114 ปีกรมป่าไม้ “สืบพระราชปณิธาน สานประโยชน์คนและป่า” (รายงานพิเศษ)

Published กันยายน 30, 2010 by SoClaimon

วันที่ 28/9/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ป่าไม้นั้นเป็นของขวัญจากธรรมชาติ เป็นสมบัติอันล้ำค่า ที่ทำประโยชน์แก่ผืนถิ่นประเทศที่ไม้นั้นๆ หยั่งรากลง ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ การค้าไม้และของป่านำมาซึ่งผลประโยชน์ทางการค้าและความมั่นคั่งแห่งรัฐ รวมทั้งความเสี่ยงในการตกเป็นอาณานิคมของประเทศมหาอำนาจ ที่ต้องการประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาตินี้ แต่ด้วยพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ไทย สยามจึงรอดพ้นจากวิกฤตได้อย่าสง่างาม และสามารถก่อตั้ง กรมป่าไม้ เพื่อบริหารจัดการกิจการป่าไม้ของสยามได้อย่างเป็นระบบและยุติธรรม ตามความในพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฉบับที่ 62/385 เมื่อวันที่ 18 กันยายน ร.ศ. 115 หรือ พ.ศ. 2439 ที่มีถึงเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น จึงกำหนดให้วันที่ 18 กันยายนของทุกปีเป็น

วันคล้ายวันสถาปนากรมป่าไม้ต่อเนื่องมา และครบรอบ 114 ปีในปีนี้

นายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมป่าไม้ ได้กล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสครบรอบ 114 ปีของการสถาปนากรมป่าไม้ และครบรอบ 100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงสถาปนากรม ว่าการที่ประเทศไทยยังมีพื้นป่าอันเขียวขจี ทั้งยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเฉกเช่นทุกวันนี้ได้ ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรง สถาปนากรมป่าไม้ขึ้นเพื่อดูแลรักษาและบริหารงานป่าไม้ให้เป็นของหลวง ทั้งยังส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์และการปลูกทดแทน เพื่อให้มีไม้ใช้อย่างเพียงพอในอนาคต ซึ่งในสมัยต่อๆมา พระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ก็ได้สืบต่อพระราชปณิธานและพัฒนากิจการกรมป่าไม้ อย่างต่อเนื่อง

และที่สำคัญ คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้พระราชทานพระราชดำริด้านการป่าไม้ไว้มากมาย ด้วยทรงเห็นว่าพื้นที่ป่าของประเทศลดลงอย่างมาก อีกทั้งภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทยที่เคยอุดมสมบูรณ์กลับแห้งแล้ง ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยปัญหาความแห้งแล้งซึ่งส่งผลกระทบต่อ ความเป็นอยู่ของพสกนิกรและระบบนิเวศ จึงได้พระราชทานพระราชดำริเพื่อการฟื้นฟูป่าไม้ การปลูกทดแทน รวมถึงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์แหล่งต้นน้ำลำธาร แต่ละโครงการพระราชดำริล้วนเรียบง่ายแต่ได้ผล ซึ่งกรมป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้น้อมนำมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปรากฏว่าพื้นที่ป่าในประเทศไทยค่อยๆ เพิ่มขึ้น ทำให้ความชุ่มชื้นกลับคืนสู่ผืนดินที่เคยแห้งแล้งอีกครั้ง

เนื่องในโอกาสที่สำคัญนี้ กรมป่าไม้จึงได้จัดงาน “114 ปี กรมป่าไม้ สืบพระราชปณิธาน สานประโยชน์คนและป่า” ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ได้พระราชทานกำเนิดกรมป่าไม้ขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2439 (ร.ศ 115) เพื่อทำหน้าที่ดูแลกิจการด้านป่าไม้ของประเทศไทย โดยกรมป่าไม้ได้จัดงานวันสถาปนากรมป่าไม้ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อรณรงค์ให้เยาวชน และประชาชนทั่วไป ตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้และมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้จาก ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์และผลกระทบโดยตรงจากทรัพยากรป่าไม้ โดยมีนายภิมุข สิมะโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานพิธี ประกอบด้วยพิธีบูชาท้าวมหาพรหมกรมป่าไม้ บูชาพระพุทธไตรสสตวรรษานุสรน์ ถวายเครื่องราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของข้าราชการและพนักงานกรมป่าไม้ พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 115 รูป สดุดีวีรชนป่าไม้และถวายพวงมาลา มอบรางวัลโล่ ใบประกาศเกียรติคุณ และหนังสือชมเชยแก่ผู้ที่ทำคุณความดีช่วยเหลือราชการกรมป่าไม้ เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพปลูกสวนป่า ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ผู้เกษียณอายุราชการ หน่วยงานที่ชนะเลิศการประกวดพวงมาลาในวันปิยะมหาราช ปี2552

“ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี แห่งวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงสถาปนากรมป่าไม้ กรมป่าไม้จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณพระ บรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ด้านหน้าอาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้ ในวันที่ 17 กันยายน 2553 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดกรมป่าไม้”

นายสมชัย ยังได้กล่าวว่าในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 115 ของกรมป่าไม้ ในฐานะหน่วยงานหลักของประเทศในการดูแลรักษาและบริหารจัดการผืนป่าทั่วประเทศ จึงมีภารกิจที่สำคัญ คือ การป้องกัน รักษาสภาพพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่เหลืออยู่ และการฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรมให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์โดยเร็ว เพื่อสืบพระราชปณิธานที่จะสานประโยชน์ให้คนและป่าอยู่ร่วมกันได้อย่าง ยั่งยืน โดยการสร้างความเข้าใจและเข้าถึงประชาชน ชุมชน องค์การต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อเปลี่ยนความขัดแย้ง เป็นความร่วมมือ เปลี่ยนผู้บุกรุกพื้นที่ป่า เป็นผู้พิทักษ์ป่า ปรับภาพลักษณ์จากผู้รักษากฎระเบียบ เป็นผู้ให้ความรู้ ให้การสนับสนุน และส่งเสริมเรื่องการป่าไม้ ในทุกระดับและทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด “ประชาชนคือหัวใจสำคัญของการรักษาป่าไม้อย่างยั่งยืน” พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อตัดสินปัญหาการบุกรุกพื้นที่อย่างเป็น ธรรม โดยยึดหลัก ธรรมาภิบาล

“เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกัน เอาใจใส่ดูแลและหวงแหนต้นไม้ทุกต้น ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ในบ้าน หรือต้นไม้ในที่สาธารณะเสมือนสมบัติอันล้ำค่า เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยจะมีผืนป่าเขียวขจี กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ สร้างความชุ่มชื้นแก่ผืนดิน นำพาความอุดมสมบูรณ์กลับคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิตได้อยู่อาศัยและพึ่งพิงกันและกันอย่างยั่งยืนตลอดไป”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: