“ศุภชัย”ปลงธุรกิจขยายเยอะศัตรูยิ่งมาก

Published กันยายน 29, 2011 by SoClaimon

29 กันยายน 2554, 05:30 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/205296

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

ทรูขยับลงทุนต่างประเทศ บุกอี-คอมเมิร์ซเมืองจีน ผุดบริษัทในซิลิคอน วัลเล่ย์ “ศุภชัย” ออกตัว ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เผยอิ่มตัวแตกไลน์ธุรกิจในประเทศ ยอมรับยิ่งขยายยิ่งเพาะศัตรู วางเป้าหมายขยับอันดับขึ้นยักษ์มือถือเบอร์ 2 หรือเทียบเท่า ภายใน 2 ปี  เชื่ออี-คอมเมิร์ซ ธุรกิจยุคต่อไปของทรู

นายศุภชัย เจียรวนนท์กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มทรูได้เริ่มขยับการลงทุนออกสู่ต่างประเทศบ้างแล้ว แม้จะเป็นในช่วงเริ่มต้น เพื่อขยายลู่ทางการค้าใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในต่างประเทศ จะไม่ใช่การลงทุนในวงเงินจำนวนมหาศาลอย่างเช่นการวางโครงข่ายโทรคมนาคมในประเทศไทย แต่จะเป็นการพัฒนาธุรกิจในด้านอี-คอมเมิร์ซ รวมทั้งพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อรองรับธุรกิจหลักในประเทศไทยด้วย

กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารกลุ่มทรู ระบุว่า การขยายธุรกิจในไทยของกลุ่มทรูในระยะหลังๆ กลายเป็นการสร้างศัตรูทางธุรกิจ อาจเป็นเพราะกลุ่มทรูลงทุนในธุรกิจที่หลากหลายกว่าคู่แข่งอีก 2 ราย เพราะให้บริการครอบคลุมเคเบิลทีวี ค่ายเพลง โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์พื้นฐาน และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง “ยิ่งเราทำธุรกิจหลายอย่างในไทย ก็ยิ่งสร้างศัตรูเพิ่มขึ้น คนไม่ชอบเราเยอะ ก็น่าจะถึงเวลาที่จะเดินหน้าบุกต่างประเทศให้มากขึ้น”

นายศุภชัย กล่าวว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทรูได้เริ่มลงทุนในประเทศจีนและเปิดบริษัทลูกในซิลิคอน วัลเล่ย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา มาระยะหนึ่งแล้ว โดยการลงทุนในจีน เป็นบริการเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ ซึ่งต่อยอดมาจากธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยบนเว็บไซต์ we love shopping.com ซึ่งทำมากว่า 5 ปีแล้ว ปัจจุบันมียอดซื้อขายปีละ 4,000 ล้านบาท ส่วนธุรกิจในซิลิคอน วัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกานั้น เป็นบริษัทพัฒนาแอพพลิเคชั่น ซอฟต์แวร์ ขนาดเล็ก เพื่อรองรับธุรกิจหลักในไทย โดยธุรกิจใหม่ในต่างประเทศ 2 แห่ง ถือว่าอยู่ในระยะเริ่มต้นและยังมีขนาดเล็กมาก ต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าจะเข้าที่เข้าทาง

โดยบริการอี-คอมเมิร์ซของกลุ่มทรูที่ประเทศจีนนั้น เป็นเว็บไซต์ให้บริการซื้อขายสินค้าประเภทอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผ่านเว็บไซต์ http://www.itruelife.com ซึ่งเปิดทำการมากว่า 6 เดือนแล้ว ขณะนี้มีพนักงานร่วม 50 คน

และนอกจาก 2 ประเทศดังกล่าวแล้ว กลุ่มทรูยังมองไปถึงการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย โดยจะเป็นการลงทุนในลักษณะเดียวกับประเทศจีนซึ่งไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตให้ยุ่งยาก ซึ่งอาจเริ่มต้นที่ประเทศเวียดนามก่อน

นายศุภชัย ยังเปิดเผยถึงแผนในการขยับขึ้นสู่การเป็นผู้ให้บริการมือถือเบอร์ 2 ว่า ยังคงเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่ง ณ ปัจจุบัน หลังจากที่การลงทุนโครงข่าย 3 จีบนสัญญาใหม่มีความชัดเจน เป้าหมายดังกล่าวก็ขยับเข้าใกล้กับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น

“เรายังเชื่อมั่นในเป้าหมายที่จะขยับขึ้นเป็นผู้ให้บริการอันดับ 2 หรือเทียบเท่าอันดับ 2 ภายใน 2 ปีด้วยความเข้มแข็งและโอกาสที่ดีขึ้น ข้อด้อยที่มีน้อยลง ทำให้เราค่อนข้างมั่นใจ ตอนให้บริการ 2 จี เรามีข้อจำกัดเยอะมาก ทั้งการลงทุนในช่วงที่เกิดวิกฤติโทรคมนาคม การถอนตัวของพันธมิตรอย่างออเร้นจ์ การเปิดบริการไล่หลังคู่แข่งทั้ง 2 รายกว่า 10 ปี บนเงื่อนไขที่จำกัดกว่า ทำให้เราแทบไม่มีโอกาสคุ้มทุน แต่เราก็ทำเต็มที่ มีฐานลูกค้ามาเป็นอันดับ 3 ที่ 17 ล้านราย แต่พอมาถึงยุคนี้ ซึ่งเป็นยุคของ 3 จี ทรูได้มีโอกาสเดินหน้าธุรกิจไปพร้อมๆกับค่ายอื่น ก็เชื่อว่าจะมีโอกาสมากขึ้น ที่สำคัญ ณ ปัจจุบัน เรามีโครงข่าย 3 จีที่ครอบคลุมเยอะที่สุด เฉพาะในกรุงเทพฯมีสถานีฐาน 3 จีแล้วกว่า 2,000 สถานี เมื่อเป็นเช่นนี้ โอกาสในการสร้างฐานลูกค้าก็ย่อมต้องสูงตามไปด้วย”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจมือถือจะเป็นเรือธงที่สำคัญ แต่ธุรกิจที่จะเป็นอนาคตต่อไปของกลุ่มทรูคือธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งจะได้อานิสงส์เต็มที่จากการเติบโตของบริการ 3 จีและอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์)ทั้งมีสายและไร้สาย

“จากนี้ต่อไปเราจะมุ่งไปสู่การทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซอย่างจริงจัง ผ่านช่องทางที่ทางกลุ่มมี ทั้งเคเบิลทีวี เครือข่าย 3 จีบนมือถือ บรอดแบนด์ทั้งมีสายและไร้สาย ก่อนหน้านี้อี-คอมเมิร์ซอาจจำกัดอยู่แค่บนคอมพิวเตอร์ แต่จากนี้อี-คอมเมิร์ซจะทำได้บนอุปกรณ์สื่อสารหลากหลาย ง่าย สะดวก รวดเร็ว และเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา และนี่คือธุรกิจในอนาคตของกลุ่มทรู ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะเห็นภาพชัดเจน”

ทั้งนี้ ใน 3 ธุรกิจหลักของกลุ่มทรู เริ่มตั้งแต่ธุรกิจให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่ายมีสาย ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าอยู่ 800,000 ครัวเรือนนั้น มีเป้าหมายขยับขึ้นเป็น 2 ล้านครัวเรือนภายในปี 2556 ส่วนธุรกิจ 3 จีตั้งเป้าลูกค้า ณ สิ้นปี 1 ล้านราย และ 5 ล้านรายภายในปีหน้า โดยคาดว่าลูกค้า 2 จีน่าจะลดจำนวนลงจนหมดไปภายใน 7 ปีจากนี้ โดยภายใน 5 ปี จะมีลูกค้า 3 จีจำนวนกว่า 80% ของลูกค้ามือถือทรูทั้งหมด 17 ล้านราย

ส่วนธุรกิจเคเบิลทีวีนั้น ปัจจุบันมีฐานลูกค้าประมาณ 2 ล้านราย ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าแตะ 25% ของจำนวนครัวเรือนในไทย 20 ล้านครัวเรือนภายใน 3 ปีข้างหน้า เขายังตั้งเป้าหมายด้วยว่าในปีหน้านั้น ธุรกิจทั้งหมดของกลุ่มทรูจะเติบโตได้ในอัตรา 15-20%.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 กันยายน 2554, 05:30 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: