เม็ดเงินหาเสียงเลือกตั้งสะพัด ดัน ดัชนีเอสเอ็มอี พ.ค.พุ่ง

Published กรกฎาคม 8, 2011 by SoClaimon

8 กรกฎาคม 2554, 17:01 น.

เม็ดเงินหาเสียงเลือกตั้งสะพัด ดัน ดัชนีเอสเอ็มอี พ.ค.พุ่ง.

Pic_184916

สสว. เผย ดัชนีเอสเอ็มอีเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้นทั้งปัจจุบันและคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 46.0 และ 51.7 โดยมีธุรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ค่าดัชนีเพิ่มสูงสุด สาเหตุสำคัญมาจากการประกาศยุบสภาที่จะเลือกตั้ง ทำให้มีเม็ดเงินจากการหาเสียงเริ่มสะพัด

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการหรือ ดัชนีเอสเอ็มอีเดือนพ.ค.เมื่อเทียบกับเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาพบว่าดัชนีเอสเอ็มอีรวมภาคบริการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 46 จากระดับ 45.6 โดยเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของภาคค้าปลีก ซึ่งค่าดัชนีอยู่ที่ 44.6 จากระดับ 42.6 ขณะที่ภาคค้าส่งและภาคบริการค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 45.2 และ 47.8 จากระดับ 46.7 และ 48.5 ตามลำดับ สำหรับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศ ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 38.8 จากระดับ 35.1 ส่วนความเชื่อมั่นต่อธุรกิจตนเองค่าดัชนีลดลง อยู่ที่ 44.3 จากระดับ 48.0

นายยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าดัชนีในเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการประกาศยุบสภา ส่งผลให้มีเม็ดเงินจากการเร่งหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งเข้าสู่ระบบ เศรษฐกิจ รวมทั้งการที่ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลง 1.90 บาทต่อลิตร ทำให้ผู้ประกอบการคลายความกังวลด้านต้นทุนและกระตุ้นให้ประชาชนจับจ่าย ใช้สอยมากขึ้นแต่เมื่อพิจารณาแต่ละประเภทกิจการ พบว่า ภาคค้าปลีก เป็นภาคธุรกิจเดียวที่ค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีร้านค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด ปรากฏว่า ค่าดัชนีเพิ่มมากที่สุดอยู่ที่ 44.5 จากระดับ 40.3 ส่วนภาคค้าส่ง และภาคบริการ ซึ่งค่าดัชนีปรับตัวลดลง พบว่า ภาคค้าส่ง กิจการค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ค่าดัชนีลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 39.8 จากระดับ 45 เนื่องจากต้นทุนราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ ภาคบริการ พบว่า กิจการบริการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ร้านอาหาร/ภัตตาคาร บริการท่องเที่ยว โรงแรม/เกสต์เฮ้าส์/บังกะโล เป็นกลุ่มที่ค่าดัชนีปรับตัวลดลงมากที่สุด อยู่ที่ 46.1 50.6 และ 49.6 จากระดับ 50.7 54.4 และ 53.2 ตามลำดับ เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ของการท่องเที่ยว มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ปริมาณนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลงนายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า รวมภาคการค้าและบริการ พบว่าค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 51.7 จากระดับ 48.8 และจะเป็นการเพิ่มขึ้นทุกประเภทกิจการ ทำให้มั้นใจว่า ค่าดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าจะอยู่ในระดับที่เกินกว่า 50 ในทุกประเภทกิจการ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีความเชื่อมั่นในการดำเนินกิจการในอนาคตในระดับที่ดี เนื่องจากมีความคาดหวังว่าผลการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจประเทศดีขึ้น

“ผลการสำรวจดัชนีรายภูมิภาค สสว.ได้พบว่า ส่วนใหญ่มีค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยภูมิภาคที่มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่ ภาคเหนือ ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 47.1 จากระดับ 42.6 รองลงมา คือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 47.8 จากระดับ 46.4 ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 45.9 จากระดับ 44.8 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 45.6 จากระดับ 44.8 มีเพียงภาคใต้ภูมิภาคเดียวที่ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 43.9 จากระดับ 49.1″ นายยุทธศักดิ์ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 8 กรกฎาคม 2554, 17:01 น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: