มข.พบ ‘เปปไทด์’ ในรำข้าวหอมมะลิมีสารต้านมะเร็ง

Published กุมภาพันธ์ 17, 2010 by SoClaimon

28 กรกฎาคม 2552, 19:07 น.

มข.พบ ‘เปปไทด์’ ในรำข้าวหอมมะลิมีสารต้านมะเร็ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

bkqkpjhbmggyxc7vwtbosdekowbqmaixag7qgjsmquhdthvfm1de1

จากรำข้าวที่มีราคาถูก ใช้เป็นอาหารสัตว์ แต่กลับมีโปรตีนสูง โดยอาจารย์ มข.วิจัยรำข้าวหอมมะลิ พบเปบไทด์จากโปรตีน ที่อยู่ในรำเป็นสารลดความดันและช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ..

วันนี้ (28 ก.ค.) ที่ห้องประชุมสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผศ.ศุภวรรณ ถาวรชินสมบัติ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยถึงการทำวิจัย “การผลิตเปบไทด์จากโปรตีนรำข้าวหอมมะลิเป็นสารลดความดันและช่วยต่อต้าน อนุมูลอิสระ” ว่า รำข้าวส่วนใหญ่มักจะนำไปเป็นอาหารสัตว์ ซึ่งก็มีราคาถูก แต่คุณสมบัติของรำข้าวมีโปรตีนสูง มีคุณค่าทางโภชนาการจึงคิดว่าน่าจะเพิ่มมูลค่าของโปรตีนรำข้าวในทางการผลิต ที่จะใช้เป็นสารประกอบที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งจากงานวิจัยพบสิ่งที่น่าสนใจก็คือ การผลิตเป็นโปรตีนไฮโดรไลเสท ซึ่งโปรตีนตัวนี้ได้จากการกระบวนย่อยด้วยเอนไซม์ เข้าไปย่อยโปรตีนแล้ว จะได้องค์ประกอบที่เป็นเปปไทด์ ซึ่งเปปไทด์ จะมีคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า เอ.ซี.อี ซึ่งเอนไซม์ตัวนี้ จะเป็นระบบควบคุมความดันของโลหิตในสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ด้วย ทั้งยังมีคุณสมบัติอีกอย่างก็คือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

ผศ.ศุภ วรรณ กล่าวต่อว่า จากคุณสมบัติทั้งสองอย่างนี้ ซึ่งเป็นสารเพื่อสุขภาพ ที่มีศักยภาพในการนำไปผลิตในเชิงอุตสาหกรรม และจำหน่ายในรูปของผลิตภัณฑ์อาหาร และอาหารเสริมเพื่อสุขภาพได้สำหรับขั้นตอนการทำวิจัยนั้น ไม่มีอะไรซับซ้อน ขั้นตอนแรก จะนำรำข้าวมาสกัดเอาน้ำมันออกก่อน จากนั้นก็นำไปสกัดโปรตีน และนำโปรตีนไปผสมน้ำในอัตราส่วนประมาณ 4 เท่าของน้ำต่อโปรตีน จากนั้นนำมาปรับสภาพให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสมที่เอนโซม์จะทำงานคือค่า pH8 อุณหภูมิประมาณ 55 องศาเซลเซียส ใช้เวลาในการย่อยสลาย โดยเอนไซม์โพรเทค 6L ประมาณ 4 ชั่วโมง หยุดปฏิกิริยาของเอนไซม์ โดยการให้ความร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 95-100 องศาเซลเซียสโดยใช้เวลา 10-15 นาที จากนั้นนำมาแยกออกโดยการกรอง ผ่านอัตราฟิลเทรนชั่นเมเบรน ได้สารละลายที่มีองค์ประกอบของเปปไทด์และทำให้อยู่ในรูปผง โดยใช้กระบวนการทำแห้งแบบละเหิด จะได้ผงสีเหลืองอ่อน ไม่มีกลิ่น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น การผลิตเป็นอาหารเสริมสุขภาพ การผสมในอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ส่งผลดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการความคุมความดันและการต้านอนุมูลอิสระ

ทั้งนี้ ผศ.ศุภวรรณ เชื่อว่า การศึกษาวิจัยการผลิตเปบไทด์จากโปรตีนรำข้าวหอมมะลิเป็นสารลดความดันและช่วย ต่อต้านอนุมูลอิสระของมหาวิทยาลัยขอนแก่น น่าจะเป็นแห่งแรกของประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้ทำตัวอย่างในรูปแบบของ “เครื่องดื่มนมถั่วเหลืองผสมเปปไทด์รำข้าวหอมมะลิ” บรรจุขวด ปริมาตรสิทธิ 180 มล.โดยมีน้ำนมถั่วเหลือง 94.9% น้ำตาล 5% เปปไทด์รำข้าวหอมมะลิ 100% ไม่มีวัตถุกันเสีย สามารถดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ในส่วนของแคปซูลนั้นหากรับประทานก็วันละ 2 แคปซูล ซึ่งหากจะมองในเรื่องการตลาด คนกลับจะมองที่แบรนของสินค้า หากเรานำมาเป็นอาหารเสริมสุขภาพซึ่งต้นทุนอาจจะอยู่ที่ขวดละ 15-20 บาท คนจะมองว่าทำไมราคาถูก หรือมักจะคิดว่าเป็นของไม่ดี ทั้งที่เป็นของดีมีคุณค่า ฉะนั้นคิดว่าในทางการค้า คนยังนิยมเรื่องแบรนอยู่ ส่วนเทคนิคทางการค้า ก็จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีราคาสูง แต่คนกลับให้ความนิยม

“ผลิตภัณฑ์ ทั้ง 2 ชนิด เป็นเพียงตัวอย่าง ยังไม่มีการจำหน่ายในทางการค้า แต่อยากจะคนไทยได้รู้ว่าเปปไทด์ที่ได้ข้าวหอมมะลินั้น สามารถเสริมลงไปในผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น น้ำนมถั่วเหลือง น้ำข้าวกล้อง และในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มต่างๆ ประมาณ 200-600 มิลลิกรัมต่อวัน เหมาะสำหรับคนที่เป็นความดัน ซึ่งอาจจะมีเฉพาะกลุ่ม แต่การต้านอนุมูลอิสระนั้นจะใช้ได้กับทุกคน” ผศ.ศุภวรรณ กล่าว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: