ธ.ก.ส.พร้อมจ่ายเงินชดเชยปุ๋ย ตันละ1.5พันบาท

Published พฤษภาคม 26, 2011 by SoClaimon

26 พฤษภาคม 2554, 18:25 น.
ธ.ก.ส.พร้อมจ่ายเงินชดเชยปุ๋ย ตันละ1.5พันบาท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_174361

ธ.ก.ส. ประกาศพร้อมจ่ายเงินชดเชยแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ในอัตราตันละ 1,500 บาท วงเงินรวม 3,450 ล้านบาท พร้อมเตรียมวงเงินกว่า 30,000 ล้านบาท ให้เกษตรกรกู้ซื้อปุ๋ย ยันขึ้นทะเบียนร้านค้าปุ๋ยในท้องถิ่นกว่า 7,000 ร้านค้า เพื่อเพิ่มทางเลือกแก่เกษตรกร

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายไตรงรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตของ เกษตรกร และเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางและนโยบายการดำเนิน งานให้กับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องจำนวนกว่า 500 คนโดยมีนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและผู้แทนหน่วย งานต่าง ๆ ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์

นายไตรรงค์ กล่าวว่า ในอนาคตจะขยายการลดต้นทุนปุ๋ยไปยังสินค้าเกษตรประเภทอื่น นอกจากข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง โดยโครงการดังกล่าวยึดเกษตรกรที่อยู่ในโครงการประกันรายได้ปี 2553/2554 จำนวน 4.7 ล้านราย และในอนาคตอาจขยายไปสินค้าประเภทอื่น เพราะแต่ละปีไทยต้องนำเข้าปุ๋ยจำนวนมากจากปี 2552 อยู่ที่ 5.36 ล้านตัน ปี 2554 คาดว่าปริมาณต้องการใช้ปุ๋ยเคมีอยู่ที่ 5.51 ล้านตัน นับว่าปุ๋ยเคมีเป็นต้นทุน 1 ใน 4 ของการผลิตสินค้าเกษตร จึงเป็นปัญหาต่อเกษตรกร

ด้าน นายประกิต เชวงนิรันดร์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 พ.ค.54 ที่เห็นชอบให้ดำเนินงานโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตของ เกษตรกร โดยกำหนดราคาปุ๋ย 6 สูตร คือ 46-0-0, 16-20-0, 16-16-8,16-8-8,18-12-6 และ 15-15-15 พร้อมเห็นชอบให้มีการชดเชยส่วนต่างราคาปุ๋ยเคมีให้แก่ผู้ข้าร่วมโครงการนี้ ในอัตรากิโลกรัมละ1.50บาทหรือตันละ 1,500 บาทโดยผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นเกษตรกรในโครงการประกันราย ได้ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปี53/54 ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรรวม 4,786,160 ราย โดยจะได้รับการชดเชยตามจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่มีสิทธิตามโครงการประกันราย ได้ซึ่งงบประมาณที่ใช้ดำเนินการมีจำนวนทั้งสิ้น 3,901 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินชดเชยส่วนต่างราคาปุ๋ย 3,450 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าดำเนินการและค่าอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เจ้าหน้าที่และ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ

สำหรับการเข้าร่วมโครงการกรณีเกษตรกรประสงค์ จะซื้อปุ๋ยเป็นเงินสด สามารถนำเงินสดมาชำระค่า ณ ธ.ก.ส.สาขา ซึ่ง ธ.ก.ส. จะออกใบจัดหาปุ๋ยให้เกษตรกรไปรับปุ๋ย ณ ร้านที่ขึ้นทะเบียน โดยร้านค้าที่ขึ้นทะเบียนจะจ่ายปุ๋ยตามใบจัดหาปุ๋ย จากนั้น ธ.ก.ส. จะโอนเงินค่าปุ๋ยให้ร้านค้า ตามใบจัดหาปุ๋ย ส่วนกรณีเกษตรกรที่ประสงค์จะขอกู้เงินจาก ธ.ก.ส. เพื่อนำมาซื้อปุ๋ย ธ.ก.ส. ได้เตรียมวงเงินไว้ทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MRR หรือ 7% ต่อปี ซึ่งในการทำสัญญากู้เงินซื้อปุ๋ยเกษตรกรต้องทำสัญญากู้เงินซื้อปุ๋ย โดย ธ.ก.ส.จะออกใบจัดหาปุ๋ยให้เกษตรกรไปรับปุ๋ย ณ ร้านขึ้นทะเบียน และร้านขึ้นทะเบียนจ่ายปุ๋ยตามใบจัดหาปุ๋ย จากนั้น ธ.ก.ส. จึงจะโอนเงินค่าปุ๋ยให้ร้านค้า ตามใบจัดหาปุ๋ย

ในส่วนของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเช่น สหกรณ์การเกษตรกรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. สหกรณ์การเกษตร ร้านค้าองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ตลอดจนร้านค้าท้องถิ่น โดยคุณสมบัติร้านที่ขึ้นทะเบียนจำหน่ายปุ๋ยมีดังนี้ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมาย มีสถานที่ตั้งของกิจการอยู่ในพื้นที่ดำเนินงานของ ธ.ก.ส. และต้องได้รับอนุญาตการจำหน่ายปุ๋ยจากกรมวิชา การเกษตร มีความมั่นคงโดยต้องดำเนินกิจการมาไม่น้อยกว่า 1 ปี และจำหน่ายปุ๋ยคุณภาพและปริมาณครบถ้วนตามมาตรฐานของคณะกรรมการวิจัยและ พัฒนากรมวิชาการเกษตร (กวก.) อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกรและอำนวยความสะดวกในการใช้บริการ ธ.ก.ส. ได้มีการขึ้นทะเบียนร้านค้าปุ๋ยในท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจำนวนกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 พฤษภาคม 2554, 18:25 น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: