ขึ้นราคา แอลพีจี-เอ็นจีวี ธ.ค.นี้ ชง กพช.กู้หมื่นล้านหลังลดราคาน้ำมันเดือนเดียว

Published กันยายน 30, 2011 by SoClaimon

30 กันยายน 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/205550

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

“พิชัย” ชง “ยิ่งลักษณ์” ในที่ประชุม กพช. 30 ก.ย.นี้เคาะแผนกู้เงินหมื่นล้านบาทเพิ่มสภาพคล่องกองทุนน้ำมันหลังติดลบ 1,000 ล้านบาท หลังงดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เตรียมขยับขึ้นราคาก๊าซภาคขนส่งทุกไตรมาส เริ่มเดือน ธ.ค.นี้ ขึ้นราคาแอลพีจี 17 สต.ต่อ กก. หรือ 41 สต.ต่อลิตร ส่วนเอ็นจีวี 50 สต.ต่อ กก.จนกว่าจะครอบคลุมต้นทุนของ ปตท. ตั้งเวลาเลิกขายเบนซิน 91 ตั้งแต่ 1 ม.ค.2556

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยหลังการเป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า กบง.ได้หารือถึงแนวทางการจัดหาเงินของกองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิง ที่ล่าสุดมีฐานะติดลบกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่ง กบง.ได้เห็นชอบในหลักการกรอบการกู้เงินจากสถาบันการเงิน เพื่อที่จะนำมาเสริมสภาพคล่องประมาณ 10,000 ล้านบาท แต่ในรายละเอียด ถึงแผนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง กับการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ เช่น การปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม ภาคขนส่งและภาคครัวเรือน และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) จะเป็นช่วงเวลาใด จะขอมติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 30 ก.ย.นี้

ทั้งนี้ การกู้เงิน 10,000 ล้านบาท ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันฯ สาเหตุที่กู้เพียง 10,000 ล้านบาท เพราะยังมั่นใจว่าในช่วงสิ้นปีนี้ราคาน้ำมันตลาดโลกคงทยอยปรับลดลงจากสหรัฐฯและสหภาพยุโรปมีปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำทำให้การใช้น้ำมันลดลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดตามไปด้วย แม้ว่า กพช.จะเคยอนุมัติกรอบวงเงินกู้ไว้ 20,000 ล้านบาท ซึ่งหากราคาน้ำมันโลกทยอยลดลง กระทรวงพลังงานก็จะทยอยเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมัน เพื่อคืนกลับไปให้กองทุนน้ำมันเหมือนในอดีต ซึ่งขอให้ประชาชนเข้าใจว่า เป็นการจ่ายคืนจากเดิมที่กองทุนน้ำมันรับภาระชดเชยราคาน้ำมันให้ประชาชนไปก่อนหน้านี้

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพลังงานจะเสนอให้ กพช.พิจารณากรอบเวลาและรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการกู้เงินของกองทุนน้ำมัน โดยแนวทางสำคัญที่จะเสนอให้ กพช.พิจารณา ได้แก่ ราคาก๊าซแอลพีจีและราคาก๊าซเอ็นจีวี ที่มาตรการตรึงราคาจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 ก.ย.นี้ กระทรวงพลังงานก็จะเสนอให้ยืดมาตรการตรึงราคาไปถึงสิ้น พ.ย.2554 เพื่อให้กระทรวงพลังงานมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการบัตรเครดิตพลังงานให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเร่งการปรับเปลี่ยนรถแท็กซี่ที่ใช้ก๊าซหุงต้มมาใช้เอ็นจีวี ซึ่งตั้งแต่เดือน ธ.ค.นี้  ก็จะสามารถทยอยปรับขึ้นราคาจำหน่ายได้

สำหรับราคาก๊าซหุงต้มภาคขนส่ง จะเสนอให้มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น ไตรมาสละ 75 สตางค์ต่อกิโลกรัม (กก.) หรือ 41 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่เอ็นจีวีปรับขึ้นไตรมาสละ 50 สตางค์ต่อ กก. เริ่มตั้งแต่ ธ.ค.โดยจะทยอยขึ้นเป็นรายไตรมาสจนกว่าจะครอบคลุมต้นทุนที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) แบกรับไว้ ซึ่งขณะนี้ ปตท.แบกรับภาระเอ็นจีวีที่ประมาณ 14-15 บาทต่อ กก. ก๊าซหุงต้มประมาณ 12 บาทต่อ กก. และในส่วนของราคาเอ็นจีวีที่กองทุนน้ำมันชดเชยให้ ปตท.กก.ละ 2 บาท ก็จะเสนอให้ลดการชดเชยลงเดือนละ 50 สตางค์ต่อ กก.จนกว่าจะครบ 2 บาท มีผลตั้งแต่เดือน ธ.ค.นี้เป็นต้นไป

ขณะที่ราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน กระทรวงพลังงานจะเสนอให้ตรึงราคาต่อไปจนถึงเดือน ธ.ค. และจะเริ่มทยอยปรับขึ้นไตรมาสละ 1 บาทต่อกก.จากปัจจุบันอยู่ที่ 18.13 บาทต่อ กก. ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2555 พร้อมกันนี้ในส่วนของการกำหนดราคาก๊าซหุงต้มหน้าโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ กพช.กำหนดไว้ตายตัวที่ 333 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ก็จะเสนอให้ กพช.อนุมัติให้มีการทยอยปรับขึ้นราคาที่ถูกควบคุมไว้ไตรมาสละ 30 เหรียญฯ รวม 4 ไตรมาส เพื่อเป็นการขยายฐานราคาที่ กพช.ควบคุมไว้สำหรับผู้ผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น เป็น 450 เหรียญฯ

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

นอกจากนี้ กรณีที่รัฐบาลได้เห็นชอบการยกเว้นเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันในส่วนของเบนซิน 91 เบนซิน 95 และน้ำมันดีเซล เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ในอัตรา 8.02 บาทต่อลิตร 6.70 บาทต่อลิตร และ 3 บาทต่อลิตร ตามลำดับ ก็จะเสนอให้ทยอยปรับขึ้นราคาในส่วนของที่ถูกยกเลิกจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2555 ประกอบด้วยน้ำมันเบนซิน 95 และ 91 ลิตรละ 1 บาท ไปจนถึงกับอัตราที่ถูกยกเลิกการจัดเก็บเงินดังกล่าว ส่วนระยะเวลาจะยังไม่กำหนดว่าจะทยอยเรียกเก็บเงินคืนเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส โดยต้องดูสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกประกอบกัน และกรณีของน้ำมันดีเซลจะเสนอให้จัดเก็บคืนเพียง 60 สต.ต่อลิตรในระยะแรก และยังไม่กำหนดว่าต้องเก็บคืนทั้งหมดหรือไม่เพราะน้ำมันดีเซลเป็นหัวใจสำคัญของต้นทุนการขนส่งของประเทศไทย

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ยังจะเสนอการวางกรอบเวลาในการยกเลิกการจำหน่ายเบนซิน 91 โดยจะเริ่มวันที่ 1 ม.ค. 2556 เป็นต้นไป เพื่อให้ทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐและผู้ค้าน้ำมันตลอดจนประชาชนเตรียมตัวให้พร้อม.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 30 กันยายน 2554, 05:00 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: