สวนเชอร์รี่หลังบ้าน..สร้างเงิน เศรษฐกิจพอเพียงเมืองลุงแซม

Published กุมภาพันธ์ 17, 2010 by SoClaimon

19 สิงหาคม 2552, 05:00 น.
สวนเชอร์รี่หลังบ้าน..สร้างเงิน เศรษฐกิจพอเพียงเมืองลุงแซม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

bkqkpjhbmggyxc7vwtbosdekowbqmaixag7qgjsmquhdthvfm1de1

ลูกเชอร์รี่เมื่อสุก

เชอร์รี่ผลไม้รสชาติกรอบ อร่อยหวานอมเปรี้ยว รูปทรงสีสันที่สะดุดดา คุณค่าทางโภชนาการช่วยลดคอเลสเทอรอลได้ดีจึงเป็นแรงจูงใจให้ผู้มีรสนิยมชอบบริโภค…..

สำนักงานสถิติการเกษตรแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (The National Agricultural Statistics Service: NASS) ยืนยันว่า รัฐวอชิงตัน มีการผลิตเชอร์รี่หวาน (Sweet Cherries) มากที่สุด 5 สายพันธุ์คือ Chelan, Tieton, Bing, Rainier, Lapings, Skeena และ Sweetheart

เชอร์รี่ในสวนหลังบ้าน

และ…บิง (Bing) กับ เรนเนียร์ (Rainier) เป็นที่นิยมอย่างสุดสุด ทั้งนี้เนื่องจาก พันธุ์บิง ลูกโต เนื้อค่อนข้างเฟิร์ม ไม่ช้ำง่าย  เมื่อสุกจะมีสีแดงเข้ม เหมือนไม้มะฮอกกานี อมเปรี้ยวนิดๆ

ส่วน เรนเนียร์ ผลมี สีเหลืองสลับส้มแดง ลูกใหญ่ เนื้อเฟิร์มเช่นเดียวกับ พันธุ์บิง แต่มี ลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นในเรื่องความหวานเมื่อเปรียบ-เทียบกับสายพันธุ์อื่นๆ

ราคาเรนเนียร์ก็แพงกว่าสายพันธุ์บิงเกือบเท่าตัว และฤดูกาลเก็บ เกี่ยวก็จะอยู่หลังสายพันธุ์บิงเล็กน้อย…จึงเป็นข้อดีของชาวสวน ที่ไม่ต้องเจอปัญหาผลไม้ล้นตลาด

ลูกค้าปีนขึ้นเก็บผลผลิตเอง

ในภาพรวม…คาดว่าปีนี้ (2009) จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งสิ้น ประมาณ 200,000 ตัน มากกว่าปี 2008 ประมาณเกือบเท่าตัว ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมของทุกปี ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุด

เกษตรกรชาวสวนเชอร์รี่ในวอชิงตันส่วนมากจะทำเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ ในเชิงการค้าแล้ว จะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเก็บเอง เพราะเขาเกรงจะส่งผลกระทบให้ต้นเชอร์รี่

ผิดฟอร์มกับ ฟาร์มขนาดเล็กจะเปิดให้ผู้คนเข้าไปเก็บเกี่ยวได้เองตามใจชอบ เก็บกินในสวนไม่ต้องเสียตังค์…หากนำกลับบ้านก็ต้องจ่ายตามราคา

เจ้าของสวนกับลูกค้าถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

Mrs.Mary และ Mr.Roger Gill เกษตรกรรายหนึ่งของ เมืองวะนาชี (Wenatchee) เธอเปิดสวนหลังบ้านให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเก็บเชอร์รี่ทุกปี…

…สวนของเธอมีเชอร์รี่อยู่ 5 ต้น ให้ผลผลิตต้นหนึ่งราวๆ 300 พาวด์ ราคาพาวด์ละครึ่งดอลลาร์ หรือประมาณ 17 บาท (ถือว่าถูกมาก เมื่อเทียบกับสวนอื่นๆ ที่ขายอยู่ไม่ต่ำกว่าพาวด์ละ 1 ดอลลาร์) ถ้าเก็บเชอร์รี่ขายทั้งหมด จะมีรายได้ประมาณ 700-1,000 เหรียญ ราวๆ 23,000-34,000 บาทต่อปี…ส่วนเชอร์รี่ที่เหลือคาต้นก็จะเก็บและแจกจ่ายแบ่งปันให้เพื่อนๆ

นับเป็นการพัฒนาสวนหลังบ้านที่ สร้างรายได้… คล้ายกับวิถีเศรษฐกิจพอเพียงในบ้านเราเปี๊ยบเลย.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: