่วนพยานในสำนวนก็เพิ่งมาพบกันในชั้นพิจารณา อัยการจึงไม่รู้ข้อบกพร่องของพยาน

รัฐธรรมนูญ มาตรา 255 วรรค 2 บัญญัติว่า อัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดี และยังมีอำนาจสั่งคดีตามพระราชบัญญัติอัยการ ปี 2553 มาตรา 21 ประกอบมาตรา 22 ซึ่งการพิจารณาสั่งไม่ฎีกาจึงเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ และเป็นดุลพินิจ ดังนั้น อัยการจึงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

ไม่ตกใจกับเสียงขู่ เพราะต่างก็อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็นเหมือนกัน

แต่แน่นอน โดยผลทางการเมืองที่หวังได้จากคิวปั่นกระแสถอดถอนเบิ้ลใส่คู่กรณี อย่างน้อยมันก็ช่วยแย่งพื้นที่ข่าว เบี่ยงกระแสความจริงอีกด้านที่คนยี่ห้อประชาธิปัตย์กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

ตั้งรับกระแสร้อนๆ ที่ว่าด้วยเรื่องส่อโกง ทุจริตคอรัปชัน

ตามปรากฏการณ์ล่าสุด  นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการในฐานะโฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงมติรับเรื่องกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ของกรุงเทพมหานคร เพราะ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีนี้มีเหตุอันควรสงสัยว่าการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของ กทม. จะมีการทุจริตหรือไม่ และจะเป็นกล้องจริงหรือเป็นกล่องเปล่า จริงหรือไม่ ราคาจะแพงจริงหรือไม่

โดยมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการหาข้อเท็จจริงและรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหลายให้ชัดเจนว่ามีบุคคลใดบ้างที่มีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องนี้และมีส่วนเกี่ยวพันอย่างไร เพื่อนำมาเสนอคณะกรรมการป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป

พร้อมๆกับคิวที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยืนยันว่า ดีเอสไอจะตรวจสอบกรณีดังกล่าวต่อไป หากพบมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องกระทำความผิดจะส่งสำนวนพร้อมหลักฐานให้  ป.ป.ช.ดำเนินการ โดยดีเอสไอจะส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญเรื่องคดีฮั้วประมูล ตรวจสอบอย่างละเอียด ตรงไปตรงมา คาดใช้เวลาสอบข้อเท็จจริงไม่นาน

งานนี้ประชาธิปัตย์เจอเครื่องหมายคำถามในมาตรฐานความสะอาดที่ยกตนเหนือกว่าใคร

มันจึงต้องรีบเบรกกระแส ไม่ให้ไหลลึก “เข้าเนื้อ” มากกว่านี้.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 29 กันยายน 2554, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 451 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: