ปตท.ปลื้มตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง ชูกิจกรรมคืนกำไรสังคม

Published กันยายน 30, 2011 by SoClaimon

30 กันยายน 2554, 05:45 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/205555

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์

ผลักดันชุมชนไทยทั่วประเทศ ให้เดินตามรอยในหลวง เพราะโดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่าชุมชนเข้มแข็งประเทศไทยอยู่ได้

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากนี้ไป ปตท.จะรุกทำกิจกรรมเพื่อสังคมควบคู่กับการทำกิจกรรมการตลาดทุกรูปแบบ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดน้ำมัน และกระตุ้นยอดรายได้รวมสิ้นปีให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยล่าสุดได้ทำโครงการ “รักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อผลักดันชุมชนไทยทั่วประเทศ ให้เดินตามรอยในหลวง เพราะโดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่าชุมชนเข้มแข็งประเทศไทยอยู่ได้

“ที่มาของโครงการ “รักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง” เริ่มต้นขึ้นในปี 50 และจะสิ้นสุดโครงการในปีนี้ เริ่มต้นจากงานใหญ่ด้านกิจการสังคมของ ปตท.ในโครงการปลูกป่า 1 ล้านไร่เฉลิมพระเกียรติเมื่อปี 37 ซึ่ง ปตท.ชักชวนประชาชนปลูกต้นไม้ไปกว่า 200 ล้านต้น ซึ่งหลังจากโครงการปลูกป่า 1 ล้านไร่สิ้นสุดลง ปตท.ก็คิดว่าต้องดูแลป่าต่อไป โดยมีแนวคิดว่าการรักษาป่าอย่างยั่งยืน ต้องให้ชุมชนในพื้นที่ช่วยกันดูแล”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ปตท.มีโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลป่ามาโดยตลอด เช่น โครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า โครงการราษฎรป้องกันไฟป่า และโครงการเยาวชน ปตท. รักป่า และยังจัดทำโครงการรางวัลลูกโลกสีเขียว ที่จะไปเสาะหาคนหรือชุมชนที่รักษาทรัพยากรป่าไม้แล้วสร้างเครือข่ายลูกโลกสีเขียวในการทำงานอนุรักษ์จนกระทั่งปี 45 จึงคิดถึงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เพื่อพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน จึงเชิญผู้รู้ คือ นายสุเมธ ตันติกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา มาเป็นผู้ให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าว เพราะ ปตท.มีความชำนาญในการทำธุรกิจน้ำมันเพียงอย่างเดียว ไม่มีความรู้ด้านการพัฒนาชุมชน จึงเกิดเป็นโครงการ “รักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง” ในปี 50

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายของโครงการดังกล่าว ตั้งใจว่าจะพัฒนาชุมชนที่ดำเนินชีวิตด้วยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง ให้เป็นต้นแบบของตำบลกว่า 8,000 ตำบลทั่วประเทศ โดยสิ่งที่โครงการทำ คือ เน้นเข้าไปอยู่ร่วมกับชุมชน เสริมความรู้และวิธีคิดจากสิ่งที่ชาวบ้านมี โดยคัดเลือกจากเครือข่ายชุมชนที่ทำงาน กับ ปตท.มาก่อน และเปิดรับสมัครชุมชนต่างๆ ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม ทั้งหมดได้มา 87 ชุมชน จากที่ตั้งใจไว้ 84 ชุมชน เพราะต้องมีเผื่อไว้ 3 ชุมชน หากมีชุมชนใดถอนตัว แต่ท้ายที่สุดเชื่อว่าไม่มีชุมชนไหนถอนตัวแน่นอน

“หลังตั้งคณะทำงานของโครงการเรียบร้อยแล้ว สิ่งแรกที่ทำคือ ขอให้ชุมชนเริ่มวิเคราะห์ตัวเองก่อน ซึ่ง ปตท.มีเครื่องมือการวิเคราะห์ต้นทุนของชาวบ้านไว้พร้อมแล้ว และมีการจ้างคนในพื้นที่ไว้สื่อสารกับชาวบ้านโดยตรง ซึ่งชุมชนต้องวิเคราะห์ตัวเองก่อนว่ามีจุดแข็ง จุดอ่อนอะไร มีรายได้และค่าใช้จ่ายทั้งในระดับครัวเรือน และระดับชุมชนอะไรบ้าง โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ต้นทุนทางเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงาน (EC-EN) ที่ ปตท.นำไปเสนอและคิดร่วมกับชาวบ้าน เมื่อสรุปผลได้ ก็ให้จัดเป็นเวทีชาวบ้าน ให้ตำบลถกเถียงกันว่า รู้สึกอย่างไร จะพัฒนาตนเองอย่างไร ดังนั้น 84 ตำบล ที่เข้าร่วมโครงการ จึงมีรูปแบบที่ออกมาไม่เหมือนกัน เพราะปัญหาของแต่ละชุมชนต่างกันสุดขั้ว”

นายอรรถพล กล่าวว่า ในชุมชนนำร่อง 8 แห่งแรก ที่ ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าเหล้ามากกว่าค่าใช้จ่ายให้ลูกไปโรงเรียน ซึ่ง ปตท.ก็เข้าไปแบ่งประเภทค่าใช้จ่ายให้ ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆชาวบ้านจะได้เงินหรือสิ่งของไปง่ายๆ “เศรษฐกิจพอเพียง” ไม่ได้บอกว่าจะต้องใส่เสื้อม่อฮ่อม กินน้ำฝน แต่มีรถเฟอร์รารี่ก็ได้ มีเงินหมื่นล้านบาทก็ได้ ถ้ามีเหตุผล รู้จักพอประมาณ ไม่มากไป น้อยไป “เราอย่าไปติดกับคำว่าพอเพียง เพราะคำว่า “พอเพียง” อาจทำให้เข้าใจผิด ว่าต้องประหยัดเพียงอย่างเดียว”

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

“ทั้ง 87 ตำบล ที่เข้าร่วมโครงการ ปตท.มีเป้าหมายในการดำเนินงาน มี 8 เป้าด้วยกัน คือ 1. การวิเคราะห์ชุมชน 2. การพัฒนาทักษะของชุมชน 3. การใช้ทรัพยากรของหมู่บ้าน 4. พลังงานชุมชน 5. สิ่งแวดล้อม 6. กองทุน 7. โรงเรียน ครู และนักเรียน และ 8. การพัฒนาจิตใจ แม้เรื่องเหล่านี้อาจดูเป็นนามธรรม แต่การเข้าไปช่วยเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับชาวบ้านอย่างเป็นระบบ ทำให้ชาวบ้านเห็นด้วยตัวเองว่าสภาพชีวิตตนเองเป็นอย่างไร จึงเกิดการคิด แก้ปัญหาและปรับตัวด้วยตัวเอง เมื่อครบ 5 ปีที่สิ้นสุดโครงการ สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ชาวบ้านก็สามารถเริ่มกระบวนการวิเคราะห์ปัญหารอบใหม่ได้เอง”

สำหรับผลการดำเนินงานโครงการรักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง จากฐานข้อมูลเศรษฐกิจครัวเรือนและพลังงาน ซึ่งเป็นเครื่องมือแรกที่ ปตท. นำไปเสนอให้ชาวบ้านวิเคราะห์ตนเอง สรุปผลได้ว่า ตั้งแต่ปี 52-53 ตำบลที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 87 ตำบล มีรายรับรวมเพิ่มขึ้น 115.20 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9% รายจ่ายลดลง 224.19 ล้านบาท ลดลง 17% ส่วนครัวเรือน 4,694 ครัวเรือน มีรายได้เพิ่มขึ้นครัวเรือนละ 24,000 บาทต่อปี และรายจ่ายลดลงครัวเรือนละ 47,000 บาทต่อปี ส่วน ปตท.ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 Platts Global Energy Awards 2009 ประเภทการพัฒนาชุมชนแห่งปี จากบริษัทผู้เข้าชิง 30 บริษัท ซึ่งเป็นรางวัลที่มีชื่อเสียงมากในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานโลก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 30 กันยายน 2554, 05:45 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: