สกัดเปปไทด์จากกากรำข้าว ชงดื่มลดความดัน ต้านอนุมูลอิสระ

Published กุมภาพันธ์ 17, 2010 by SoClaimon

24 สิงหาคม 2552, 05:00 น.
สกัดเปปไทด์จากกากรำข้าว ชงดื่มลดความดัน ต้านอนุมูลอิสระ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

bkqkpjhbmggyxc7vwtbosdekowbqmaixag7qgjsmquhdthvfm1de1

มข.สุดเจ๋งนำกากรำข้าวมา วิจัย กระทั่งได้ สารเปปไทด์ ผสมในเครื่อง ดื่มสุขภาพ เพิ่มมูลค่าอีกทั้งเป็นทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร…

หลัง “สีข้าว” นอกจากข้าวหักแล้ว ยังมี “รำข้าว” อันเป็นผลพลอยได้ และที่ผ่านมาผู้ประกอบการมักจะนำไปสกัดน้ำมัน จนกระทั่งเหลือเพียง “กาก” ซึ่งมีราคาถูก มีประโยชน์เพียงแค่เป็นส่วนผสมในอาหาร สัตว์เท่านั้น

เพื่อเพิ่มมูลค่าอีกทั้งเป็นทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร ผศ.ดร.ศุภวรรณ ถาวรชินสมบัติ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโน- โลยีอาหาร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จึงนำกากรำข้าวมา วิจัย กระทั่งได้ สารเปปไทด์ ผสมในเครื่อง ดื่มสุขภาพ


ผศ.ดร.ศุภวรรณ

….เปปไทด์ คือ โมเลกุลของโปรตีน อะมิโน แอซิด หลายๆ โมเลกุล มีคุณสมบัติ ช่วยลดความดันและต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มผู้ประกอบการเครื่องสำอางนิยมนำสารดังกล่าวมาผสมผสานลงในสูตรตำรับของเครื่องสำอาง เพื่อให้ทำหน้าที่แทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการสมานแผล ยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเปปไทด์ยังทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างและยับยั้งการทำลายคอลลาเจนอีกด้วย…

ผศ.ดร.ศุภวรรณ บอกว่า ปัจจุบันราคากากรำข้าวจะขายราคาเพียงกิโลกรัมละ 6-8 บาท และจากข้อมูลพบว่าในผลิตผลดังกล่าวยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์อีกมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร ทีมงานจึงใช้ กากรำจากข้าวหอมมะลิ นำไปผ่านขบวนการสกัด ซึ่งเริ่มแรก ต้องนำรำข้าวมาสกัดน้ำมันออกก่อน


สารสกัดเปปไทด์ ที่ผสมในเครื่องดื่ม และทำในรูปแบบแคปซูล.

…แล้วนำไปสกัด โดยใช้สภาวะเป็นด่าง (pH 11) จะได้ โปรตีนรำข้าว เสร็จแล้วเอาไปผสมน้ำในอัตราส่วน น้ำ 4 โปรตีน 1 จากนั้นนำมาปรับสภาพให้อยู่ในสภาวะเหมาะสม ซึ่งเอนไซม์การย่อยโปรตีนทำงาน ที่ ค่า pH 8 ที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส ใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 4 ชม.แล้วจึงนำมากรอง จะได้สารละลายที่มีองค์ประกอบของ “เปปไทด์” โดยกากรำข้าว 1 กก.จะสกัดเปปไทด์ได้ประมาณ 5% ของน้ำหนัก

และ…เพื่อให้สะดวกต่อการเก็บรักษาและการบริโภค ทีมวิจัยจึงนำมาทำแห้งแบบระเหิด จนได้ ผง สีเหลืองอ่อน ไม่มีกลิ่น ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะผลิตเป็นอาหารเสริมสุขภาพ เครื่องดื่มต่างๆ อาทิ น้ำนมถั่วเหลือง น้ำข้าวกล้อง และ แคปซูล


สารเปปไทด์

กากรำข้าว
กากรำข้าวหลังสกัดจะได้สารละลายที่มีองค์ประกอบของ “เปปไทด์”.

ผศ.ดร. ศุภวรรณ ยังบอกด้วยว่า การวิจัยต่อไป จะมุ่งศึกษาหาแนวทางการผลิต เพื่อให้ได้เปปไทด์ฯ จากกากรำข้าวปริมาณที่สูงขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งจะศึกษาความคงทนของคุณสมบัติที่หากผสมในเครื่องดื่มหรืออาหารเสริมอื่นๆ จะคงประสิทธิภาพได้ยาวนานมากน้อยเพียงใด

สำหรับผู้สนใจผลการวิจัยดังกล่าว สามารถ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-4336-2006, 0-4336-2132 ในวันเวลาราชการ.

เพ็ญพิชญา เตียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: