พัฒนา..เยื่อฟางข้าว เคลือบผลไม้ยั้งแอนแทคฯ

Published กุมภาพันธ์ 17, 2010 by SoClaimon

3 สิงหาคม 2552, 05:00 น.
พัฒนา..เยื่อฟางข้าว เคลือบผลไม้ยั้งแอนแทคฯ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

bkqkpjhbmggyxc7vwtbosdekowbqmaixag7qgjsmquhdthvfm1de1

จากปัญหาการจัดการฟางข้าว จึงเป็นที่มาของงานวิจัยที่ เพิ่มมูลค่าจากการใช้ประ-โยชน์ฟางข้าว  ฟิล์มจากเยื่อฟางข้าวสำหรับเคลือบผิวผลไม้..

ข้าว…เป็นสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย จากข้อมูลของ กรมส่งเสริมการส่งออก ในปี 2551 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-18 ก.ย.51 ได้ส่งข้าวออกไปแล้ว 8.08 ล้านตัน มูลค่า 4,908 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 158,857 ล้านบาท เป็น อันดับหนึ่งของโลก

****************อ.สุพัฒน์ คำไทย

โดยมี ฟางข้าว… จัดเป็นเศษเหลือทิ้งภาคการ เกษตร สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำรวจข้อมูลพบว่าในแต่ละปีมีปริมาณฟางข้าวประมาณ 6.3 ล้าน ตัน แม้ว่าการจัดการกับฟางข้าวเหลือทิ้งมีหลายวิธี เช่น นำไปเลี้ยงสัตว์ ใช้ คลุมหน้าดินเพื่อป้องกันการสูญเสียความชื้น หรือใช้ในการเพาะเห็ด

แต่เกษตรกรในพื้นที่นาปรังส่วนใหญ่มัก ใช้วิธี การเผาฟางข้าว  ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและเกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้นจากปัญหาการจัดการฟางข้าว จึงเป็นที่มาของงานวิจัยที่ เพิ่มมูลค่าจากการใช้ประ-โยชน์ฟางข้าว โดย อาจารย์สุพัฒน์ คำไทย ภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวหน้าโครงการวิจัย “การผลิตฟิล์มคาร์บอกซีเมธิลเซลลูโลสจากเยื่อฟางข้าวแบบโซดาแอนทราควิโนน” หรือ ฟิล์มจากเยื่อฟางข้าวสำหรับเคลือบผิวผลไม้

*****************เยื่อฟางข้าว

อาจารย์สุพัฒน์ กล่าวถึงผลงานวิจัยว่า ได้นำฟางข้าวสายพันธุ์ กข 6 ที่หาง่ายในท้องถิ่น มาวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมีของวัตถุดิบ ผลแสดงให้ เห็นว่า มี ปริมาณของเซลลูโลสเพียงพอที่จะนำฟางข้าวมาผลิตเยื่อฟางข้าวแบบโซดา และ แบบโซดาแอนทราควิโนน จากการนำ สารแอนทราควิ-โนน จากรากต้นยอมาใช้ใน กระบวนการต้มเยื่อ ซึ่งคล้ายกับการ ต้มกระดาษสา ทั่วไป โดยฟิล์มจาก เยื่อฟางข้าวที่ได้จะมีลักษณะขาวใส มีความสามารถในการละลายน้ำกว่า 50-85% เมื่อเคลือบที่ผิวผลไม้แล้ว หากจะรับประทานเพียงแค่ล้างน้ำธรรมดา เท่านั้น และ ไม่มีสารพิษตกค้างถึงผู้บริโภค ด้วย

********ฟิล์มจากฟางข้าว (Rice Straw Film)

หลังจากวิเคราะห์ พัฒนาจนได้ฟิล์มเคลือบผิวผลไม้จากเยื่อฟางข้าวแล้ว ได้ทดลองนำไปใช้ เคลือบผิวมะม่วงน้ำดอกไม้ โดยได้ปรับปรุงคุณสมบัติของฟิล์ม ด้วยการ เติมสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Colletotrichum gloeosporioides ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิด โรคแอนแทคโนส หรือ เกิดจุดสีดำที่ผิวของมะม่วง ผลการทดลองประสิทธิภาพของฟิล์ม สามารถยับยั้งเชื้อแอนแทคโนสได้ ทำให้ไม่มีจุดดำบนผิวมะม่วง แสดงให้เห็นว่า ฟิล์มสามารถยับยั้งเชื้อที่ก่อให้เกิดจุดสีดำได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังได้ทดลองเคลือบฟิล์มฟางข้าวบนผิวมะม่วงที่มีเชื้ออยู่แล้ว พบว่า ไม่มีการขยายตัว บ่งชี้ว่า เชื้อได้ถูกทำลายไปจากการเคลือบฟิล์มฟางข้าว ที่เติมสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อที่ก่อให้เกิดจุดดำ และมะม่วงที่เคลือบด้วยฟิล์มฟางข้าวแทบสังเกตไม่ออกเลยว่ามีการเคลือบผิว เนื่องจากไม่มีความมันวาว และไม่ส่งผลที่จะเปลี่ยนแปลงกลิ่น สี และรสชาติของมะม่วง ยังคงความหอมหวานตามธรรมชาติ จากการทดลองเปรียบเทียบมะม่วงที่ผ่านการเคลือบฟิล์มฟางข้าวยับยั้งเชื้อจุดดำ เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส จึงพบว่าสามารถ ยืดอายุการเก็บรักษามะม่วงได้นานถึง 24 วัน

นอกจากมะม่วงน้ำดอกไม้แล้ว ยังนำไป ใช้กับผลไม้อื่นได้ อีกด้วย โดยอาศัยเทคนิคการปรับปรุงฟิล์มที่ตอบสนองต่อเชื้อของโรคในผลไม้แต่ละชนิด รวมถึง ผักอีกหลายชนิด ซึ่งผลงานวิจัยจาก มหา-วิทยาลัยเชียงใหม่ชิ้นนี้ จึงน่าจะเป็นการช่วยเหลือกลุ่มผู้ส่งออกผลไม้ของไทยได้ในอนาคต.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: