ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

หุ้นเกือบทะลุพันจุด ตลท.เตือนแมงเม่าคิดก่อนลงทุน ตุลาคม 19, 2010

14 ตุลาคม 2553, 14:17 น.

ผ่านทางหุ้นเกือบทะลุพันจุด ตลท.เตือนแมงเม่าคิดก่อนลงทุน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118795

ประธาน ตลท.ระบุ หุ้นไทยยังมีหวังวิ่งถึง 1,000 จุด แนะนักลงทุนพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ หวั่นสถานการณ์การเมืองทำต่างชาติไร้ความมั่นใจ…

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. นายสมพล  เกียรติไพบูลย์  ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิ  ตลท. กล่าวถึงหุ้นไทยที่มีความเคลื่อนไหวเกือบ 1,000 จุดว่า  การที่หุ้นปรับตัวสูงขึ้นมากแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นที่ยอมรับของนักลง ทุนต่างชาติ พื้นฐานเศรษฐกิจดี  มีความน่าเชื่อถือ ในอดีตประเทศไทยเคยมีดัชนีพุ่งสูงถึง 1,700  จุดแล้ว ดังนั้น การที่ดัชนีเพิ่มขึ้นถึง 1,000 จุดก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้

อย่าง ไรก็ตาม การที่ดัชนีหุ้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมากและในเวลาอันรวดเร็ว  ขอให้นักลงทุนพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ  มีความมั่นใจในพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศไทย  วันนี้สิ่งที่กลัวและเป็นห่วงมีเพียงเรื่องเดียว คือ  สถานการณ์การเมืองแม้ว่าที่ผ่านมาเหตุการณ์ระเบิดจะไม่ร้ายแรง แต่หากข่าวแพร่ออกไปต่างประเทศก็อาจทำให้ต่างชาติไม่มั่นใจได้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 14 ตุลาคม 2553, 14:17 น.

tags:
สมพล เกียรติไพบูลย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลท. ตลาดหุ้นไทย ดัชนี เศรษฐกิจ

 

‘กรณ์’โต้ฝ่ายค้านรัฐบาลไม่เหลวแก้บาทแข็ง

14 ตุลาคม 2553, 14:13 น.

ผ่านทาง‘กรณ์’โต้ฝ่ายค้านรัฐบาลไม่เหลวแก้บาทแข็ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118812

รมว.คลัง ลุกโต้ฝ่ายค้าน ลั่น มาตรการแก้บาทแข็ง 5 ข้อไม่ได้ล้มเหลว ย้ำเป้าหมาย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี…

เมื่อ เวลา 11.00 น. วันที่ 14 ต.ค. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง เงินบาทแข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อประชาชน รัฐบาลจะแก้ไขอย่างไร

นาย สุรพงษ์ กล่าวว่า มาตรการ 5 ข้อที่รัฐบาลประกาศไปเพื่อช่วยเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่านั้น ยืนยันได้ว่ามาตรการดังกล่าวล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเป็น 29 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตรงนี้เป็นเพราะมีการเกร็งกำไรเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะถ้าขึ้นอีก 2 บาทกำไรก็จะเพิ่มขึ้นอีก มีคนตั้งคำถามว่า นายกรัฐมนตรีทำอะไรอยู่ ตอนนี้หลายอุตสาหกรรมกำลังประสบปัญหา อาจต้องลดขนาดธุรกิจลงเร็วๆ นี้ สินค้าเกษตรที่ส่งออกได้รับผลกระทบจากค่าเงินที่ลดลง เกษตรกรเกิดวิบากกรรม ทั้งน้ำท่วม ข้าวของราคาแพง และแม้ราคาเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น แต่ปรากฏว่าราคาน้ำมันไม่มีการลดลง แล้วแบบนี้ประชาชนจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร หากนายกฯและรมว.คลังไม่ทำอะไรอีก ควรพิจารณาตัวเองและรีไทร์ออกไปเสีย และหากอีก 3 มาตรการที่จะตามออกมาแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าไม่ได้ จะรับผิดชอบอย่างไร จึงอยากถามว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจากค่าเงินบาทแข็ง ตัวอย่างไร

นายกรณ์ กล่าวชี้แจงว่า โดยทั่วไปอัตราค่าเงินของประเทศใดที่แข็งค่าขึ้นเท่ากับเงินในกระเป๋าพี่ น้องมีค่าขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งหากดูอัตราเศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราว่างงาน มีเพียง 1% ซึ่งถือว่าต่ำมากที่สุด ซึ่งหากเปรียบเทียบกับอัตราสกุลเงินอื่นอย่างเงินเยนค่าเงินบาทยังอ่อนอยู่ ด้วยซ้ำ แต่เมื่อเปรียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯค่าเงินบาทจึงแข็งขึ้น เพราะเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอลงอย่างมาก อัตราว่างงานของสหรัฐฯ สูงถึง 10% การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 0% จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใจเมื่อนำเงินสกุลต่างๆ ไปเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แล้วจะเงินจะแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคตของสหรัฐฯนั้น เท่าที่ได้ฟังนโยบายเศรษฐกิจของเขาที่กรุงวอชิงตัน จะใช้วิธีกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายทางการเงิน โดยจะมีการพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมามากขึ้นและกดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลง เพื่อต่อสู้กับประเทศอื่นในโลก ปัญหาคือเราจะทำอะไรได้บ้าง เพราะนโยบายของสหรัฐฯที่ออกมาจะมีผลในเชิงบวกและเชิงลบ คนที่ลงทุนในต่างประเทศและใช้เงินซื้อสินค้าต่างประเทศจะได้เปรียบ แต่เศรษฐกิจไทยเน้นการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อน คณะรัฐมนตรี(ครม.)จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกไม่ให้ ได้รับผลกระทบมากเกินไปจากอัตราค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง

รม ว.คลัง กล่าวต่อว่า บทบาทหน้าที่ในเรื่องอัตราการแลกเปลี่ยนนั้น ภาระหน้าที่ตามกฎหมายอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งง่ายมากที่ตนจะโบ้ยความผิดไปที่ผู้ว่าธปท. แล้วเห็นด้วยว่า มาตรการของ ธปท.ทำอะไรไม่ได้ แต่ในการประชุม ครม.พูดกันชัดเจนว่า สิ่งที่ต้องรับผิดชอบคือผลอัตราแลกเปลี่ยนมีผลต่อผู้ส่งออก ครม.จึงมีมาตรการเยียวยาผู้ส่งออกขนาดเล็กโดยตรง ส่วนที่อ้างว่ามาตรการนี้ล้มเหลว ชัดเจนว่าท่านไม่เข้าใจ คิดว่ามาตรการที่ครม.ออกมาเพื่อลดค่าเงินบาท ซึ่งไม่ใช่ แต่มาตรการที่ออกมาเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ส่งออกรายเล็ก ซึ่งทั้งหมดเวลาจะเป็นผู้ตัดสิน

นายสุรพงษ์ ได้ถามย้ำว่า นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒนพิบูลย์ ได้ตำหนิมาตรการของ ธปท. ว่า ไม่สมเหตุสมผล และหากเงินบาทยังเป็นอย่างนี้อาจทำให้เกิดต้มยำกุ้งรอบ 2 ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ​(ไอเอ็มเอฟ) ก็ออกมาบอกว่าโลกกำลังเข้าสู่สงครามเงินตรา จึงอยากถามว่า รัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไร ซึ่งนายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร บอกว่า ค่าเงินบาทแข็ง มีคนได้ประโยชน์ 40% และไม่กระทบ 30% ซึ่งส่วนที่เสียประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นผู้ส่งออกเอสเอ็มอี ที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ เพราะถ้าเป็นรายใหญ่จะมีความสามารถในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลก เปลี่ยนอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้รัฐบาลเตรียมการอย่างไรที่เงินทุนต่างประเทศเข้ามาแสวงหาประโยชน์ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อย่างไร

ขณะที่ นายกรณ์ ชี้แจงว่า ท่านไม่เข้าใจอะไรเลย ไม่เข้าใจถึงที่มาที่ไป ในมาตรการของรัฐบาล สิ่งที่เราเสนอให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
บสย.เข้ามา มีส่วนค้ำประกันคือต้องมีหลักประกันที่วางกับธนาคาร นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังได้เสนอให้ที่ประชุมครม.ยกเลิกการยกเว้นการจัด เก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากเงินได้ จากดอกเบี้ย และกำไรจากการขายตราสารหนี้อัตรา 15% ที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้มีมาตรการให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุน จึงได้ยกเว้นให้ฝรั่ง ซึ่งเราเห็นว่าควรยกเลิกมาตรการนี้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 14 ตุลาคม 2553, 14:13 น.

tags:
สภาผู้แทนราษฎร ชัย ชิดชอบ บาทแข็ง กรณ์ จาติกวณิช คลัง สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

 

ลุ้นหุ้นไทยทะลุพันจุด ปิดตลาดเช้าพุ่ง 5.34

14 ตุลาคม 2553, 13:00 น.

ผ่านทางลุ้นหุ้นไทยทะลุพันจุด ปิดตลาดเช้าพุ่ง 5.34 – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118787

ปิดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยช่วงเช้า ดัชนีเคลื่อนไหวที่ 997.94 จุด เพิ่มขึ้น 5.34 จุด มูลค่าการซื้อ-ขายทั้งสิ้น 21,846.57 ล้านบาท…

ดัชนี ตลาดหลักทรัพย์ไทยประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 ต.ค. 2553 ปิดตลาดเช้าที่ระดับ 997.94 จุด เพิ่มขึ้น 5.34 จุด  มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 21,846.57 ล้านบาท หลักทรัพย์เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 203 หลักทรัพย์ ลดลง 93 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 162 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ,  ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 14 ตุลาคม 2553, 13:00 น.

tags:
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย พลังงาน ธนาคาร

 

ดาวโจนส์ปิดบวก น้ำมันพุ่งขึ้น 1.34 ดอลล์

14 ตุลาคม 2553, 09:00 น.

ผ่านทางดาวโจนส์ปิดบวก น้ำมันพุ่งขึ้น 1.34 ดอลล์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118721

ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดวันที่ 13 ต.ค. ดัชนีหุ้นดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 75.68 จุด ปิดที่ 11,096.08 จุด ส่วนราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ พุ่งขึ้น 1.34 ดอลลาร์สหรัฐ ไปปิดที่ระดับ 83.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล…

สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อวันที่ 14 ต.ค.2553 ดัชนีพุ่งขึ้นกว่า 70 จุด จากแรงซื้ออย่างหนาแน่นในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม เหมืองแร่ และเทคโนโลยี หลังราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ พุ่งขึ้น 1.34 ดอลลาร์สหรัฐ ไปปิดที่ระดับ 83.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาทองคำตลาดนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นถึง 1,375.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ผลประกอบการของเจพี มอร์แกน เชส และอินเทล ก็ออกมาน่าพอใจ ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดที่ 11,096.08 จุด เพิ่มขึ้น 75.68 จุด แนสแดคปิดที่ 2,441.23 จุด เพิ่มขึ้น 23.31 จุด และเอสแอนด์พีปิดที่ 1,178.10 จุด เพิ่มขึ้น 8.33 จุด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 14 ตุลาคม 2553, 09:00 น.

tags:
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ แนสแดค เอสแอนด์พี น้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์

 

เซนต์เจมส์ฉลองเปิดโชว์รูม โปรโมชั่นเด็ดที่เซ็นทรัลเวิลด์

14 ตุลาคม 2553, 05:30 น.

ผ่านทางเซนต์เจมส์ฉลองเปิดโชว์รูม โปรโมชั่นเด็ดที่เซ็นทรัลเวิลด์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118651

ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องหนังสตรีเซนต์เจมส์ ฉลองการเปิด 3 โชว์รูม ที่เซ็นทรัลเวิลด์ จัดโปรโมชั่นเด็ด ทั้งลดทั้งแถม เอาใจสาวกเครื่องหนัง…

นางเดือนรุ่ง ไพรัชเวทย์ รองประธานกรรมการ บริษัท เลเธอร์ แกลเลอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องหนังสตรีเซนต์เจมส์ (ST. JAMES), เทรนด์ (TREND), จินซ์ (GINZ) เปิดเผยว่า ทางเซนต์ เจมส์ได้ฉลองการเปิด 3 โชว์รูม ที่เซ็นทรัลเวิลด์ จัดโปรโมชั่นเด็ด ทั้งลดทั้งแถม เอาใจสาวกเครื่องหนัง หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสง่างามกับงาน “All That Glitters” เปิดตัวกระเป๋าคริสตัล สวารอฟสกี้ คอลเลกชั่นพิเศษ “Lucky Animals” ฝีมือคนไทยที่ร้านเซนต์เจมส์ เอ็กคลูซีฟ ทำให้แบรนด์เซนต์เจมส์กลายเป็นผู้นำเทรนด์ด้านกระเป๋าคริสตัล

“จาก ผลกระทบทางการเมืองเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้โชว์รูม ST.JAMES, TREND และ GINZ ต้องปิดตัวลงพร้อม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สำหรับการกลับมาอีกครั้ง ชวนลูกค้าร่วมฉลองรีโอเพ่นนิ่ง ของ 3 โชว์รูม สมบูรณ์แบบอีกครั้ง ที่คราวนี้มาพร้อมลุคสวยหรู เก๋แปลกตากว่าที่เคย เพื่อพรีเซนต์แอ็กเซสเซอรี่ที่ขาดไม่ได้เลย อย่างรองเท้า กระเป๋าคอลเลกชั่นใหม่ๆ ที่ยกขบวนมาให้สาวๆได้อัพเดทก่อนใคร”

พร้อม ความพิเศษสำหรับจุดเริ่มต้นการเติมเต็มความสุขแห่งโลกแฟชั่นที่ทันสมัยและลง ตัวที่สุด พบกับรายการโปรโมชั่นเด็ด ทั้งลดทั้งแถม “ลด 30% ทุกชิ้น” และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจกันตลอด มา ทางเซนต์เจมส์จึงมอบของขวัญสุดพิเศษแด่ลูกค้าสุดพิเศษ “สำหรับลูกค้าที่ช็อปสินค้าครบ 2 ชิ้น รับฟรีผ้าพันคอลายเสือ และลายสุดชิคในกล่องสวยใส มูลค่า 490 บาท 1 ชิ้น ทันที” เริ่ม 8 ต.ค.53 เป็นต้นไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 ตุลาคม 2553, 05:30 น.

tags:
เดือนรุ่ง ไพรัชเวทย์ เซนต์เจมส์ Lucky Animals เซ็นทรัลเวิลด์ โชว์รูม

 

บีโอไอหืดจับตัวเลขไม่ถึงเป้า

14 ตุลาคม 2553, 05:15 น.

ผ่านทางบีโอไอหืดจับตัวเลขไม่ถึงเป้า – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118648

เผย 9 เดือนยื่นขอรับส่งเสริมลงทุนไม่ถึง 3 แสน ล.  บีโอไอหืดจับตัวเลขไม่ถึงเป้า ขณะที่เป้าหมายการลงทุนในปีนี้อยู่ที่ 500,000 ล้านบาท ซึ่งเหลือระยะเวลาอีกเพียง 3 เดือน…

นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงสถิติการขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ว่ามีนักลงทุนให้ความสนใจยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านบีโอไอจำนวนทั้ง สิ้น  1,107 โครงการ คิดเป็นมูลค่าลงทุน 286,000 ล้านบาท ปรับลดลง 2.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีการลงทุนอยู่ที่ 294,000 ล้านบาท ในขณะที่เป้าหมายการลงทุนในปีนี้อยู่ที่ 500,000 ล้านบาท ซึ่งเหลือระยะเวลาอีกเพียง 3 เดือน

ทั้งนี้ หากพิจารณาจำนวนโครงการที่ขอรับส่งเสริม การลงทุนกับบีโอไอ มีอัตราเพิ่มขึ้น 44.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 765 โครงการ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสูงสุด ได้แก่ กิจการบริการ และสาธารณูปโภค มีจำนวน 308 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 125,000 ล้านบาท กิจการเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร 191 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 44,000 ล้านบาท และกิจการผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง 215 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 34,700 ล้านบาท เป็นต้น

“จำนวนโครงการที่ เพิ่มขึ้นมากแสดงให้เห็นถึงความสนใจของกลุ่มนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในไทยมี อยู่อย่างต่อเนื่อง และขยายตัวชัดเจน โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนขนาดกลางที่มีมูลค่าประมาณ 20-500 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนถึง 683 โครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่การลงทุนกลุ่มนี้จะอยู่ที่ 468 โครงการ หรือเพิ่มขึ้น 46% จึงอาจทำให้ มูลค่าการลงทุนไม่ขยายมากนัก”

สำหรับ สถิติการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในช่วง 9 เดือน มีจำนวนทั้งสิ้น 605 โครงการมูลค่าเงินลงทุน 132,000 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 488 โครงการ หรือเพิ่มขึ้น 23.98% ในขณะที่มีมูลค่าเงินลงทุนใกล้เคียงกับมูลค่าเงินลงทุนในช่วงเดียวกันของปี ก่อนที่มีมูลค่า 136,000 ล้านบาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 ตุลาคม 2553, 05:15 น.

tags:
บีโอไอ อรรชกา สีบุญเรือง สถิติ การลงทุน

 

สหพัฒน์อัดรัฐบาลไม่เมคเซ้นส์ “บุณยสิทธิ์”ทยอยปิดโรงงานผลิตสินค้าส่งออก

14 ตุลาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางสหพัฒน์อัดรัฐบาลไม่เมคเซ้นส์ “บุณยสิทธิ์”ทยอยปิดโรงงานผลิตสินค้าส่งออก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118646

สหพัฒน์แฉมาตรการคลังแบงก์ชาติ ไม่เข้าท่า เผยต้องปิดโรงงานผลิตสินค้าส่งออกไปแล้วบางแห่งหนีตายเงินบาทแข็ง หวั่นวิกฤติเศรษฐกิจรอบ 2 มาเยือนอีกรอบ หากรัฐบาลยังบริหารงานแบบไม่เข้าใจ

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า กรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการผ่อนคลายระเบียบเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน และกระทรวงการคลังเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากนักลงทุนต่างประเทศเพื่อแก้ไขเงินบาทแข็งค่านั้น โดยส่วนตัวมองว่า รัฐบาลไม่เมคเซ้นส์ (ไม่เข้าท่า) เพราะตอนนี้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบคือ ธุรกิจการส่งออก ซึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้นหากไม่มีการควบคุมอย่างดีมันจะเป็นคิลเลอร์ killer (ทำลาย) ภาพรวมธุรกิจ และถ้าหากมองภาพรวมธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับการส่งออกในตอนนี้ ธุรกิจเสื้อผ้า และรองเท้าเริ่มหายไปจากตลาดแล้ว

สหพัฒน์ปิดโรงงานหนีตาย

สำหรับในส่วนของบริษัทขณะนี้ ได้รับผลกระทบจากปัญหาเงินบาท

แข็ง ค่าพอสมควร ส่งผลให้ปิดโรงงานที่ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกไปแล้วบางแห่ง ขณะที่สัดส่วนของรายได้ที่มาจากการส่งออกลดลงไปเกือบ 20% จากปกติที่มีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 30% ส่งผลให้บริษัทต้องมีการปรับแผนการดำเนินธุรกิจด้วยการหันมาเน้นทำตลาดภายใน ประเทศ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโรงงานที่ปิดตัวไปบริษัทได้มีการโยกย้ายพนักงานและสินค้ามาอยู่ใน บริษัทที่ผลิตสินค้าทำตลาดในประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ช่วงนี้ ค่าบาทควรอยู่ที่ 34-35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ตอนนี้กลับแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง การที่เงินบาทแข็งค่ายอมรับว่า ส่งผลดีต่อคนในระดับบน ส่วนระดับล่างไม่ดี แต่ถ้าบาทอ่อนจะดีกับระดับล่าง การที่ภาครัฐออกมาให้คนนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศผมว่ามันไม่เมคเซ้นส์ เพราะการไปลงทุนในต่างประเทศตอนนี้ก็ยังไม่ดี เพราะต่างประเทศก็ยังไม่ดีเหมือนกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ สหรัฐฯมีการพิมพ์เงินออกมาเยอะเกินไป  เลยทำให้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อน  ขณะที่เรา เองก็ให้เขานำเงินเข้ามาในประเทศมากเกินไป  ถ้าเงินบาทยังเป็นอย่างนี้ อาจทำให้เกิดต้มยำกุ้งรอบ 2 ได้ ซึ่งครั้งนี้จะรุนแรงกว่าเดิม เพราะจะกระทบกับคนทุกกลุ่ม”

ทั้งนี้ บอกไม่ได้ว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าถึงเท่าไหร่จึงจะเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง แต่หากยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เศรษฐกิจพัง และหากค่าเงินบาทสวิงกลับไปมา อ่อนค่าเร็วเกินไปเหมือนตาชั่ง ก็ไม่ดี หากเป็นเช่นนี้คงเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง เพราะฐานเศรษฐกิจของประเทศพังไปแล้ว แต่ถ้ามีการดูแลดีๆจะเป็นโอกาสของประเทศไทย

“การส่งออกสินค้าของ บริษัทไปยังตลาดต่างประเทศนั้น หากค่าเงินบาทยังเป็นอย่างนี้คงต้องมาดูกันอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ต้องไปถามธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะแผนส่งออกของบริษัทตอนนี้คือ เวท แอนด์ ซี (รอไปก่อน) เนื่องจากสัดส่วนการส่งออกของเราลดลง ซึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้นเชื่อว่า ปีนี้ภาพรวมรายได้ของเครือน่าจะเติบโตไม่ถึง 5% แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้คือ การเปลี่ยนรัฐบาลที่มาบริหารงานแบบไม่เข้าใจ และทำอย่างเดิม อาจส่งผลให้เกิดวิกฤติได้อย่างแน่นอน”

มาตรการวืดเพราะคนไม่เข้าใจ

นาง สุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทยังมีความผันผวน ซึ่งเป็นไปตามปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามากระทบ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวอ่อนค่าลงต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวของเงินยูโร และการคาดการณ์มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือการเพิ่มปริมาณเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าไปในระบบของทางการสหรัฐฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวต่อไป รวมถึงความไม่เข้าใจในมาตรการต่างๆ ที่ออกมาของนักลงทุนด้วย

“ยอมรับว่าค่าเงินบาทมีความผันผวน น่าจะเป็นเพราะนักลงทุนยังไม่เข้าใจมาตรการ ถ้าให้เวลาอีกสักระยะ มาตรการที่ออกไปก็น่าจะช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาทได้ อย่างมาตรการเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย กับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในพันธบัตรไทย จากเดิมที่ยกเว้นให้เพื่อสนับสนุนตลาดพันธบัตรนั้น จริงๆ ก็เป็นการสร้างความเป็นธรรมให้นักลงทุนไทยและต่างชาติเท่ากัน คือต่อไปก็เก็บภาษีทั้งคู่ อย่างน้อยมาตรการนี้ก็ช่วยทำให้ต้นทุนของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นบ้าง น่าจะช่วยจูงใจให้เขาคิดมากขึ้นก่อนจะนำเงินเข้ามา”

สำหรับการ เคลื่อนไหวของเงินบาทแข็งค่าได้มีการจับตาดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว  ซึ่งมาตรการลดผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทของกระทรวงการคลังน่าจะเป็น เพียงก้าวแรก  หากในระยะต่อไปพิจารณาแล้ว พบการเก็งกำไรมากขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ว่า จะออกมาตรการเพื่อดูแลภาวะเงินทุน ไหลเข้าและการแข็งค่าของเงินบาทเพิ่มเติม โดยมองว่า ไม่น่าจะใช่สงครามค่าเงิน แต่น่าจะเป็นการต่อสู้และหาวิธีชะลอความผันผวนเพื่อปกป้องตัวเอง และดูแลผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวได้มากกว่า

ผลตอบแทนบอนด์ไทยติดท็อปทรี

นาย ตีรณ พงษ์มฆพัฒน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงมาตรการชะลอการแข็งค่าเงินบาทของรัฐบาลว่า แม้ที่ผ่านมา ธปท.ดูแลค่าเงินบาทมาโดยตลอด แต่ผลของมาตรการการแทรกแซงค่าเงินจะอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เนื่องจากตลาดเงินโลกมีขนาดใหญ่ และสกุลเงินหลักๆของโลก ก็อ่อนค่าลง เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังถดถอย ขณะที่ยุโรปก็มีความเสี่ยงทำให้เงินทุนเหล่านี้ ไหลเข้าไปยังตลาดเกิดใหม่ ที่มีแนวโน้มอัตราเติบโตของเศรษฐกิจสูงกว่า

ขณะที่รัฐบาลสกัดกั้น ด้วยมาตรการที่มีผลค่อนข้างอ่อน เพราะอัตราภาษีที่รัฐบาลนำมาใช้ได้อยู่ในระดับที่จำกัด หากใช้อัตราภาษีที่สูงกว่านี้จะส่งผลกระทบกับตลาดตราสารหนี้ได้ คาดว่ามาตรการที่ออกมาจะกระทบต่อทุนที่จะไหลเข้าไม่มากนัก เนื่องจากทุนสามารถไหลไปสู่ตราสารอื่นได้ง่าย

นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มาตรการที่รัฐบาลจะใช้ในการดูแลค่าเงินบาท ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีที่รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเข้มข้นในการดูแลเงินบาท แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถหยุดการแข็งค่าของงินบาทได้หรือไม่ เนื่องจากเงินทุนที่ไหลเข้ามาในไทยยังมีปริมาณมาก ซึ่งจะกดดันให้เงินบาทแข็งขึ้นไปอีก

ดังนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นรัฐบาลออกมาตรการเพิ่มเติมในการดูแลเงินบาทอีก สำหรับมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีส่งเสริมให้ภาคเอกชนนำเข้าเครื่องจักรจาก ต่างประเทศนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและเห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะจะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและมาตรการที่รัฐบาลจะช่วยเหลือผู้ ประกอบการเอสเอ็มอี เพราะเชื่อว่าผลกระทบในระยะกลางสำหรับผู้ส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอี จะมีสูงมาก

ทั้ง นี้ ค่าเงินบาทเมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 29.88 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากช่วงเช้า ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ยังรายงานด้วยว่า เจพี มอร์แกน ได้เปิดเผยข้อมูลระบุว่า พันธบัตรไทยให้ผลตอบแทนสูงสุดเป็นอันดับ 3 เปรียบเทียบกับพันธบัตรจากบรรดาประเทศเกิดใหม่ โดยให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึง 21.1%.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 ตุลาคม 2553, 05:00 น.

tags:
ปิดโรงงาน สินค้าส่งออก เงินบาทแข็ง บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา

 

ม็อบแท็กซี่เตรียมบุก กทช. เหตุไม่อนุมัติคลื่นวิทยุให้

14 ตุลาคม 2553, 04:00 น.

ผ่านทางม็อบแท็กซี่เตรียมบุก กทช. เหตุไม่อนุมัติคลื่นวิทยุให้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118686

ม็อบแท็กซี่เตรียมบุก กทช. ยื่นหนังสือ เพื่อให้ออกใบอนุญาตและอนุญาตการนำเข้าอุปกรณ์เพื่อให้บริการวิทยุชุมชน วิทยุแท็กซี่ เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถดำเนินการได้…

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ในวันที่ 14 ต.ค. จะมีกลุ่มผู้ประกอบการวิทยุแท็กซี่จำนวนหนึ่ง มายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อให้ กทช.ออกใบอนุญาตและอนุญาตการนำเข้าอุปกรณ์เพื่อให้บริการวิทยุชุมชน วิทยุแท็กซี่ เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจาก กทช.ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ให้สำนักงาน กทช.หยุดการพิจารณาออกใบอนุญาตวิทยุคมนาคมทุกประเภท แต่หากมีการยื่นขออนุญาตให้นำเรื่องดังกล่าวเสนอที่ประชุม กทช. เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณีไป

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งระงับการประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี เป็นการชั่วคราว เนื่องจากไม่มีคณะกรรมการร่วมในการจัดสรรคลื่นความถี่ ตาม พ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรมคมนาคม พ.ศ. 2535 จึงไม่มีอำนาจนำคลื่นความถี่มาจัดสรรได้ จึงเกรงว่าการนำคลื่นความถี่วิทยุคมนาคมมาจัดสรรให้วิทยุชุมชน และวิทยุแท็กซี่ จะมีปัญหาเช่นเดียวกันกับคลื่นความถี่ 3 จี ดังนั้นควรรอความชัดเจนเรื่องอำนาจของกทช.ก่อนที่จะดำเนินการจัดสรรคลื่น ความถี่ต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 ตุลาคม 2553, 04:00 น.

tags:
กทช. แท็กซี่ คลื่นวิทยุ ใบอนุญาต

 

บอร์ดทีโอทีคาดสิ้นปี54 โครงข่าย3จีครอบคลุมทั่วไทย

13 ตุลาคม 2553, 21:20 น.

ผ่านทางบอร์ดทีโอทีคาดสิ้นปี54 โครงข่าย3จีครอบคลุมทั่วไทย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118612

บอร์ดทีโอทีจ้างที่ปรึกษาการเงิน “ไพร์ม สตรีท” หาแหล่งเงินกู้ 15,800 ล้านบาท ลงทุนสร้างโครงข่าย 3 จี หลังคลังไม่ค้ำประกัน ยันไม่ต้องทำประชาพิจารณ์ เชื่อสิ้นปี 54 เปิดให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ …

วันที่ 13 ต.ค. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดทีโอที มีมติให้เดินหน้าโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 3 จี มูลค่า 17,400 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายในกลางปี 2554 จะเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือทีโอที 3 จี ในเขตชุมชนเมือง และจังหวัดใหญ่ 13 จังหวัด นอกเหนือจาก กรุงเทพฯและปริมณฑล ที่มีอยู่ 538 สถานี และภายในสิ้นปี 2554 ทีโอทีจะเปิดให้บริการอย่างเต็มที่ 5,400 สถานีฐาน ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ

“บอร์ดชุดนี้ทำงานอย่างเต็มที เพื่อให้ประเทศไทยมี 3 จีใช้โดยเร็ว เพราะทุกคนต้องการใช้บริการ 3 จี และเชื่อว่าการเดินหน้าลงทุนโครงข่าย 3 จี จะทำให้ทีโอทีมีสถานะดีขึ้น เนื่องจากจะมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนของการเช่าใช้โครงข่าย และเสริมธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของทีโอทีที่มีอยู่” นายอารีพงศ์ กล่าว

นายอารีพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องแผนการเงินนั้น เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องดำเนินการ ภายใต้กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าทีโอทีไม่มีปัญหาเรื่องแหล่งเงินที่จะนำมาลงทุน เนื่องจากได้เตรียมเงินลงทุนไว้บางส่วน รวมถึงแหล่งเงินกู้ด้วย ส่วนเรื่องการปรับปรุงโครงข่าย (อัพเกรด) 2 จี เป็น 3 จี บนคลื่นความ 900 เมกะเฮิรตซ์นั้น ต้องรอผลสรุปเรื่องกฎหมายจากสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ก่อน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีความซับซ้อนด้านกฎหมาย จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ด้าน นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการ ว่า ที่ประชุมบอร์ดอนุมัติในหลักการเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้าง (ทีโออาร์) โครงการ 3 จีทั่วประเทศ มูลค่า 17,400 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ 15,800 ล้านบาท โดยทีโอทีต้องจัดแหล่งเงินกู้เอง เพราะกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน โดยทีโอที ได้ว่าจ้าง บริษัทไพร์ม สตรีท เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อไปคัดเลือกสถาบันการเงินแกนนำจัดหาเงินกู้ (Lead-Arranger) ไปคัดสรรสถาบันการเงินหลายแห่ง เพื่อมาเสนอเงินกู้ที่มีต้นทุนต่ำที่สุด และต้องรายงานให้ที่ประชุมบอร์ดรับทราบในวันที่ 29 ต.ค. นี้ จากนั้นจะสรุปเรื่องแหล่งเงินกู้ภายในเดือน ธ.ค.นี้

กจญ.บริษัททีโอ ทีฯ กล่าวอีกว่า ส่วนการเปิดประมูลนั้น ต้องรอสำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจร่างทีโออาร์ของทีโอทีก่อน และทันทีที่สำนักงานอัยการสูงร่างทีโออาร์กลับมา ทีโอทีจะเดินหน้าประมูลด้วยวิธีอี-ออคชั่น คาดว่าจะประมูลได้ในเดือน พ.ย.นี้ โดยไม่จำเป็นต้องนำมาประชาพิจารณ์ เพราะอยู่ภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง ที่รัฐบาลต้องการเร่งให้โครงการเกิดขึ้นโดยเร็ว สำหรับเรื่องการเจรจากับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรูมูฟ จำกัด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เพื่อใช้สถานีฐานร่วมกัน จะประหยัดงบประมาณการลงทุนของทีโอทีได้นั้น นายวรุธ คาดว่า จะได้ข้อยุติในการเจรจาภายในเดือนพ.ย.นี้เช่นกัน

นาย วรุธ กล่าวถึงการเจรจาเชื่อมต่อโครงการ (โรมมิ่ง)ระหว่างทีโอทีกับผู้เช่าใช้โครงข่าย (เอ็มวีเอ็นโอ) ว่า ขณะนี้ ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณารายละเอียดว่า ระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันกับเอ็มวีเอ็นโอ ถือเป็นผู้ประกอบการเหมือนกันหรือไม่ ขณะเดียวกันทีโอทีหวั่นว่า จะเกิดปัญหาในการให้โรมมิ่ง เนื่องจากโครงข่าย 3 จี ทีโอทีที่มีอยู่ รองรับเลขหมายได้ 500,000 เลขหมาย ขณะนี้ใช้งานแล้ว 300,000 เลขหมาย และหากให้โรมมิ่ง เกรงจะเกิดปัญหาติดขัดในการใช้งานโทรศัพท์ และอาจส่งผลกระทบต่อการทำตลาดด้วย อย่างไรก็ตามขึ้นกับการเจรจาว่าจะโรมมิ่งในลักษณะใด คาดว่า ธ.ค.2553 นี้จะมีคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับโรมมิ่งทั้งหมด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 ตุลาคม 2553, 21:20 น.

tags:
ทีโอที โครงข่าย 3จี กู้เงิน ประชาพิจารณ์ โรมมิ่ง เอ็มวีเอ็นโอ

 

‘ทรงศักดิ์’โร่แจงปลัดคมนาคม ปัดเอี่ยวลานจอดรถสุวรรณภูมิ

13 ตุลาคม 2553, 21:00 น.

ผ่านทาง‘ทรงศักดิ์’โร่แจงปลัดคมนาคม ปัดเอี่ยวลานจอดรถสุวรรณภูมิ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118602

“ทรงศักดิ์ ทองศรี” อดีต รมช.คมนาคม โร่พบปลัดคมนาคม ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จอดรถสุวรรณภูมิ วอนขอความเป็นธรรมจากทุกฝ่าย ด้าน “สุพจน์ ” ระบุขณะนี้ยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนอื่นๆนอกจากเจ้าหน้าที่ของทอท. …

เมื่อ เวลา 15.30 น. วันที่ 13 ต.ค. ที่กระทรวงคมนาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ นายเอกพร รักความสุขและนายทศพล สังขะทรัพย์ ได้เดินทางมายังกระทรวงคมนาคม เพื่อเข้าพบกับนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบการบริหารพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรณีที่มีการพาดพิงถึงชื่อย่อ อ , ท และ ส. ในเรื่องความขัดแย้งของหุ้นส่วนในบริษัท ปาร์คกิ้ง แมเนจเม้นต์ ผู้ได้รับสัมปทานอาคารจอดรถในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้

นาย ทรงศักดิ์ กล่าวว่า การมาในครั้งนี้เพื่อที่จะมาขอพบกับนายสุพจน์ เพื่อที่จะมาขอรับทราบในเรื่อง ที่มีเอกชนมากล่าวพาดพิงถึงตน รวมทั้งหากทางคณะกรรมการฯ ต้องการที่จะรู้ข้อมูลจากตน ก็พร้อมที่จะชี้แจงในรายละเอียด ตนไม่เคยรู้จักทั้งนางแพรว พจนประพันธ์ แต่รู้จักกับนายธนกฤต เจตกิตติโชค กรรมการของงบริษัท ปาร์คกิ้งฯ เพราะได้มีผู้ใหญ่คือนายเกียรติชัย ชัยชวรัตน์ ซึ่งรู้จักกับนางแพรว ได้มาขอร้องให้นายสัมพันธ์กับตนเข้ามาเป็นคนกลางช่วยเจรจาไกล่เกลียกรณีที่ นางแพรว ต้องการที่จะขอเงินในการลงทุนคืนรวมทั้งผลตอบแทน เพราะอยากจะเลิก ซึ่งวงเงินที่นางแพรวเรียกร้องมานั้นสูงมาก

“คุณสัมพันธ์เห็นว่าผม เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เลยขอให้ผลไปด้วย แต่พอผมไปฟังแล้วเห็นว่าไกล่เกลี่ยคงลำบากเพราะวงเงินที่นางแพรวเรียกร้องใน การถอนหุ้นคืนนั้นสูงมาก ผมก็เลยช่วยไม่ได้ ซึ่งเป็นการเจอกันแค่ครั้งเดียวที่โรงแรมมิราเคิล ยืนยันว่าไม่ได้มีการเรียกร้องเงินจากใครซักสลึงเดียว ยินยันว่าไม่ได้มีการไปวิ่งงานอะไร เพราะตอนที่คุยกัน ทางบริษัทปาร์คกิ้งได้รับสัมปทานไปแล้ว แล้วผมจะไปมีอำนาจอะไร” นายทรงศักดิ์ กล่าว

นายทรงศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้จากข่าวที่ออกมา ตนคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่กลับไปมีผลกระทบต่อพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เนื่องจากขณะนี้ข้อมูลต่างออกไปในทิศทางที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อการเมือง และที่น่าเป็นห่วง คือ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศ ดังนั้นเพื่อความบริสุทธิ์ใจ ตนจึงต้องออกมาชี้แจง

ด้านนายเอกพร กล่าวว่า นางแพรวเป็นผู้ใหญ่ที่ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ รู้จักกันมาเป็น 10 ปี ส่วนนายธนกฤตนั้น เคยเป็นคนติดตามนักการเมือง และเป็นเพื่อนของเพื่อนตนซึ่งตนไม่เคยติดต่อกับนายธนกฤต เลย แต่นายธนกฤตมีเรื่องที่ดินที่จ.ระนองมาปรึกษา คนจึงแนะนำให้รู้จักกับนางแพรว หลังจากนั้น ทั้ง 2 คนจะไปทำอะไรที่ไหนก็เป็นเรื่องของเขา ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเลย มารู้อีกครั้งก็ตอนที่ทั้ง 2 ทะเลาะกันแล้ว แล้วช่วงประมาณเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนบวช พอสึกออกมาก็รู้ว่านางแพรว คงจะโกรธตนมากเพราะไปแนะนำให้รู้จักกับนายธนกฤต

“เรื่องนี้มีการบิด เบือน ตอนนี้มีการโยงเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ไปเกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในสภาฯ ก็สามารถที่จะตอบโต้ได้ แต่ตอนนี้ผมไม่มีตำแหน่งอะไรก็อยากจะขอความเป็นธรรม” นายเอกพร กล่าว

ขณะ ที่ นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ที่มาในวันนี้เพราะเห็นชื่อตนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจึงไม่สบายใจ เลยอยากจะมาฟังข้อมูลจากกระทรวงคมนาคม รวมทั้งชี้แจงยืนยันว่าเรื่องนี้เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร จากข่าวที่ออกมาอดีตนักการเมืองที่เข้าไปเกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะเป็นคนของ พรรคภูมิใจไทย จึงไม่อยากให้ทางพรรคเข้าใจผิด เรื่องนี้เป็นเรื่องความขัดแย้งกันระหว่างหุ้นส่วน แต่กลับมีการพาดพิงถึงคนอื่น

นายสุพจน์ กล่าวว่า ขณะนี้การสอบข้อเท็จจริงยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนอื่นๆ นอกจากเจ้าหน้าที่ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพราะเอกชนทั้ง 2 รายยังไม่ได้มีการส่งเอกสารที่ครบถ้วนเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมการฯ แต่อย่างใด ขณะนี้กำลังรอการชี้แจงจากเอกชน และจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 19 ต.ค. ก่อนที่จะเสนอผลการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้รับทราบในวันที่ 20 ต.ค.

“ปัญหาที่ เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องของการทำงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ไม่ ต้องปฏิบัติตามระเบียบราชการ เรื่องนี้ผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก ว่าไม่มีการจ่ายเงินล่วงหน้าและรายงานตัวเลขค่าจอดรถที่แท้จริง แต่ไม่ได้เข้าไปดำเนินการใดๆ หรือพยายามที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหานี้ ปล่อยผ่านจนล่วงเลยทำให้เกิดเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของท่า อากาศยานสุวรรณภูมิ หลังจากนี้จะดำเนินการอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับทาง ทอท.” นายสุพจน์ กล่าว

ส่วนนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า เรื่องนี้อยากให้ประชาชน และสังคมเกิดความเชื่อมั่นกระทรวงคมนาคมจะไม่มีหน้าที่ปกป้องใคร หรือช่วยเหลือใคร ให้เป็นหน้าที่ของ คณะกรรมการฯ โดยให้คณะกรรมการฯมีอิสระเต็มที่ โดย ตนต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตนคงต้องรอให้คณะกรรมการฯสรุปออกมาก่อน อย่างไรก็ตามตนขอวอนให้ประชาชนและสังคมให้ความเป็นธรรมต่อกระทรวงคมนาคม และ พรรคภูมิใจไทยด้วย เพราะที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยมักจะถูกกล่าวหาเรื่องทุจริต และเกินความเป็นจริง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 ตุลาคม 2553, 21:00 น.

tags:
ทรงศักดิ์ ทองศรี สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ เอกพร รักความสุข ทศพล สังขะทรัพย์ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม โสภณ ซารัมย์ กระทรวงคมนาคม พรรคภูมิใจไทย บริษัท ปาร์คกิ้ง แมเนจเม้นต์ อาคารจอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินสุวรรณภูมิ

 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,319 other followers

%d bloggers like this: