‘อภิสิทธิ์’ เคลียร์สัญญามือถือ สั่ง ‘จุติ’ หอบทุกสัมปทานเข้าครม.แก้ครหาเลือกปฏิบัติ

Published มกราคม 21, 2011 by SoClaimon

21 มกราคม 2554, 06:30 น.

ผ่านทาง\’อภิสิทธิ์\’ เคลียร์สัญญามือถือ สั่ง \’จุติ\’ หอบทุกสัมปทานเข้าครม.แก้ครหาเลือกปฏิบัติ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_142949

 

 

“อภิสิทธิ์” สั่ง “จุติ” เสนอแนวทางแก้ไขสัญญาสัมปทานให้ ครม.พิจารณาพร้อมกันทุกสัญญามือถือ ป้องกันคำครหาเลือกปฏิบัติ “สิงเทล” เครือเทมาเสก รอเวลาพบนายกฯ หวังเคลียร์ปมสัญญาสัมปทานเอไอเอส บอร์ดทีโอทีสั่งตรวจสอบและเตรียมข้อมูล พร้อมสะสางเอกชนค้างจ่ายค่าเอซี 50,000 ล้านบาท…

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งถึงการขอเข้าพบของผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัท   สิงคโปร์   เทเลคอมมิวนิเคชั่น   หรือสิงเทล บริษัทในเครือกลุ่มเทมาเสก โฮลดิ้ง ซึ่งถือหุ้นในกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอสแล้ว แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดว่ามีประเด็นอะไรบ้าง ทั้งนี้ ได้สั่งการให้นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไปรวบรวมแนวทางแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือทุกสัญญาเข้าสู่ที่ประชุม ครม.พร้อมกันทุกราย เพื่อป้องกันปัญหาการเลือกปฏิบัติ จะได้ไม่มีข้อครหา

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในข้อกังวลว่ากลุ่มสิงเทล ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกันกับเทมาเสก โฮลดิ้ง ที่เป็นบริษัทของรัฐบาลสิงคโปร์นั้น จะเกิดปัญหาความสัมพันธ์ หากมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานนั้น   นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีปัญหา เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย ซึ่งผู้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยต้องให้ความเคารพกฎหมายของไทย

ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวยืนยันว่า การเข้าพบของกลุ่มสิงเทลนั้น ไม่มีการล็อบบี้เรื่องของสัญญาสัมปทานเอไอเอสแต่อย่างใด หากเป็นการสอบถามข้อมูลและหารือกันตามปกติเท่านั้น และยืนยันว่าการจะพิจารณาเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาสัมปทานอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และจะไม่เลือกปฏิบัติฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศ

“คู่สัญญาเดิมคือเอไอเอส และทีโอที แต่ตัวโครงสร้างผู้ถือหุ้นนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป โดยเป็น กลุ่มของเทมาเสกที่เข้ามาถือหุ้น ขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยก็มีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ซึ่งการพิจารณาในส่วนของโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น ก็ต้องหารือกับผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายว่าจะมีผลอย่างไรหรือไม่ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามกฎหมาย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะไม่เลือกปฏิบัติ”

ด้านนายสมประสงค์ บุญยะชัย รองประธานกรรมการเอไอเอส กล่าวถึงกรณีสิงเทล ผู้ถือหุ้นเอไอเอส เดินสายเข้าพบรัฐบาลว่า ไม่มีความเห็นในเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้น ส่วนกรณีการนำผลการพิจารณาของคณะกรรมการมาตรา 22 เข้าสู่ ครม.นั้น ในฐานะบริษัทก็จะดำเนินตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น ภายใต้การตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัท

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ดทีโอที กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารไปรวบรวมความเสียหาย ที่เป็นผลสืบเนื่องจากคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทานมือถือเอไอเอส เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม และจะสามารถเดินหน้าได้ทันที เมื่อ ครม.มีมติออกมา นอกจากนี้ยังให้ไปรวบรวมคดีข้อพิพาทต่างๆ โดยเฉพาะคดีที่ใกล้หมดอายุความ เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อรายได้ของทีโอที

นอกจากนี้   ที่ประชุมยังได้หารือถึงการหยุดจ่ายค่าเชื่อมโยงโครงข่ายแบบแอ็คเซ็สชาร์จ (เอซี) เลขหมายละ 200 บาทต่อเดือน ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือดีพีซี ที่ได้หยุดจ่ายค่าเอซี ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย.2549 จนถึงปัจจุบัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งการหยุดจ่ายดังกล่าวกระทบต่อฐานะการเงินของทีโอที จากเดิมมีรายได้ค่าเอซีปีละ 14,600 ล้านบาท จึงให้ฝ่ายบริหารไปเร่งเจรจากับกสท ในฐานะเจ้าของสัมปทานมือถือดีแทค ทรูมูฟ เพื่อให้จ่ายค่าเอซีที่คั่งค้าง หากตกลงกันไม่ได้ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องอนุญาโตตุลาการต่อไป รวมถึงตรวจสอบความเสียหายกรณีการหักรายได้จากส่วนแบ่งรายได้ไปจ่ายภาษีสรรพสามิตในช่วงที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การหยุดจ่ายค่าเอซีนั้น เนื่องจากค่ายมือถือต้องการเปลี่ยนการจ่ายจากค่าเอซีเดือนละ 200 บาทต่อเลขหมาย เป็นการจ่ายค่าเชื่อมโยงโครงข่ายแบบอินเตอร์คอนเนคชั่นชาร์จ (ค่าไอซี) ที่คิดราคาตามอัตราการโทร.เข้า-ออกนาทีละ 1.07 บาท โดยทีโอที ก็ต้องจ่ายค่าไอซีให้ค่ายมือถือด้วยเช่นกัน   ซึ่งเป็นการดำเนินการตามประกาศว่าด้วยการใช้และเชื่อมโยงโครงข่ายโทรคมนาคม ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) แต่ทีโอทีได้ยื่นฟ้องร้อง กทช.ต่อศาลปกครองว่าการออกประกาศดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทีโอทีไม่ตกลงที่จะทำสัญญาไอซีกับค่ายมือถือทุกราย เนื่องจากรอความชัดเจนและการตัดสินของศาลก่อน.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 21 มกราคม 2554, 06:30 น.

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: