บิ๊กซีลุยซื้อคาร์ฟูร์ โบรกคาดดันกำไร54เพิ่ม2-5%

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

16 พฤศจิกายน 2553, 15:21 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127415.

Pic_127415

โบรกฯมองบิ๊กซีซื้อ คาร์ฟูร์ในไทย ดันกำไรในปี 54 เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 2-5% ขณะที่บิ๊กซี ร่อนหนังสือแจงตลาดหลักทรัพย์การซื้อหุ้นดังกล่าวแล้ว…

เมื่อเวลา 09.24 น. วันที่ 16 พ.ย. บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIGC ได้ยื่นหนังสือต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมและขอให้ตลาดหลักทรัพย์ยกเลิกการพักการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2553

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 พ.ย. BIGC ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯให้ทราบถึงมติของคณะกรรมการบริษัทฯในการประชุมครั้งที่ 4/2553 เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2553 ว่า คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบการลงนามสัญญาซื้อขายหุ้น ทั้งหมดของบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด บริษัท นวนครินทร์ จำกัด และ บริษัท เอสเอสซีพี (ประเทศไทย) จำกัด โดยบริษัทฯได้แต่งตั้ง บริษัท ควอนท์ กรุ๊ป จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อทำรายงานการได้มาซึ่งสินทรัพย์ดังกล่าว

สำหรับการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2553 โดย BIGC ได้ทำสัญญาซื้อขายเพื่อซื้อหุ้นจำนวน 100% ของบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด บริษัท นวนครินท์ จำกัด และ บริษัท เอสเอสซีพี (ประเทศไทย) จำกัด จากบริษัท คาร์ฟูร์ เนเดอร์แลนด์ บีวี และ บริษัท มิลดิว บีวี ซึ่งทั้ง 2 บริษัท เป็นบริษัทที่จดทะเบียนตามกฎหมายของประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งบริษัทฯจะซื้อหุ้นทั้งหมดของเซ็นคาร์ นวะ และ เอสเอสซีพี โดยตรงหรือโดยอ้อมด้วยการซื้อหุ้นของบริษัทเป้าหมายรายใดรายหนึ่งในขณะนี้ คาดว่าธุรกรรมจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงต้นปี 2554 อย่างไรก็ตาม ยอดมูลค่าของกิจการ ซึ่งรวมทั้งการชำระคืนเงินกู้ จะเท่ากับ 35,450 ล้านบาท

ส่วนรายละเอียดของทรัพย์สินที่ BIGC ซื้อ ประกอบด้วย หุ้นของนวะ จำนวน 9,500 หุ้น คิดเป็น 100% ของหุ้นทั้งหมด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 นวะได้ออกหุ้นมีทุนชำระแล้วจำนวน 1 ล้านบาท หุ้นของเอสเอสซีพี จำนวน 793,800 หุ้น คิดเป็นจำนวน 49% ของหุ้นทั้งหมด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 เอสเอสซีพี ได้ออกหุ้นมีทุนชำระแล้วจำนวน 162 ล้านบาท แบ่งเป็นจำนวน 1,620,000 หุ้น หุ้นของเซ็นคาร์ จำนวน 390,000 หุ้น คิดเป็นจำนวน 39% ของหุ้นทั้งหมด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 เซ็นคาร์ ได้ออกหุ้น และมีทุนชำระแล้วจำนวน 8,951 ล้านบาท หุ้นคงเหลือมีจำนวน 1 ล้านหุ้น

เนื่องจาก นวะ ถือหุ้น 51% ของหุ้นทั้งหมดของ เอสเอสซีพี และ เอสเอสซีพี ถือหุ้นจำนวน 61% ของหุ้นทั้งหมดของเซ็นคาร์ ณ วันที่ทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ บริษัทจะถือหุ้นผ่านบริษัทอื่นรายหนึ่ง จำนวนหุ้นทั้งหมดของเซ็นคาร์ นวะ และเอสเอสซีพี

อย่างไรก็ตาม เซ็นคาร์ เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ของไทย ณ เดือน มิถุนายน 2552 เซ็นคาร์มีจำนวนสาขา 42 แห่ง ซึ่งมีพื้นที่ขายสินค้ารวมกัน 279,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ เซ็นคาร์ยังประกอบธุรกิจศูนย์การค้าจำนวน 39 แห่ง ซึ่งมีพื้นที่ให้เช่ารวมจำนวน 150,000 ตารางเมตร ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2553 เซ็นคาร์มีพนักงานทั้งหมดจำนวน 7,334 คน ซึ่งพนักจำนวน 6,832 คน เป็นพนักงานในสาขา สำหรับค่าตอบแทนรวม (มูลค่าของกิจการ) มีจำนวน 35,450 ล้านบาท ซึ่งรวมทั้งการชำระคืนหุ้นกู้ที่ค้างอยู่การชำระเงินค่าหุ้นของบริษัทเป้าหมายให้แก่ผู้ขายในวันที่ธุรกรรมได้เสร็จสมบูรณ์และชำระเป็นเงินสกุลยูโร เช่นเดียวกับเงินกู้ที่ค้างอยู่จะชำระคืนในวันทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาดังกล่าว บริษัทฯจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเนื่องจากไม่สามารถทำธุรกรรมให้เสร็จสมบูรณ์ได้เป็นจำนวนเงิน 172.4 ล้านยูโร (เทียบเท่า 7,044 ล้านบาท ที่อัตราแลกเปลี่ยน 40.859 บาทต่อยูโร โดยให้ชำระแก่ผู้ขายในกรณีที่ธุรกรรมไม่เสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2554

ขณะที่ผลประโยชน์ บริษัทฯเชื่อว่า การซื้อเซ็นคาร์ จะให้ผลประโยชน์จำนวนมากแก่บริษัท และผู้ถือหุ้น ได้แก่ 1.เป็นการก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจการจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ของไทยซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก 2.เสริมสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งทางธุรกิจ 3.เก็บเกี่ยวประโยชน์จากความสำเร็จของบิ๊กซี 4.ขยายจำนวนสาขาที่มีรูปแบบการบริการผสมผสานระหว่างธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างรวดเร็ว 5.ดำเนินมาตรการต่างๆที่มีความสำคัญต่างๆให้ได้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมดังกล่าวจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์จะต้องได้รับการอนุมัติโดยคะแนนเสียง 75% ของผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมหรือมีผู้แทนเข้าประชุมในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งขณะนี้กำหนดจะจัดประชุมในวันที่ 5 มกราคม 2554 เพื่อให้ผู้ขายได้มั่นใจในความแน่นอนของการซื้อขายนี้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงมติจากการประชุมผู้ถือหุ้นในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่รับรองการทำธุรกรรมนี้  โดยบริษัทในเครือของคาสิโน กุยชาร์ด-เพอร์ราชอน จะเป็นผู้เข้าทำรายการนี้กับบริษัทเป้าหมาย

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ฯว่า บิ๊กซี เข้าซื้อคาร์ฟูร์ 42 สาขาในไทยมูลค่า 35,500 ล้านบาท จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและต่อรองกับซัพพลายเออร์ มีการประหยัดจากขนาดรวมทั้งลดความเสี่ยงในการหาทำเล และขอใบอนุญาตเปิดสาขาใหม่ อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยจ่ายจะเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากใช้เม็ดเงินลงทุนจากการกู้ยืมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนจะเพิ่มเป็น 1.8 เท่า จึงประเมินเบื้องต้นว่าการซื้อคาร์ฟูร์จะเพิ่มกำไรปีหน้าจาก ประมาณการเดิม 2-5% ราคาเหมาะสมอิง DCF เพิ่มเป็น 78-82 บาท แนะนำ “เต็มมูลค่า”

ล่าสุดปิดตลาดเช้าราคาหุ้น BIGC อยู่ที่ 78 บาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 16 พฤศจิกายน 2553, 15:21 น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: