รมว.พาณิชย์ ไม่ห่วงเศรษฐกิจไทย ตั้งเป้ามูลค่าส่งออกโต 15% ปีหน้า

Published กันยายน 29, 2011 by SoClaimon

28 กันยายน 2554, 15:45 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/205173

njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

กิตติรัตน์ไม่ห่วงวิกฤติเศษฐกิจโลก ชี้ อนาคตประเทศไทย จีดีพียังโตได้ดีต่อเนื่องถึงปีหน้า ตั้งข้อสังเกต ทำไมคนไทยจึงฐานะเหลื่อมล้ำมาก เผย นโยบายขึ้นค่าแรงมีแต่ได้กับได้ ทำให้รัฐเก็บภาษีดีขึ้น ยกฐานะคุณภาพชีวิตประชาชน

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา และกระทรวงพาณิชย์ ได้จัดเสวนาเรื่องทิศทางเศรษฐกิจไทย ปี 2555 มีภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฟังการเสวนาเป็นจำนวนมาก โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วมปาฐกถาพิเศษในงานเสวนาในครั้งนี้ด้วย

นายกิตติรัตน์ กล่าวถึงเรื่องแนวโน้มในเศรษฐกิจไทยในปี 2555 ว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยนั้นที่แล้วมา มีการพึ่งพาการเกษตรเป็นหลัก แต่ก็ได้มีการเพิ่มเติมส่งเสริมปรับเปลี่ยนเรื่องการอุตสาหกรรมเข้ามาในช่วง หลัง ทำให้การส่งเสริมการส่งออกมีความก้าวหน้าพอสมควรในหลายปีที่ผ่านมา แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมเศรษฐกิจไทยถึงขยายตัวได้ดี แต่ความเป็นอยู่ประชาชนไม่ดีขึ้น และคนที่มีฐานะดีก็จะยังมีเงินเพิ่มมากขึ้น ส่วนคนที่มีรายได้ปานกลางหรือน้อย ก็ยังคงน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งดูแล้วมีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ นับว่าก็ควรจะศึกษาเอาไว้เพื่อใช้ในการวางแผนทางเศรษฐกิจ

“ในกรณีทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจประเทศไทยนั้น เราจะต้องเดินหน้าต่อไป และคาดหวังด้วยว่า การโตของเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร ถ้าปัญหาในซีกโลกตะวันตกมีปัญหาทางเศรษฐกิจ ก็อาจจะส่งผลให้เศรษฐกิจของเราไม่โตตามไปด้วย ผมไม่เชื่อว่าวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ จะแก้ปัญหาได้ในทันที ส่วนกรณีเรื่องเงินเฟ้อนั้น ผมก็ไม่ห่วง เพราะหากเทียบกับเงินที่เรามีเหลือในประเทศนั้น ก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับดุลการค้า” นายกิตติรัตน์ กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากปัจจุบันที่เก็บในอัตรา 7% เพราะเชื่อว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้มากขึ้น จากการบริโภคภายในที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่นโยบายเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนทั้งค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท และโครงการรับจำนำข้าว เริ่มดำเนินการ แต่จะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลมากขึ้น ซึ่งตามแผนจะลดเหลือ 23% ในปี 55 และเหลือ 20% ในปี 56 จากปัจจุบันที่ 30% ดังนั้นหากภาคเอกชนร่วมมือกับนโยบายของภาครัฐ ภาษีนิติบุคคลในปี 57 อาจต่ำลงได้อีก

“การขึ้นค่าแรงให้สูงว่า จะเป็นการกระตุ้นแนวการเปลี่ยนการอุปโภค ในการให้ผู้ที่มีรายได้สูงขึ้นสามารถซื้อสิ่งของจำเป็นที่มากขึ้นได้ เป็นการสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนที่สามารถซื้อของ ซื้อสิ่งมีค่าได้ รัฐบาลก็จะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสิ่งของอุปโภค แต่สิ่งของเหล่านั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเพิ่มมูลค่าราคา และจะเป็นแรงจูงใจ อัตราภาษีนิติบุคคล จะเป็นการให้คนที่อยู่นอกระบบที่อัตราภาษีสูงเกินไป เข้ามาสู่ในระบบ”

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวถึงการคาดการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยในปีหน้าว่า จากการคาดการณ์ของตนเองนั้น ใน 2554 มูลค่าการส่งออกของประเทศไทยโตร้อยละ 15 ซึ่งก็เป็นไปตามการคาดหมาย และตนคิดว่าในปี55 ก็ตั้งเป้าไว้ก่อนที่ร้อยละ 15 ส่วนผลผลิตมวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพีคาดว่าปี 55 จะอยู่ที่ประมาณ 4% ทั้งนี้ดูแล้วก็จะได้ถึงตามที่กำหนดได้ไม่ยากนัก

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 28 กันยายน 2554, 15:45 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: