สลากฯชงแก้กม. ลุยกาสิโน แข่งกับเพื่อนบ้าน

Published กันยายน 28, 2011 by SoClaimon

27 กันยายน 2554, 20:30 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/204943

ผอ.กองสลากฯ เสนอ รมว.คลัง รับทราบแผนแก้กฎหมายลุยสร้างกาสิโนแบบเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ สร้างสมดุลให้แก่สังคมไทย อ้างปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านเปิดกาสิโนโกยรายได้สร้างความเจริญมหาศาล โยนรัฐบาลตัดสินใจ…

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. นายวันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรจะมีกาสิโนที่อยู่ในรูปแบบของเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ หรือสถานบันเทิงแบบครบวงจร เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนของครอบครัวเหมือนกับต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดได้เสนอให้ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง รับทราบถึงแนวทางนี้แล้ว แต่จะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล

“ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากที่จะมีเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวครบวงจร ทั้งด้านบันเทิง การพนัน และธุรกิจการค้า เพราะธุรกิจประเภทนี้จะสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมหาศาล แทนที่จะปล่อยให้ธุรกิจเหล่านี้อยู่ใต้ดินและสร้างอิทธิพลมืดให้แก่บ้านเมือง รัฐบาลควรนำขึ้นมาอยู่บนดินที่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งจะทำให้กิจการที่หลายคนมองว่าเป็นสีเทา สามารถนำเงินเหล่านี้กลับไปช่วยเหลือสังคมได้ เช่น การช่วยเหลือน้ำท่วม ภัยแล้ง การศึกษา สาธารณสุข หรือแม้กระทั่งโครงสร้างพื้นฐานเช่น ถนน เขื่อน และรถไฟฟ้า เป็นต้น” นายวันชัย กล่าว

ทั้งนี้ นายวันชัย ยกตัวอย่างเช่น เขตปกครองพิเศษมาเก๊า ที่มีกาสิโนถึง 35 แห่ง โดยกาสิโนแห่งที่ใหญ่จ่ายเงินภาษีให้รัฐบาลมากถึง 32% ของรายได้ และเงินภาษีดังกล่าวได้นำกลับมาพัฒนาพื้นที่ ทั้งสร้างถนน สะพาน และยังสามารถจ่ายโบนัสให้ประชาชนได้ปีละ 5,000 ดอลลาร์มาเก๊าต่อคนต่อปี นอกเหนือจากรายได้ประจำและสวัสดิการอื่นๆ เช่น รักษาโรคฟรี โดยเฉพาะคนชราที่มาเก๊านั้น มีรายได้ต่อเดือนจากรัฐบาล 1,800 ดอลลาร์มาเก๊าต่อเดือนต่อคน หรือประมาณ 7,200 บาท ซึ่งนับว่าสูงมาก

นายวันชัย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สำนักงานสลากฯ เคยศึกษาแนวทางการจัดตั้งเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ไว้แล้ว คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 10,000 ล้านบาท มองว่าควรจะเป็นสถานที่ห่างไกลความเจริญ และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น ทุ่งกุลาร้องไห้ในภาคอีสาน เพื่อพัฒนาพื้นที่นั้นๆ ให้มีความเจริญด้านอื่น แทนที่ภาคการเกษตรที่ได้ผลผลิตไม่เต็มที่ และช่วยสร้างงานสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมีรูปแบบดำเนินการในลักษณะการให้สัมปทาน และกำหนดเป้าหมายดำเนินการชัดเจน แต่ไม่เห็นด้วยที่จะไปสร้างในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต หรือพัทยา เพราะแหล่งท่องเที่ยวเหล่านั้นมีจุดขายที่แข็งแกร่งไม่จำเป็นต้องมีเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์

“ปัจจุบันประเทศไทยเป็นเหมือนไข่แดง เพราะรอบๆ ประเทศ เช่น ลาว เขมร พม่า มาเลเซีย แม้แต่สิงคโปร์ ก็มีการสร้างกาสิโนกันหมดแล้ว ทั้งๆ ที่ไทยมีศักยภาพและความพร้อมมากกว่า ทั้งด้านทรัพยากร การเป็นศูนย์กลางการคมนาคม วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ วันนี้ผมต้องการให้สังคมเห็นว่า สำนักงานสลากฯ แม้จะเป็นกิจการสีเทา แต่ประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ก็ได้ใช้กิจการเหล่านี้สร้างรายได้มหาศาลคืนสู่สังคม ดังนั้น สำนักงานสลากฯ ต้องการนำรายได้คืนสู่สังคมโดยใช้ธุรกิจสีเทานี้ ซึ่งต้องเข้าใจว่าโลกนี้ได้ทำอยู่แล้ว เพราะที่ใดมีมุมมืดก็มีมุมสว่าง ในความมืดก็มีประโยชน์ ขึ้นอยู่กับเราจัดการอะไร แต่หากเราปฏิเสธก็ถือว่าเสียโอกาสนำประโยชน์คืนสู่สังคม”

โดยหากรัฐบาลต้องการดำเนินธุรกิจสีเทาให้เป็นธุรกิจสร้างรายได้ให้แก่รัฐบาล เพื่อช่วยเหลือสังคมนั้น ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายสลากกินแบ่งรัฐบาลใน 2 มาตราหลัก ประกอบด้วย 1. มาตรา 5 วัตถุประสงค์ของสำนักงานสลากฯ ที่กำหนดให้ 1. สำนักงานสลากฯ ออกสลากได้เพียงแห่งเดียว 2. เป็นผู้จัดการโรงพิมพ์พิมพ์สลาก และ 3. การให้อำนาจสำนักงานสลากฯ กระทำการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องได้ ซึ่งประเด็นนี้เขียนไว้กว้างมากๆ หากปลดล็อกได้ เช่น การเล่นพนัน เป็นต้น ก็จะทำให้สำนักงานสลากฯ มีขอบเขตในการทำงานกว้างมากขึ้น โดยต้องการให้แก้ไขวัตถุประสงค์ให้มีมากขึ้น เพราะปัจจุบันธุรกิจและธุรกรรมของสลากฯ มีหลายรูปแบบ ก็ควรแก้ไขเพื่ออนาคตในการออกสลากรูปแบบใดๆ ก็ทำได้ เช่น หวยบนดินแบบ 2 และ 3 ตัว หรือหวยขูด แบบสลากคุ้มเกล้าในอดีต เป็นต้น ไม่เช่นนั้น สำนักงานสลากฯ ก็ดำเนินการได้พียงสลากกินแบ่งรัฐบาลเท่านั้น

2. มาตรา 22 เกี่ยวกับการจัดสรรรายได้จากการขายสลากฯ จากปัจจุบันจัดสรร 60% เป็นเงินรางวัล 28% นำส่งรายได้เข้ารัฐ และอีก 12% เป็นค่าบริหารจัดการ โดยจะเสนอให้ลดการนำเงินส่งเข้ารัฐจาก 28% เหลือ 25% โดยที่รายได้ 3% จะให้ตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือสังคม โดยมีคณะกรรมการควบคุมดูแลการบริหารจัดการกองทุนโดยเฉพาะ เช่น การช่วยเหลือน้ำท่วม โดยไม่ต้องใช้เงินจากงบประมาณ

ผอ.สำนักงานสลากฯ กล่าวด้วยว่า ส่วนโครงการหวยออนไลน์ หรือการจำหน่ายสลากเครื่องจำหน่ายสลากอัตโนมัติ ยังติดสัญญาที่สำนักงานสลากฯ ดำเนินการไว้กับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี หรือแอลทีจี ที่ชนะการประมูลวางระบบและติดตั้งเครื่องออนไลน์ ไม่สามารถยกเลิกสัญญา หรือทำนิติกรรมกับบริษัทอื่นได้ เพราะมีสิทธิถูกฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยความเสียหาย อย่างไรก็ตาม แม้โครงการหวยออนไลน์จะมีการตั้งคณะทำงานศึกษาในหลายคณะแล้วก็ตาม แต่เชื่อว่ารัฐบาลใหม่คงต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาใหม่เพื่อทบทวนอีกครั้ง ทั้งรูปแบบการออกสลากแบบ 2 ตัว 3 ตัว การจัดสรรเงินรางวัลและเรื่องอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานสลากฯ มีการพิมพ์สลากงวดละ 68 ล้านฉบับต่องวด แบ่งเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล 50 ล้านฉบับ และสลากการกุศล 18 ล้านฉบับ

ขณะนี้กระทรวงการคลังยังมีคำสั่งเรื่องหวยออนไลน์ เพียงแต่เคยเรียกมาถามเกี่ยวกับสัญญากับล็อกซเล่ย์ ซึ่งได้รายงานว่า สำนักงานสลากฯ จะไปทำนิติกรรมกับบริษัทอื่นไม่ได้ ยกเว้นแต่จะยกเลิกสัญญา แต่ก็คงไม่มีใครยกเลิก เพราะมีสิทธิถูกฟ้องร้องได้ ทั้งนี้ หวยออนไลน์เคยหารือกฤษฎีกาแล้วว่า เดินหน้าได้ตามกฎหมายสำนักงานสลากฯ แต่รัฐบาลคงต้ังคณะทำงานขึ้นมาศึกษาใหม่ คงไม่เอาผลศึกษาเก่าๆ มาใช้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 27 กันยายน 2554, 20:30 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: