ปลุกผีนโยบายรับจำนำข้าว! “คิดใหม่ ทำผิดใหม่”ไม่พ้นวังวนเดิม

Published ตุลาคม 1, 2011 by SoClaimon

19 กันยายน 2554, 05:01 น.
http://www.thairath.co.th/column/eco/ecoscoop/202678

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

ในที่สุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ได้มีมติอนุมัติการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 ตามที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เสนอ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้

โดยได้ตั้งงบประมาณดำเนินการสูงถึง 430,000 ล้านบาท ในการรับจำนำข้าวทุกเม็ดในประเทศ หรือประมาณ 25 ล้านตันข้าวเปลือก

ท่ามกลางการโจมตีของสังคมว่าจะทำให้วงจรอุบาทว์ในการรับจำนำข้าว และทุจริตกลับมาอีกครั้ง!!

เพราะงบประมาณส่วนใหญ่จะไม่ตกถึงมือเกษตรกรทุกบาททุกสตางค์ อย่างที่รัฐบาลอ้างถึง แต่จะรั่วไหลไปเข้ากระเป๋าของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนของการรับจำนำที่สมรู้ร่วมคิดกันโกงกินเงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีอากรของประชาชน

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

ปัญหาทุจริตเหล่านี้ มีตัวอย่างให้เห็นมากมายในทุกรัฐบาลที่มีโครงการรับจำนำข้าว

และยังมีปัญหาขาดทุนจากการรับจำนำมากกว่า 50% เพราะรัฐบาลระบายข้าวในสต๊อกออกไปในราคาต่ำกว่าราคารับจำนำมาก ซึ่งเป็นผลจากโครงการหากบริหารจัดการที่ไม่ดี

แม้รัฐบาลที่ผ่านมา จะพยายามหาจุดเปลี่ยนโดยการใช้โครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งว่ากันว่า ทำให้เม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ตกถึงมือเกษตรกร ปิดจุดรั่วไหลของเม็ดเงินได้มากที่สุด และยังใช้งบประมาณดำเนินการน้อยกว่าแล้ว

แต่ก็ยังมีความพยายามจากคนบางกลุ่ม ที่เสียประโยชน์จากการไม่มีโครงการรับจำนำ ล้มโครงการประกันรายได้เกษตรกร เพื่อให้ผลประโยชน์ที่เคยเป็นเสือนอนกินได้กลับเข้าสู่กระเป๋าตนเองอีกครั้ง

ทั้งที่รู้ว่า โครงการรับจำนำข้าว มีข้อเสียมากมาย และยังเปิดช่องให้เกิดปัญหาทุจริตตามมาอย่างไม่รู้จบ แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ยังดึงดันที่จะประกาศใช้มาตรการนี้ โดยอ้างว่า เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร จากการขายข้าวได้ราคาสูงขึ้นตามราคารับจำนำ และจะมีผลดึงราคาข้าวไทยในตลาดโลกให้สูงขึ้นตามไปด้วย

ข้ออ้างที่ว่า การรับจำนำข้าวทุกเม็ดที่ผลิตได้ในประเทศ จำนวน 25 ล้านตัน จะทำให้ไทยสามารถกำหนดราคาข้าวในตลาดโลกได้นั้น ก็นับว่า ผิดถนัด

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวว่า ในทางทฤษฎี สินค้าเกษตรที่ส่งออกไปขายในต่างประเทศทุกรายการถือเป็นส่วนหนึ่งของตลาดโลก หรือเป็นตลาดเดียวกัน เพราะมีการเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญ สินค้าแต่ละตัว ต่างก็มีสินค้าอื่นทดแทนกันได้ เช่น ข้าว ก็มีข้าวสาลี ข้าวโพด และธัญพืชอื่นเป็นคู่แข่ง ถ้าข้าวราคาแพง ผู้บริโภคในหลายประเทศก็จะหันไปบริโภคหมั่นโถว โรตี บะหมี่ หรือขนมปังแทนข้าวได้

ด้วยเหตุนี้ ราคาสินค้าเกษตรทุกรายการจึงถูกกำหนดโดยตลาดโลก แม้ไทยจะเป็นผู้ส่งออกสำคัญ แต่ก็เป็นเพียงรายเดียวของโลก เราจึงเป็นผู้รับราคา (Price Taker) ไม่ใช่ผู้กำหนดราคา (Price Maker)

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

สิ่งที่ ดร.วีรพงษ์ เตือนไว้ชัดๆก็คือ การรับจำนำข้าวจะทำให้เกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวงขนานใหญ่ แทนที่เงินจะตกไปถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริง ก็จะไปตกแก่โรงสี กับผู้ส่งออกที่เป็นพวกพ้องที่รัฐเลือกใช้

ดร.วีรพงษ์ ยังให้สติด้วยว่า สินค้าเกษตรทุกตัวจะกักตุนเพื่อเก็งกำไรไม่ได้ และการกักตุนของไทยก็จะไม่ทำให้ราคาในตลาดโลกเปลี่ยนแปลงเพราะจะมีสินค้าออกสู่ตลาด

ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน ก็จะมีผู้ผลิตรายอื่นขายในตลาดโลกแทนไทย และถ้าเก็บไว้นาน 3-4 เดือน ก็จะมีผลผลิตใหม่ออกมาแทนที่ ถึงเวลาจะขาย ราคาก็จะตกทันที การกักตุน จึงมีแต่ขาดทุน และทำลายตัวเอง

คืนชีพทุจริตจำนำข้าว

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กำหนดจะเปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีปี 54/55 วันที่ 7 ต.ค.54-29 ก.พ.55 ส่วนภาคใต้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-31 ก.ค.55 ระยะเวลาไถ่ถอน 4 เดือนนับถัดจากเดือนที่รับจำนำ

โดยได้กำหนดราคารับจำนำสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่ง ณ ความชื้น 15% ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 20,000 บาท จากโครงการรับจำนำล่าสุดปี 51/52 ที่ตันละ 15,000 บาท ข้าวเปลือกหอมจังหวัด ตันละ 18,000 บาท จากตันละ 13,000 บาท

ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 16,000 บาท จากเดิมตันละ 12,000 บาท ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดยาว ตันละ 16,000 บาท จากเดิม 10,000 บาท ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดคละ ตันละ 15,000 บาท จากเดิม 9,000 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 100% ตันละ 15,000 บาท จากเดิม 12,000 บาท

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

ข้าวเปลือกเจ้า 5% ตันละ 14,800 บาท จากเดิม 11,800 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 10% ตันละ 14,600 บาท จากเดิม 11,600 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 15% ตันละ 14,200 บาท จากเดิม 11,200 บาท และข้าวเปลือกเจ้า 25% ตันละ 13,800 บาท จากเดิม 10,800 บาท

ส่วนวิธีการรับจำนำนั้น ก็แทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากโครงการที่ผ่านมาๆ มากนัก ทั้งกำหนดให้รับจำนำข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมจังหวัด และข้าวเปลือกปทุมธานี เฉพาะใบประทวน แต่สำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิ และข้าวเปลือกเหนียว อาจให้รับจำนำที่ยุ้งฉางได้เฉพาะพื้นที่ที่มีมีปัญหา

หรือแม้กระทั่งเงื่อนไขที่รัฐบาลนี้คิดว่าเข้มงวดมากแล้ว เพื่อป้องกันโรงสี และตลาดกลางที่ไม่ซื่อสัตย์เข้าร่วมโครงการ ก็ยังเหมือนเดิมแทบทั้งนั้น

เช่น วางหลักทรัพย์ค้ำประกัน 50% ของมูลค่าข้าวที่รับจำนำ หรือต้องวางสูงถึง 100% กรณีข้ามเขตไปรับจำนำข้าวในภาคอื่น ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิดในบริเวณรับจำนำ และสถานที่เก็บข้าว ห้ามรับฝากข้าวเปลือกจากเกษตรกรก่อนแล้ว อคส. และ อ.ต.ก.ออกใบประทวนให้ภายหลัง ห้ามนำข้าวที่รับจำนำมาหมุนเวียน และห้ามเปาเกา

แต่ ทีมเศรษฐกิจ ไม่เชื่อว่า จะอุดช่องโหว่ไม่ให้เกิดปัญหาทุจริตขึ้นได้ เพราะคนที่เคยได้ประโยชน์ ก็ยังหวังได้อยู่เหมือนเดิม ไม่เคยมีใครพอใจในสิ่งที่มีอยู่ และยิ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีความพยายามล้มโครงการประกันรายได้เกษตรกรมาโดยตลอด ยิ่งทำให้เห็นว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างตั้งตารอกอบโกยผลประโยชน์จากโครงการนี้อยู่

พวกพ้องถูกหวยรับอานิสงส์

จากโครงการที่ผ่านๆ มา เม็ดเงินงบประมาณที่รัฐบาลตั้งไว้สำหรับโครงการรับจำนำข้าว ส่วนใหญ่จะตกอยู่กับคนหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำข้าวในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินการกันเลยคือ 1. ปั่นราคาข้าวให้สูงขึ้นกว่าราคาตลาด

2. เลือกโรงสีเข้าร่วม โรงสีใดได้รับเลือกก็เหมือนถูกหวย เพราะจะรีบไปซื้อข้าวในราคาตลาดซึ่งต่ำกว่าราคารับจำนำมาเก็บไว้ หรือไม่ก็ไม่ซื้อเลย แต่ปลอมใบประทวน สินค้า โดยจ้างชาวนาไม่กี่คนมาลงชื่อว่า ขายข้าวให้โรงสีแล้ว ชาวนาก็จะได้แค่จ้างไปคนละ 50-100 บาท เวลากระทรวงพาณิชย์ไปตรวจสต๊อก ก็เอาข้าวของตัวเองมาแสดงให้ดูพอเป็นพิธี

รอบที่ 2.รัฐรับจำนำมาแล้ว จะมีข้าวจริงบ้าง หรือข้าวลมบ้าง ก็ไม่รู้หรอก แต่ถึงเวลากระทรวงพาณิชย์ก็จะขายออกไป โดยเลือกผู้ส่งออกที่รู้จักกับ รมต.พาณิชย์ (ผู้ส่งออกรายนี้ก็เหมือนถูกหวยอีก) เป็นผู้รับซื้อ ในราคาเท่าไหร่ จะไปตกลงกันเอง

จากนั้น ผู้ส่งออกก็จะไปเร่ขายในต่างประเทศ ผู้ส่งออกรายอื่นที่ไม่รู้ว่า ต้นทุนจริงๆ ของผู้ส่งออกรายนี้เป็นเท่าไหร่กันแน่ ย่อมจะไม่กล้ารับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เพราะไม่แน่ใจว่า จะซื้อจากรัฐบาลได้ในราคาไหน

วิธีการนี้จึงก่อให้เกิดข้อ 3. คือ ทำลายโครงสร้างตลาดข้าวในประเทศ เพราะโรงสี และผู้ส่งออกที่ไม่มีเส้นสายก็ต้องเจ๊งไป และเวลาขายก็จะขายต่ำกว่าราคาที่รัฐรับจำนำอยู่แล้ว รัฐเสียหาย แต่มีคนสองสามกลุ่มกระเป๋าตุง

หรือเจ้าหน้าที่บางคนในหน่วยงานรัฐ ที่รับผิดชอบการรับจำนำโดยตรง มีพฤติกรรมรู้เห็นเป็นใจกับเจ้าของโรงสี-คลังสินค้าเอาข้าวของรัฐไปเวียนเทียนขายก่อน หรือเอาไปเปาเกา หรือมีการปลอมปนเอาข้าวเก่าราคาถูกมาเข้าโครงการรับจำนำ เพื่อหวังส่วนต่างราคารับจำนำที่สูงกว่า ทั้งที่พฤติกรรมนี้กำหนดเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการของโรงสีด้วยซ้ำ

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

ยังมีบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว ที่สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มคนข้างต้น หรืออาจจะรับเงินใต้โต๊ะ ตรวจสอบข้าวคุณภาพเสื่อม ข้าวเน่า ให้กลายเป็นข้าวคุณภาพดี ตรงตามบัญชีรับจำนำ รวมถึงกลุ่มนายทุนที่มีการตกเขียวข้าวของชาวนาแล้วสวมสิทธิชาวนาเข้าโครงการรับจำนำ ทำให้ชาวนาได้เงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ กลุ่มคน หรือก๊วนการเมืองที่มีอำนาจบริหารจัดการข้าว หรือมีอำนาจสั่งการดำเนินการในโครงการรับจำนำ ซึ่งที่ผ่านมา ไม่เคยมีความโปร่งใสในการปฏิบัติงานเลย

จับตาโครงการขาดทุนมหาศาล

จะเห็นได้ว่ารายละเอียดระเบียบกฎเกณฑ์ของโครงการรับจำนำข้าวในครั้งนี้ ไม่เห็นความแตกต่างจากโครงการรับจำนำในอดีต ซึ่งมีการทุจริตคอรัปชันกันอย่างมโหฬาร

งานวิจัยของนักวิชาการระบุชัดเจนตรงกันว่าเกณฑ์การรับจำนำข้าวที่ทำๆกันมา ได้เกิดช่องโหว่นำไปสู่การทุจริตกันมากมายขนาดไหน แต่กลับไม่มีการแก้ไขปรับปรุงระเบียบเหล่านั้นให้รัดกุม เร่งรีบทำคลอดโครงการโดยอ้างว่าเพื่อทำตามสัญญากับชาวบ้านตอนที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้

ที่สำคัญการออกมารับประกันของ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ว่า โครงการรับจำนำข้าวจะทำด้วยความสุจริตนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมาการันตีเรื่องที่จะไม่มีการคอรัปชัน เพราะโครงการรับจำนำข้าวไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ติดตามทำข่าวมาตลอดนั้น ไม่มีครั้งใดเลยที่โครงการเช่นว่านี้จะไม่มีการทุจริต

นายกิตติรัตน์ เพิ่งเข้ามาสัมผัสกับโครงการนี้ครั้งแรก ไม่เคยรู้เรื่องการรับจำนำข้าวมาก่อน รับรู้ก็แต่เพียงข้อมูลจากข้าราชการรอบตัวที่แทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มีเอี่ยวกับความล้มเหลวของการรับจำนำข้าวในอดีตทั้งสิ้น นายกิตติรัตน์จึงไม่มีเครดิตอะไรที่จะมาการันตีการรับจำนำข้าวในครั้งนี้ว่าจะบริสุทธิ์โปร่งใส

ทีมเศรษฐกิจ จะประเมินให้เห็นว่า ความเสียหายในกรณีต่างๆที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับโครงการรับจำนำข้าวครั้งนี้แยกเป็น 3 กรณีดังนี้คือ

กรณีแรก เป็นกรณีที่โชคช่วย ราคาข้าวในตลาดโลกขยับสูงขึ้น จากสภาพอากาศเลวร้าย ทำให้ผลผลิตข้าวในต่างประเทศลดลง ดันราคาข้าวในตลาดโลกสูงขึ้น รัฐบาลจำหน่ายข้าวในสต๊อกได้ราคาพอๆกับที่รับจำนำมาได้เงินคืน 410,000 ล้านบาท แม้จะสูญเสียงบประมาณค่าดำเนินการไปประมาณ 25,500 ล้านบาทก็ยังจะพอรับได้ ที่ช่วยให้ชาวนาขายข้าวได้ราคาดีขึ้น

กรณีที่สอง รัฐบาลขายข้าวไปในราคาต่ำกว่าที่รับจำนำมาประมาณ 25% ได้เงินคืนมา 75% คิดเป็นเงินที่ต้องสูญเสียไปประมาณ 102,500 ล้านบาท รวมกับงบประมาณค่าดำเนินการอีก 25,500 ล้านบาท รวมความเสียหายไปประมาณ 128,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ใช้ไปในโครงการประกันรายได้เกษตรกร 123, 000 ล้านบาทที่เงินถึงมือเกษตรกรโดยตรง

แต่นั่นสำหรับระยะเวลา 2 ปี คือ ฤดูกาลผลิตข้าวนาปี และนาปรัง 2552/2553 และข้าวนาปีและนาปรัง 2553/2554 และยังรวมค่าใช้จ่าย สำหรับการประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังอยู่ในนั้นด้วย

กรณีที่สาม รัฐบาลรับจำนำข้าวมาแล้วพ้นระยะไถ่ถอน 4 เดือน ไม่มีเกษตรกรมาไถ่ถอนคืน รัฐบาลเก็บเข้าสต๊อกทั้งหมดและไม่สามารถจำหน่ายออกไปได้เลย เก็บข้าวไว้นานจนข้าวเสื่อมสภาพ เน่าเสีย ไม่สามารถส่งออกได้ ต้องนำไปจำหน่ายเป็นอาหารสัตว์ในอดีตขายกันแค่ตันละ 10 บาทก็ยังเคยมีมาแล้ว

ถ้าเกิดสภาพที่เลวร้ายในลักษณะนี้ ประเทศชาติจะต้องสูญเสียเงินงบประมาณสำหรับโครงการนี้กว่า 500,000-600,000 ล้านบาท เพราะค่าเช่าโกดังจะเพิ่มเป็นเงาตามตัว แถมยังต้องมีภาระดอกเบี้ยด้วย

ทั้งนี้ ความเสียหายทั้ง 3 กรณีคงจะต้องเกิดขึ้นในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพียงแต่จะมากหรือน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง
***********

ประชาชนกว่า 13 ล้านเสียงเลือกรัฐบาลชุดนี้เข้ามาเพื่อมาสร้างประโยชน์ แก้ไขปัญหาของประเทศ ไม่ใช่ให้เข้ามาเพื่อทำประโยชน์ของตนเอง และพวกพ้อง แต่เมื่อรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวต่อไปท่ามกลางเสียงคัดค้าน ก็ขอให้ประชาชนจับตาดูกันเองว่า ท้ายที่สุดแล้ว รัฐบาลจะดำเนินนโยบายนี้เพื่อตัวเอง พวกพ้อง หรือชาวนากันแน่
ที่สำคัญ จะสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติใหญ่หลวงเพียงใด.
ทีมเศรษฐกิจ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมเศรษฐกิจ
  • 19 กันยายน 2554, 05:01 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: