กสิกรไทยเตือนผู้ส่งออกสินค้าไปยุโรประวังถูกชักดาบ

Published กันยายน 29, 2011 by SoClaimon

28 กันยายน 2554, 19:30 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/205237
njpus24ncqkx5e1gw7ibgqpncmbfseext31u464zt82

ธ.กสิกรไทยออกโรงเตือนผู้ส่งออกสินค้าไปยังยุโรป ระวังถูกชักดาบ แนะตรวจสอบคู่ค้ากับแบงก์ที่ค้ำประกันแอลซี มีปัญหาฐานะการเงินหรือไม่ หากไม่แน่ใจควรซื้อประกันเพื่อปิดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ขณะที่ผลกระทบจากยุโรปมีผลต่อจีดีพีไทยเพียง 0.2%

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วิกฤติหนี้สาธารณะในยุโรป ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าไปขายยังยุโรป ต้องระมัดระวังและตรวจสอบสถาบันการเงินที่คู่ค้าเปิดแอลซีว่ามีสถานะการเงินมั่นคงหรือไม่ และตัวคู่ค้าได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพื่อป้องการความเสี่ยงเมื่อส่งสินค้าไปแล้วไม่ได้รับการชำระเงิน โดยเฉพาะ 5 ประเทศในยุโรป ได้แก่ โปรตุเกส (Portugal), อิตาลี (Italy), ไอร์แลนด์ (Ireland), กรีซ (Greece), และสเปน (Spain) หรือกลุ่ม PIIGS ที่กำลังประสบปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะ

“เพื่อปิดความเสี่ยงของผู้ประกอบการส่งออกสินค้าไปแล้วไม่ได้รับการชำระเงิน สามารถป้องกันตัวเองได้ด้วยการซื้อประกันความเสี่ยง โดยอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปยังยุโรป ส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมเกษตรและจิวเวลรี่ ส่วนคำสั่งซื้อสินค้าจากไทยของกลุ่มประเทศยุโรปชะลอลงในช่วง3-6 เดือนข้างหน้า”

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ในปี 2553 ประเทศไทยส่งออกสินค้าไปยังยุโรป 690,082 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11% ของยอดส่งออกรวม 6.17 ล้านล้านบาท และส่งออกไปยัง 5 ประเทศในยุโรปที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน 169,323 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3% ของยอดส่งออกรวม อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการส่งออกพบว่า ผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้าไปยัง 5 ประเทศในยุโรปที่กำลังประสบปัญหาการเงิน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและเอสเอ็มอี และมีผลประกอบการรายใหญ่เพียง 0.1%

นายวศิน กล่าวอีกว่า วิกฤติหนี้สาธารณะในยุโรป ส่งผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศไทยไม่มาก จึงได้ปรับลดตัวเลขประมาณการในปีนี้จากเดิมที่ 4% เหลือเพียง 3.8% โดยประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แต่การนำเข้าและส่งออกไปยังยุโรปได้รับผลกระทบไม่มาก เนื่องจากยุโรปมีตัวเลขนำเข้าสินค้าระหว่างกันสูงถึง 70% และนำเข้าจากเอเชีย 13% และอีก 17% นำเข้าจากประเทศอื่นๆ ส่วนตัวเลขการส่งออกพบว่า ยุโรปมีการส่งออกสินค้าระหว่างกันสูงถึง 73% และส่งออกมายังเอเชีย 7% และอีก 20% ส่งออกไปประเทศอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบส่วนใหญ่ที่ประเทศไทยได้รับวิกฤติหนี้ยุโรป ส่วนใหญ่จะเป็นในเรื่องของความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดเงินและตลาดทุน ที่เกิดจากการตื่นตระหนก และผลจากการเข้ามาเก็งกำไร เห็นได้จากเมื่อนักลงทุนเห็นว่ายุโรปมีปัญหา จึงเปลี่ยนจากการถือครองสินทรัพย์ต่างๆ มาเป็นเงินสด ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและเงินเยนแข็งค่าขึ้น ขณะที่ค่าเงินในสกุลอื่นๆ อ่อนค่าลง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 กันยายน 2554, 19:30 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: