ครม.คลอดมาตรการภาษีช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากม็อบ

Published กรกฎาคม 25, 2011 by SoClaimon

9 พฤศจิกายน 2553, 21:28 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/125671.

Pic_125671

รมว.คลัง เผย ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง รับกระทบรายได้รัฐ แต่ต้องการให้ประชาชนมีเงินหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจอีกครั้ง

เมื่อ วันที่ 9 พ.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวง การคลังเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ทางการเมือง ทั้งมาตรการในด้านเงินช่วยเหลือ ด้านประกันภัย และด้านทรัพย์สินและสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1. มาตรการภาษีด้านเงินช่วยเหลือ มี 2 มาตรการย่อยคือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ต้องนำเงินช่วยเหลือที่ได้รับจากรัฐบาลและหรือกรุงเทพมหานคร มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี และนิติบุคคลที่ได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนของเงินเดือนประจำที่ได้จ่ายให้ ลูกจ้างไปแล้วตามบัญชี ไม่ต้องนำเงินช่วยเหลือ มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี

2.มาตรการ ภาษีด้านประกันภัย มี 3 มาตรการย่อยคือ บริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัย สามารถหักรายจ่ายที่เป็นเงินช่วยเหลือซึ่งจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัยที่ได้ รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง, ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไม่ต้องนำเงินช่วยเหลือที่ได้รับจาก บริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัย มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี และผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไม่ต้องนำค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจาก บริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัย เฉพาะส่วนที่เกินมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินที่เหลือจากการหักค่าสึกหรอและค่า เสื่อมราคา มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี

และ 3.มาตรการภาษีด้านทรัพย์สินและสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้ มีมาตรการย่อย ประกอบด้วย 1. ด้านทรัพย์สินกรณีทรัพย์สินที่เสียหายเป็นอสังหาริมทรัพย์ ให้หักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 1 เท่า ของมูลค่าอาคารที่เหลืออยู่หลังจากถูกเพลิงไหม้ หรือหักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 50% ของมูลค่าอาคารในวันแรกที่สร้าง เสร็จ แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า กรณีทรัพย์สินเสียหายที่เป็นสังหาริมทรัพย์ และไม่สามารถซ่อมแซมได้ให้หักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 1 เท่าของมูลค่าทรัพย์สินที่เหลืออยู่หลังจากถูกเพลิงไหม้ และกรณีทรัพย์สินเสียหายที่เป็นสังหาริมทรัพย์ และได้มีการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ให้หักรายจ่าย 2 เท่าของมูลค่าการซ่อมแซม

2. ด้านสิทธิการเช่า ให้ผู้เช่าที่มีสิทธิการเช่าในอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ และได้ก่อสร้างหรือจัดหาทรัพย์สินใหม่ทดแทน หักรายจ่ายดังกล่าวได้ 2 เท่า แต่ต้องไม่เกิน 2 เท่าของมูลค่าสิทธิการเช่าที่เหลืออยู่ในวันที่ถูกเพลิงไหม้ โดยต้องไม่นำไปหักค่าสึกหรอหรือค่าเสื่อมราคาอีก 3.ด้านสินค้าที่เสียหายจนนำไปขายต่อไม่ได้และได้มีการทำลายสินค้านั้น กรณีผู้ขายและผู้ฝากขายรับรู้รายได้และเสียภาษีจากมูลค่าการขายแล้วแต่ยัง ไม่ได้รับชำระเงิน ให้หักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 1 เท่าของต้นทุนสินค้าที่เสียหาย หากผู้ขายและผู้ฝากขายได้ปลดหนี้ค่าสินค้าให้แก่ลูกหนี้ให้สามารถนำไป จำหน่ายเป็นหนี้สูญได้ ส่วนลูกหนี้ที่ได้รับการปลดหนี้ ไม่ต้องนำเงินได้จากการปลดหนี้มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีและกรณีเจ้าของ สินค้า/หรือผู้ซื้อสินค้าได้ซื้อสินค้ามาขายต่อโดยได้ชำระราคาค่าสินค้าแล้ว ให้หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของมูลค่าต้นทุนสินค้าที่เสียหาย และ4. ด้านค่าใช้พื้นที่ ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ต้องนำประโยชน์ที่คำนวณได้จากมูลค่าการได้ใช้พื้นที่เพื่อขายสินค้าหรือ ให้บริการโดยไม่เสียค่าตอบแทน มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเสียภาษี

“มาตรการ ภาษีที่นำเสนอ คาดว่า จะมีผลกระทบต่อรายได้ภาษีบ้าง แต่จะเป็นการช่วยเยียวยาและบรรเทาความเดือนร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการชุมนุมทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องและการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนใน การประกอบกิจการของ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองดังกล่าว” นายกรณ์ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 พฤศจิกายน 2553, 21:28 น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: