ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

วิจัยพัฒนาป่าชายเลน ใช้เชื้อราชักนำการเติบโต กรกฎาคม 18, 2011

18 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

วิจัยพัฒนาป่าชายเลน ใช้เชื้อราชักนำการเติบโต.

Pic_187053

การทดลองในป่าชายเลนบริเวณศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 ตำบลโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร.

“ป่าชายเลน”…ณ วันนี้ ถูกบุกรุกทำลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น…นาเกลือ นากุ้ง การประมง ฯลฯ ซึ่งทำให้ปริมาณพื้นที่ลดน้อยลง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในวงกว้าง…ปัจจุบันมีผู้ตื่นตัวกับปัญหานี้มากขึ้น ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และชาวชุมชน ได้ช่วยกันพื้นฟูด้วยการนำพันธุ์ไม้ชายเลน อย่าง ต้นโกงกาง ต้นแสม ต้นตาตุ่ม มาปลูกทดแทน

ด้วยจิตสำนึก…ที่ต้องการให้กลับมาเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์อีกครั้ง นอกจากจะนำเอาพันธุ์ไม้ป่าชายเลนลงไปปลูกแล้ว ยังต้องดูแลและหาวิธีการที่จะทำให้ต้นไม้ป่าชายเลนเจริญเติบโตได้ดี และช่วยในการฟื้นฟูเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการวิจัยและพัฒนาจาก นายสมพล มีพ่วง นักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นำเอาเชื้อราปฏิปักษ์ Trichoderma ssp. มาใช้ในการชักนำการเจริญเติบโตพันธุ์ไม้เหล่านี้

ผศ.ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรน์ผศ.ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรน์

โดยมี ผศ.ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นการนำเอาเชื้อรา Trichoderma ssp. มาผสมกับดินเลนทั้งในแบบสูตรน้ำและสูตรที่ใส่เชื้อราที่ต้นโดยตรง แล้วนำมาวิเคราะห์ว่า “เชื้อรา” มีความสามารถในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นโกงกางใบเล็ก และต้นแสมทะเล ได้ดีกว่าต้นที่ไม่ใส่เชื้อหรือไม่

หลังจากได้ลงพื้นที่ปลูกป่าชายเลนบริเวณ ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 ตำบลโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร และทดสอบการ ใช้เชื้อราปฏิปักษ์ Trichoderma ชนิดสด ในการเพาะกล้าไม้โกงกางและแสมทะเล กับสูตรหัวเชื้อ 3 สูตรด้วยกันคือ สูตรหัวเชื้อปฏิปักษ์ T.viride สูตรหัวเชื้อปฏิปักษ์ T.hazianum และสูตรหัวเชื้อปฏิปักษ์ T.hamatum จากการทดลองพบว่า ไม่ว่าจะ เป็นกล้าไม้โกงกางใบเล็ก กล้าไม้โกงกางใบใหญ่ กล้าไม้แสมทะเล ต่างก็เจริญเติบโตได้ดีที่สุดกับสูตรหัวเชื้อปฏิปักษ์ T.viride แล้ว อัตราเฉลี่ยความสูงของโกงกางใบเล็กเท่ากับ 54.60 เซนติเมตร โกงกางใบใหญ่เท่ากับ 79.65 เซนติเมตร และไม้แสมเท่ากับ 55.57 เซนติเมตร

นายสมพล เผยด้วยว่า สูตรที่ทดลองแบ่งเป็น 2 สูตร คือ สูตรหัวเชื้อราปฏิปักษ์จากเมล็ดข้าวฟ่าง ซึ่งวิธีการทำง่ายๆ ดังนี้ คือ ต้มน้ำพอเดือด ใส่เมล็ดข้าวฟ่างที่ แช่น้ำนาน 12 ชั่วโมง จากนั้นต้มจนเปลือกข้าวฟ่างเริ่มแตก กรองเมล็ดข้าวฟ่างให้สะเด็ดน้ำ ทิ้งไว้สักครู่ แล้วบรรจุลงขวดดูแรน นำเมล็ดข้าวฟ่างไปนึ่ง ฆ่าเชื้อที่ 121 องศาเซลเซียส นานประมาณ 15 นาที วางทิ้งไว้ให้เย็น จึงลงมือสุ่มเชื้อราปฏิปักษ์ที่เลี้ยงบนอาหาร PDA อายุ 7 วัน จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ T.hazianum, T.viride และ T.Hamatum วางบนผิวหน้าเมล็ดข้าวฟ่าง บ่มที่อุณหภูมิห้องในที่มืด นาน 7 วัน สำหรับใช้ในการต่อเชื้อราปฏิปักษ์จากวัสดุเหลือใช้ขี้เลื่อยต่อไป

ส่วนสูตร หัวเชื้อราปฏิปักษ์จากวัสดุเหลือใช้ขี้เลื่อย มีขั้นตอนดังนี้ให้นำ ขี้เลื่อย (50 กรัม) ปูนขาว (1.25 กรัม) ดีเกลือ (0.5 กรัม) คลุกเคล้าให้เข้ากับ น้ำปริมาตร 80 มิลลิกรัม บรรจุถุงพลาสติก พร้อมใส่คอขวดและอุดจุกปิดด้วยกระดาษ รัดด้วยหนังยางให้แน่น จากนั้นนำไปฆ่าเชื้อที่ 121 องศาเซลเซียส นาน 20 นาที วางทิ้งไว้ให้เย็นนำ หัวเชื้อราปฏิปักษ์จากเมล็ดข้าวฟ่าง ใส่ลงไปในก้อนหัวเชื้อจำนวน 10-20 เมล็ดต่อถุง ในสภาพที่ปราศจากการปนเปื้อนเชื้อ ปิดฝาถุงแล้วนำไปวางเรียงบนโต๊ะหรือชั้นวางที่เช็ดแอลกอฮอล์ 70%บ่มที่อุณหภูมิห้องทุกๆ 3 วัน ทำการเขย่าก้อนขี้เลื่อยเพื่อคลุกเคล้าเชื้อราปฏิปักษ์ที่อยู่ด้านบนให้ผสมกับขี้เลื่อยในถุงอย่างทั่วถึง จากนั้นบ่ม หัวเชื้อราปฏิปักษ์นาน 14 วัน ก่อนจะนำไปใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของต้นกล้า หากมีข้อสงสัยหรือต้องการนำหัวเชื้อราไปใช้ในการฟื้นฟูพัฒนาป่าชายเลนในพื้นที่ใกล้เคียงบ้านของท่าน ก็สามารถกริ๊งกร๊างไปได้ที่ ผศ.ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรน์ 08-9767-8569 ในวันเวลาราชการ.

ไชยรัตน์  ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 18 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.
 

ไก่แจ้..ลายดอกหมาก สุดยอดแห่งความนิยม กรกฎาคม 16, 2011

12 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

ไก่แจ้..ลายดอกหมาก สุดยอดแห่งความนิยม.

Pic_185540

วันอาทิตย์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา…ชมรมไก่แจ้มรดกไทย ร่วมกับ สมาชิกไก่แจ้มรดกไทยภาคใต้ จัดการประกวดไก่แจ้สายพันธุ์ไทยๆ ใช้ชื่อว่า… “งานสืบสานไก่แจ้มรดกไทย” ณ บริเวณ ตลาดธนบุรี (สนามหลวง 2 ส่วนขยาย) หรือชื่อใหม่ว่า…ตลาดรัฐประชามาร์เก็ต…

โดยงานนี้…ไก่แจ้ของใครเป็นผู้ชนะยังได้รับถ้วย รางวัลจาก…พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ (มือปราบหูดำ) ผบก.น.1 กับถ้วยของ ดร.สวัสดิ์ ธรรมบุตร ประธานสมาพันธ์สมาคมชมรมไก่แจ้แห่งประเทศไทย…ซึ่งรายได้ ส่วนหนึ่งจากการจัดงานมอบเป็นทุนอาหารกลางวันเด็กด้อยโอกาส… “บ้านครูน้อย”

ในการประกวดไก่แจ้ครั้งนี้…เกณฑ์การตัดสินใช้ตามมาตรฐานของกรมปศุสัตว์…ถือว่ายิ่งใหญ่พอสมควร เพราะมี ไก่แจ้สายพันธุ์ไทยๆ หลากหลายชนิดนำเข้ามาประกวด โดยแบ่ง เป็น 13 ประเภท และมีทั้ง เพศผู้ และ เพศเมีย…เข้าร่วมโชว์ตัวอีกด้วย ซึ่งบรรยากาศภายในดูครึกครื้นและเป็นกันเองในกลุ่มของผู้เลี้ยงไก่แจ้สายพันธุ์ไทย…

ไก่แจ้สายพันธุ์ลายดอกหมาก…ดูโดดเด่นและเป็นที่สนใจ มีคนให้ ความนิยมเป็นอย่างมาก โดยไก่แจ้สายพันธุ์นี้ เพศผู้….มีลักษณะ ใบหน้า หงอน เหนียง และติ่งหู สีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทรายหรือพื้นกำมะหยี่ ดวงตาสีส้มปนแดง หรือสีเหลืองส้ม จะงอยปากสีขาว หรือเหลือง หรือ ดำอมเหลือง ขนบริเวณหัวมีสร้อยคอระย้าเป็นสีขาวไม่มีสีดำปน ขนหลังและหัวปีกทั้ง 2 ข้าง สีดำเหลือบเขียวปีกแมลงทับ

…ที่โดดเด่นและชัดเจน…ตรงสาบปีกที่เป็นรูปสามเหลี่ยมเป็นสีขาวนวล ขนอกใต้ท้องเป็นสีดำ ขนหางทั้งหมดตั้งแต่เครื่องคลุม หางพัด หางชัย เป็นสีดำเหลือบเขียวปีกแมลงทับบัวหงาย (ขนอุย) สีดำ ส่วนแข้ง นิ้ว และเล็บ เป็น สีขาวนวล หรือสีเหลือง หรือสีเหลืองอมเขียว…

ส่วน เพศเมีย มีลักษณะของขน ตั้งแต่หัวถึงสร้อยคอจะเข้มเป็นสีเทาอมน้ำตาล ใต้คอ หน้าอกถึงใต้ท้องเป็น สีครีมนวลส่วนสีตัวถึงเครื่องคลุมจะเป็นสีน้ำตาดำ ใบหางพัดทั้งหมดเป็นสีดำน้ำตาล แข้ง นิ้ว เล็บเป็นสีขาวนวล หรือสีเหลือง หรือเหลืองอมเขียว

สำหรับตัวเมีย สีลายนกกระจอก สีขนทั้งตัวจะเป็น สีน้ำตาลอมเหลือง ใบขนตั้งแต่ใต้คางจะเป็นสีน้ำตาลแดงเข้ม หน้าอกถึงใต้ท้องเป็นสีน้ำตาลแดง สร้อยคอเป็นสีน้ำตาลอมเหลืองขลิบขอบด้วยสีน้ำตาลอมดำ ส่วนสีตั้งแต่หัวปีกจนถึงโคนหาง ใบขนแต่ละใบคล้ายๆ เกล็ดปลา คือ ใบขนหางคลุม เป็นสีน้ำตาล ก้านขนและขอบขนเป็นสีครีม ซึ่งเป็น จุดเด่นประจำตัว ปีก 2 ข้าง เป็นสีน้ำตาลมี ลายเหลืองอมเขียว สีเขียว และ สีเขียวอมเทา

…เท่าที่บรรยายสีสันของไก่แจ้สายพันธุ์ลายดอกหมาก ถือว่าเป็น มาตรฐานของกรมปศุสัตว์ แต่หากใครต้องการสัมผัสการเลี้ยงขอแนะนำให้ไปที่…กลุ่มเพาะเลี้ยงไก่แจ้พันธุ์สีดอกหมากและผลิตภัณฑ์การเพาะเลี้ยงไก่แจ้พันธุ์สีดอกหมาก ตั้งอยู่ที่ 32 หมู่ 10 บ้านมาบตอง ต.หนองละลอก อ.บ้าน– ค่าย จ.ระยอง

ที่นี่เขามีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 20 ตัวต่อปี ไก่แจ้อายุ 2 เดือน สนนราคา 300 บาทต่อคู่ อายุ 4-5 เดือน ราคา 800-1,000 บาทต่อคู่ ส่วนพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ราคาคู่ละ 1,500-2,000 บาท ใครไปไม่ถูกกริ๊งกร๊างหา นางพยอม บุบผาชาติ  0-3889-2162…ในเวลาที่เหมาะสม.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 12 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.
 

วิจัย..พลาสติกชีวภาพ แปรรูปมันสำปะหลังเพื่อสิ่งแวดล้อม กรกฎาคม 11, 2011

4 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

วิจัย..พลาสติกชีวภาพ แปรรูปมันสำปะหลังเพื่อสิ่งแวดล้อม.

Pic_179758

เม็ดพลาสติกชีวภาพ.

พลาสติก…เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้นจาก ปิโตรเคมี บางชนิด เมื่อ อากาศเย็นก็เกิดอาการแข็งตัว หากถูกความร้อนจะอ่อนตัวลง แต่บางชนิด กลับแข็งตัวอย่างถาวรและ ไม่สามารถย่อยสลายได้

แม้ว่า…พลาสติก จะมีประโยชน์หลายด้าน  ปัจจุบันจะเห็นได้ชัดว่ามีผลต่อสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลก เนื่องจากกระบวนการผลิตพลาสติกเกิด เผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล กลายเป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ มีเทน ซึ่งก๊าซเหล่านี้มีคุณสมบัติ ดูดซับคลื่นรังสีความร้อน กักเก็บบางส่วนไว้ในโลก ไม่ให้สะท้อนกลับสู่ชั้นบรรยากาศ เรียกสภาวะนี้ว่า ปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse effect) อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ วาฬบรูด้า เกยตื้นตายริมหาดในอ่าวไทย เมื่อผ่าท้องออกมาก็พบ ถุงพลาสติกที่ไม่ย่อยสลายอัดแน่นอยู่เต็มท้อง นั่นแหละคือ…สาเหตุของการเสียชีวิต…

นักวิจัย จากหลายหน่วยงานทั้ง ภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมมือกันพัฒนานำวัตถุดิบจากธรรมชาติ มาใช้ ทดแทนพลาสติก…โดย นายพิสุทธิ์ เลิศวิไล รองกรรมการผู้จัดการบริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยบูรพา และอีกหลายหน่วยงาน ด้วยการ จัดตั้งแผนกค้นคว้าวิจัยเม็ดพลาสติกชีวภาพที่มีคุณสมบัติย่อยสลายได้ 100% ปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นสรรหาวัตถุดิบที่ผลิตได้ในประเทศ ดังเช่น “แป้งมันสำปะหลัง” มาผลิตเป็นสารตั้งต้น

นายพิสุทธิ์ บอกด้วยว่า วิธีการผลิต ด้วยกระบวน การทางไบโอเทคโนโลยีและกระบวนการสังเคราะห์เม็ดพลาสติกทางเคมี โดยทำการเปลี่ยน โครงสร้างโมเลกุลให้มีคุณสมบัติที่เทียบเท่ากับเม็ดพลาสติกทั่วไปได้ ในกระบวนการผลิต ยังใช้พลังงานและทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าพลาสติกธรรมดา ถึงร้อยละ 20 ทั้งนี้ ยังเป็นวัสดุที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนห่วงโซ่ มูลค่าของการผลิตได้จาก วัตถุดิบการเกษตร ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สามารถปลูกขึ้นใหม่ทดแทนได้ เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพด หรือ อ้อย และยังสามารถย่อยสลายทางชีวภาพ (biodegradable) ได้อย่างสมบูรณ์จากจุลินทรีย์ในธรรมชาติ ใช้เป็นอาหารและย่อยสลาย กลายเป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และ มวลชีวภาพภายใน 180 วัน โดยการนำมาทดลองเข้าสู่ กระบวนการหมักในโรงหมักขยะอินทรีย์ ในการดำเนินการเป็น ระบบการจัดการขยะของเทศบาลหลายแห่ง…

พิสุทธิ์ เลิศวิไลพิสุทธิ์ เลิศวิไล

…เม็ดพลาสติกชีวภาพ และ ถุงพลาสติกที่วิจัยสำเร็จนี้ ได้ขอการรับรองมาตรฐานจากสถาบันที่ให้การรับรองระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับ ได้แก่ DIN  CERT-CO ประเทศเยอรมนี VIN-COTTE ประเทศเบลเยียม FSWA ประเทศฟินแลนด์ และ BPI สหรัฐอเมริกา ซึ่งการรับรองมาตรฐานนี้ เพื่อใช้ ตราสัญลักษณ์นำไปแสดงมาตรฐานได้ทั่วโลก ซึ่งจะเป็น รายแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองในการผลิตพลาสติกย่อยสลายได้ 100%…

สำหรับประเทศไทยในขณะนี้  สำนักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กำลังยกร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์พลาสติกสลายตัวได้ทางชีวภาพ โดยอ้างอิงตามมาตรฐานสากลของ ISO 17088:2008 (Specification for Compostable Plastics) ซึ่งได้กำหนดนิยามของพลาสติกสลายตัวได้ทางชีวภาพไว้อย่างชัดเจนว่า เป็น “พลาสติกที่เมื่อผ่านกระบวนการหมักทางชีวภาพแล้วจะได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ สาร ประกอบอนินทรีย์ มวลชีวภาพ และต้องไม่ทิ้งสิ่งที่มองเห็นด้วยตาเปล่า สิ่งแปลกปลอม หรือสารพิษหลงเหลือไว้”

ในการค้นคว้าวิจัยพลาสติกชีวภาพ (Biopolymer) เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดในระดับอุตสาหกรรม สร้างความแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางการใช้สินค้าจากพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และพร้อมที่จะร่วมมือกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศไทย โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-3849-1725 ต่อ 222, 109 E-mail : pisuth.lertvilai@multibax.com , surachai@multibax.com ,Website: www.multibax.com
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 4 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.
 

พุดดิ้งข้าวมอลต์..ซอสลูกพลับ ขนมรสชาติใหม่ท้าทายผู้บริโภค กรกฎาคม 3, 2011

1 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.
พุดดิ้งข้าวมอลต์..ซอสลูกพลับ ขนมรสชาติใหม่ท้าทายผู้บริโภค – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_182875

พุดดิ้งข้าวมอลต์กับซอสลูกพลับ.

“พุดดิ้งข้าว มอลต์กับซอสลูกพลับ” หรือ Rice Pudding and Persimmon sauce เป็นเมนูใหม่ ล่าสุดที่เกิดจากไอเดียของ “น้องนี” นางสาวภัทราพิมพ์ แซ่อึ้ง นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาอุตสาหกรรมงานอาหาร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ที่สามารถ การันตีความอร่อยด้วยรางวัลชนะเลิศ โครงการอาหารเพื่อสุขภาพจากผลิตภัณฑ์งานวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประเภท อาหารหวานและขนมหวาน

น.ส.ภัทราพิมพ์ เล่าว่า “พุดดิ้งข้าวมอลต์กับ ซอสลูกพลับ” เกิดแนวคิดมาจากขนมไทยคือ สังขยา แล้วนำมาดัดแปลงเพื่อรับประทานคู่กับ ซอสลูกพลับ โดยตัว ของพุดดิ้งได้นำข้าวมอลต์ ตามโครงการวิจัยของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาใช้เป็นส่วนผสมหลัก สาเหตุที่เลือกข้าวมอลต์ เนื่องจากในข้าวมอลต์มี วิตามินบี 1 และ วิตามินบี 2 สูงกว่า เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับข้าวทั่วๆไป

ภัทราพิมพ์ แซ่อึ้งภัทราพิมพ์ แซ่อึ้ง

สำหรับ ส่วนผสมของพุดดิ้ง ที่ต้อง เตรียมไว้ก่อนลงมือทำประกอบด้วย ข้าวมอลต์หุงสุก 40 กรัม ไข่ไก่ 10 กรัม (ชั่งน้ำหนัก) น้ำตาลปี๊บ 40 กรัม กะทิ 10 กรัม ขนุนหั่นสี่เหลี่ยม 20 กรัม และ ใบเตย 10 กรัม ขั้นตอนการทำเริ่มจาก ตีไข่กับน้ำตาลปี๊บจนขึ้นฟู ใส่ใบเตยขยำลงไปด้วยกัน ใส่กะทิตีให้เข้ากัน แล้วจึงใส่ข้าว, ขนุน และ ส่วนผสมข้อในข้างต้นทั้งหมดลงไปในภาชนะ ก่อนจะนำไปนึ่งประมาณ 15 นาที…

น้อง นี บอกอีกว่า ส่วนผสมของ ซอสลูกพลับ ประกอบด้วย ลูกพลับ 100 กรัม น้ำแอปเปิ้ล 90 กรัม ข้าว มอสต์สุก 40 กรัม ผงนัว (เบเกอรี่) 5 กรัม น้ำตาลทราย 20 กรัม และ น้ำมะนาว 12 กรัม วิธีการทำซอสลูกพลับนั้น เริ่มจากใส่น้ำแอปเปิ้ล, ลูกพลับ, ข้าวมอลต์สุก ลงเครื่องปั่นให้ละเอียด จาก นั้นเคี่ยวน้ำกับกระทะเทฟลอนใส่น้ำตาลทราย น้ำมะนาว และ ผงนัว (เบเกอรี่) คนให้ เข้ากัน ในลูกพลับมีประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยลดความดัน แก้ไข้และเจ็บคอ ปวดท้องประจำเดือน จากสูตรและอัตราที่กำหนดปริมาณไว้ข้างต้นนั้น สามารถเสิร์ฟได้ 4 ที่

วัตถุดิบวัตถุดิบ

ด้วยความเป็นสากลของชื่อ พุดดิ้ง… แต่รสชาติแบบไทยๆ สามารถนำผลผลิตที่คิดค้น โดย สาว มทร.ธัญบุรี มา เป็นส่วนผสมเพิ่มคุณค่าให้กับ อาหารทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ใส่ใจในสุขภาพ ในการปรับประยุกต์ใช้ ส่วนผสมต่างๆเข้าด้วยกัน เกิดเป็นเมนูใหม่ สร้างสรรค์อาหารไทยให้ต่างชาติได้รู้จัก รสชาติคงความเป็นไทย

น.ส.ภัท ราพิมพ์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ให้เป็นที่รู้กันด้วยว่า…“รสชาติของอาหารจะอร่อยขึ้นอยู่ กับ ผู้ปรุง ดังนั้น ควรใส่ใจลง ไปในอาหารแต่ละจานด้วย” และประสบการณ์ใน การแข่งขันตามเวทีก็สามารถ พัฒนาฝีมือได้ โดยนำผลงาน เข้าร่วมการแข่งขันตามเวทีต่างๆ เช่น แข่งขันการทำงาน THAILAND CHEFS COMPETITION 2010 แข่งขัน ประเภททีม ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ในการแข่งขันการทำอาหารจากบัวของจังหวัดปทุมธานี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

ขั้นตอนการทำขั้นตอนการทำ

พุดดิ้งข้าวมอลต์กับซอสลูกพลับ อาหารหวานที่มีกลิ่นอายของความเป็นไทย จากไอเดียของ “น้องนี” …สามารถนำไปสร้างอาชีพในยุคข้าวยากหมากแพงนี้… ซึ่งอาจจะทำแล้วรวยก็ได้…สนใจข้อมูลเพิ่มเติมกริ๊งกร๊างหาน้องนี 08-9524-0059 เวลากลางวันสะดวกที่สุด.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 1 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

tags:
พุดดิ้งข้าวมอลต์ ซอสลูกพลับ พุดดิ้ง ทำได้ไม่จน ไชยรัตน์ ส้มฉุน

 

ไดฟูกุ..ขนมญี่ปุ่นปรับสไตล์ เป็นโมจิสมุนไพร..อร่อยอย่างไทยๆ

17 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
ไดฟูกุ..ขนมญี่ปุ่นปรับสไตล์ เป็นโมจิสมุนไพร..อร่อยอย่างไทยๆ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_179498

ขนมหวาน ของประเทศญี่ปุ่น…มักเรียกชื่อเดียวกันว่า “วากาชิ” มีมานานตั้งแต่ สมัยนะระ  หรือ ประมาณ 1,300 ปี มาแล้ว แต่มาเฟื่องฟูสุดๆ ใน ช่วงเอโดะ (ปี ค.ศ.1603-1867) โดยเฉพาะ เมืองเกียวโต และ โตเกียว ซึ่งแต่ละร้านแข่งกันทำขนมชนิดใหม่ๆ เช่น ยูคิโมจิ หรือ โมจิ และ ไดฟูกุ ออกมาเป็นต้นตำรับ…ขนมหวานประจำชาติ…!!

จุติภัค ยังโนนตาดจุติภัค ยังโนนตาด

ชาวญี่ปุ่นก็ไม่ได้กิน…ชากาชิ…กันบ่อยๆ เพราะเขานิยมรับประทานผลไม้กันมากกว่า ส่วน วากาชิ…จะเปิบเป็นของว่างและในโอกาสพิเศษ หรือมีพิธีการต่างๆ เช่น พิธีแต่งงาน หรือ พิธีชงชา ในการสร้างสรรค์ขนมวากาชินั้น  พ่อครัวหรือแม่ครัวมักจะมีแรงบันดาลใจมาจาก ธรรมชาติ ต้นไม้ ดอกไม้ หรือการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล  เช่น  ฤดูใบไม้ ร่วง จะทำ ขนมคิคุโกะโระโมะรูปดอกเบญจมาศ ส่วนฤดู หนาวก็ทำ ยูคิโมจิ หรือโมจิ และ ไดฟูกุ เป็นต้น

โมจิ  หรือ ไดฟูกุ เป็น ขนมอีกชนิดหนึ่งที่ทำจากข้าวเหนียว แล้วตัดเป็นก้อนๆ สามารถนำไปประยุกต์เป็นขนมอื่นๆได้อีกหลายชนิด โดยมีการนำมาผสมกับสมุนไพร หรือผลไม้ น.ส.จุติภัค ยัง- โนนตาด อยู่ที่ 88/15 ถนนเลียบทางด่วน  แขวงและเขตทุ่งครุ  กรุงเทพฯ เป็นผู้ที่คิดค้นสูตรขนมญี่ปุ่นให้มาเป็นสไตล์ไทยๆ บอกว่า ชื่นชอบที่จะทำ  ขนมญี่ปุ่นให้ออกมาในรูปแบบถูกปากคนไทย จึงทดลองไปเรียนรู้พยายาม  คิดค้นสูตรขนมไดฟูกุ  กระทั่งทุกอย่างลงตัว โดยมีส่วนผสมเตรียมไว้ กำหนดให้มี  แป้ง 40% และ  ไส้ 60%  ส่วนผสมหลักจาก แป้งข้าวเหนียว, แป้งมัน, เนยขาว และ  ส่วนผสมของไส้  ประกอบด้วย  งาดำ 50%, น้ำตาล 30%, ถั่ว 20%) ผงชาเขียว 5%, ถั่ว 50% น้ำตาล 30% และ น้ำมันพืช 15%

…ไส้สตรอเบอร์รี่ หรือ ราส-เบอร์รี่ ให้ล้างผ่านน้ำเย็น สะเด็ดน้ำ แล้วใช้กระดาษซับน้ำออกให้แห้ง ตัดขั้วออกให้เรียบร้อย เมื่อเย็นก็นำมาหุ้มผลไม้ไว้ ให้รอบ ส่วนไส้ถั่วแดงกวน ให้นำ ถั่วแดงไปบดให้ละเอียด ใส่ น้ำตาลทรายลงไป ผสม ก่อนจะนำหม้อตั้งไฟกลาง กวนจนแห้งข้นก็ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น แล้วปั้นเป็นลูกกลมๆ สำหรับทำไส้  หรือจะนำมาหุ้มผลไม้  เสร็จแล้วก็โรยแป้งที่คั่วแล้วหนาๆบนโต๊ะ…

ขั้นตอนการทำและส่วนผสมขั้นตอนการทำและส่วนผสม

จากนั้นก็มาทำตัวแป้งกัน ผสมแป้งข้าวเหนียว น้ำเปล่า และ น้ำตาลทราย รวมกันในภาชนะ คนพอแป้งละลายหมดไม่เหลือเป็นเม็ดแล้ว หากอยากให้มีสีสันก็ใส่สีต่างๆตามใจชอบ, สีม่วงจากดอกอัญชัน, สีส้มจากแครอท และสีเหลืองจากขมิ้น ฯลฯ ก่อนนำพลาสติกแร็บคลุมชามแป้ง แล้วนำเข้า ไมโครเวฟไฟสูงสุดประมาณ 1 นาที แล้วนำออกมาใช้ไม้พายแตะๆ หากยังเหลวอยู่ก็นำเข้าเวฟต่ออีกไม่เกิน 1 นาที  หรือจนแป้งมีลักษณะแห้งๆ ปุดๆ พองๆ ตรงกลาง ถือว่าใช้ได้… นำไปใส่ไส้ผสมกันเท่านี้ก็เปิบได้แล้ว

ขนมโมจิ และไดฟูกุขนมโมจิ และไดฟูกุ

สำหรับการใส่ไส้ที่หลากหลายให้ลิ้มลองรสชาติ เช่น เผือก งาดำ ใบเตย พุทราจีน ถั่วแดง ถั่วเหลือง ชาเขียว และ กาแฟ ผลิตภัณฑ์ตัวล่าสุด คือ ไดฟูกุ ไส้สตรอเบอร์รี่ ใครสนใจอยากลองทานขนมโมจิและไดฟูกุ หรือ สนใจที่จะนำสูตรไปทำเพื่อเปิบ เองบ้าง หรือ ขายเลี้ยงชีพ  เขาก็ไม่หวงวิชา  จะสอนให้ฟรี สามารถ กริ๊งกร๊างหา จุติภัค 08-7455-3351,  08-1557-2421 ได้ทุกวันในเวลาที่เหมาะสม.
ไชยรัตน์  ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 17 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

tags:
ทำได้ไม่จน ไชยรัตน์ ส้มฉุน ไดฟูกุ ขนมญี่ปุ่น โมจิสมุนไพร วากาชิ

 

เชื่อมเยาวชนกับจักรกลเกษตร ขยายแปลงปลูกข้าวแก้นาหล่ม มิถุนายน 30, 2011

29 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

เชื่อมเยาวชนกับจักรกลเกษตร ขยายแปลงปลูกข้าวแก้นาหล่ม.

Pic_182388

ฝึกเยาวชนไถนา

นาเป็นหล่ม…ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง สาเหตุเนื่องจาก มีการทำนาตลอดทั้งปี โดยไม่หยุดพักหน้าดิน อีกทั้งรอบการทำนาที่ไม่ตรงกัน ทำให้ดินในแปลงนามีความชื้นอยู่ตลอด เมื่อนำเครื่องจักรกลลงปฏิบัติงาน ดินที่มีความชื้นและอ่อนตัวไม่สามารถรับน้ำหนักของเครื่องจักร ทำให้เกิดการติดหล่ม…

…ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ทั้งด้านต้นทุนค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงเครื่องจักร หากนำขึ้นจากหล่มไม่ถูกวิธี ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูงถึง  20,000–60,000 บาท (กรณีแทรกเตอร์) เสียเวลาในการทำงาน และเสียเงินจ้างเครื่องจักรอื่นมาช่วยดึงขึ้นเป็น  จำนวนเงินถึง 300–1,000 บาท ต่อครั้งการทำงาน…

โอภาศ ธันวรชรโอภาศ ธันวรชร

นายโอภาศ  ธันวารชร  กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปเรชั่น จำกัด บอกว่า แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหานาหล่มให้กับเกษตรกร…ต้องพัฒนาทั้งคนและเครื่องจักร ได้สนับสนุนทุนและเครื่องจักรจำนวนหนึ่งให้กับ ศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรแห่งชาติ  มหาวิทยาลัยเกษตร-ศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อใช้ใน การศึกษา หาวิธีแก้ไขปัญหานาหล่มอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรลดลง และช่วยให้เกษตรกรมีรายได้จากการประกอบอาชีพมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้จัด…โครงการส่งเสริมการขยายแปลงนา…เพราะเห็นว่าพื้นที่แปลงนาในภาคอีสานยังใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากมีพื้นที่ขนาดเล็กเพียง 1-2 งานต่อแปลง จึงเป็นอุปสรรคทำให้เครื่องจักรกลทำงานได้ช้าลง เมื่อเปรียบเทียบการไถพรวนในแปลงนาขนาดเล็ก 1 งาน กับแปลงนาขนาดใหญ่ 1 ไร่ พบว่าแปลงนาขนาดเล็กใช้เวลาไถพรวน 15 นาที ต้องกลับหัวงานบ่อยครั้ง ในการส่งเสริมการขยายแปลงนาแบบรักษาหน้าดินและไม่ทำให้หน้าดินสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ด้วยการลดพื้นที่คันนา ทำให้มีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น  10-15%  สามารถ ใช้งานเครื่องจักรกลได้เต็มประสิทธิภาพและรวดเร็ว ประหยัดค่าบำรุงรักษาและน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย

มาซาโทชิ คิมาตะมาซาโทชิ คิมาตะ

ด้าน นายมาซาโทชิ คิมาตะ กก.ผจก.ใหญ่ สยามคูโบต้าฯ บอกว่า ในด้านกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ สยามคูโบต้าฯได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2529 โดยมุ่งเน้นสนับสนุนการศึกษาในด้านการเกษตรให้กับเยาวชน นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาและเกษตรกร ด้วยการสร้างสรรค์กิจกรรมให้มี ความรู้เกี่ยวกับการทำการเกษตร จาก ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างครบวงจร…โดย เฉพาะ  “โครงการค่ายยุวเกษตรกรสยามคูโบต้า”  เป็นการให้ความสำคัญกับเยาวชนในภาคการเกษตร ซึ่งจะกลายเป็นกำลังหลักในการพัฒนาภาคการเกษตรในอนาคต ซึ่งเริ่มจัดค่ายขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 โดยการคัดเลือกเยาวชนจากกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มลูกหลานเกษตรกร  นักศึกษาวิทยาลัยเกษตร  เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจัดอบรมให้ความรู้ด้านการใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตร  พร้อมแนะนำเทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ สาธิตการใช้งานเครื่องจักรกล  เปิดโอกาสให้ฝึกปฏิบัติ และแก้ปัญหาจากการทำงานจริง นำ ผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำ พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จในการทำการเกษตรและการสร้างเครือข่าย เพื่อความเข้มแข็งของยุวเกษตรกร ด้วยการร่วมคิดร่วมทำ…

สภาพนาหล่มสภาพนาหล่ม

และในปี พ.ศ.2553 เป็นต้นไป สยามคูโบต้าฯได้ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังนิสิตและนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่กำลังศึกษาในคณะที่เกี่ยวข้องกับด้านวิชาเกษตร อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  เป็นต้น

ปัจจุบันมี  เยาวชนกว่า 3,000 คน  ผ่านการเข้าค่ายยุวเกษตรกรสยามคูโบต้า ซึ่งจะได้รับความรู้ และทักษะการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรที่จำเป็นทุกขั้นตอนของการทำการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนา เริ่มตั้งแต่การเตรียมแปลง การปลูก ดูแลรักษา กระทั่งเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น สร้างรายได้อย่างยั่งยืน..!!

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไช​ย​รัตน์ ส้ม​ฉุน
  • 29 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
 

ทิเบตัน มาสทิฟฟ์..หมาสีแดง ราคาแพงระยับอันดับหนึ่งของโลก

28 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

ทิเบตัน มาสทิฟฟ์..หมาสีแดง ราคาแพงระยับอันดับหนึ่งของโลก.

Pic_182125

ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ หมาสีแดงตัวนี้ราคา 45 ล้านบาท.

“สุนัข”…ประวัติศาสตร์โลกระบุว่าเป็น…เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ หากถูกตาต้องใจ…สนนราคาแพงเท่าไหร่ก็ต้องหาซื้อมาอยู่ในความครอบครองเพื่อเป็นเจ้าของจนได้…แม้ว่าหมาตัวนี้จะมี ราคาสูงถึง 45 ล้านบาท

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้…เศรษฐีเหมืองถ่านหิน…รายหนึ่งทางภาคเหนือของประเทศจีนได้ซื้อ สุนัขที่ชื่อว่า…Big Splash หรือชื่อภาษาจีนว่า ฮง ตง (Hong Dong) ในราคา…สิบล้านหยวน หรือ ประ- มาณ 45,900,000 บาท..!!!
…Big Splash เป็นสุนัข สายพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์…ขนสีแดง (Red Tibetan Mastiff) อายุเพียง 11 เดือน แต่ น้ำหนักปาเข้าไป 82 กิโล-กรัมแล้ว แถมมันยังกินจุอีกต่างหาก ในแต่ละวันมัน กินทั้งไก่ ทั้งเนื้อ เจ้าของยังปรนเปรอ ด้วยอาหารชั้นเลิศ ต่างๆ เช่น หอยเป๋าฮื้อ และตบท้ายในแต่ละ มื้อด้วย เหล้าชั้นดี…

หลายชีวิต…จึงขอนำเสนอภูมิประวัติของ…ทิเบตัน มาสทิฟฟ์…มันเป็นสุนัขสายพันธุ์โบราณ มีถิ่นอาศัยอยู่ทิเบต หรือ บริเวณเอเชียกลางไปถึงประ-เทศอินเดีย มีชื่อเรียกเฉพาะในภาษาท้องถิ่นว่า Do-khyi ซึ่งแปลว่า สุนัขที่ต้องถูกผูกไว้ (tied dog) เพื่อความปลอดภัยของบุคคลภายนอก เนื่องจาก อุปนิสัยที่หวงถิ่นฐานและดุร้ายมาก

รูปร่างลักษณะมีขนาดและน้ำหนักใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกไว้ สูงกว่า 80 เซนติเมตร หนักมากกว่า 110 กิโลกรัม ขนาดความสูงตัวมาตรฐาน 61-72 เซนติเมตร ขนสองชั้นและยาว เพื่อป้องกันความหนาวเย็น พวกมันเป็น 1 ในสายพันธุ์สุนัขที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก มาร์โคโปโล (Marco Polo)

เคยบันทึกการพบเห็นสุนัขพันธุ์นี้ไว้ว่า “พวกมันสูงเท่าลา และมีเสียงดังดุจสิงโต” เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ สุนัขดุร้ายที่สุดในโลก…ในสมัยอดีตบุคคลประวัติศาสตร์ที่เคยครอบครองสุนัขพันธุ์นี้เป็นเจ้าของ ได้แก่ สมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร และยังเป็นสุนัขคู่กายของ เจง กีส ข่าน ขุนศึกแห่งมองโกเลีย ตลอดเวลาที่ออกศึกสงครามเพื่อไล่ล่าศัตรู…

ชาวทิเบต…ในเวลาที่นำจามรีและแกะไปเลี้ยงในทุ่งกว้าง จะพา…ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ไปด้วยทุกครั้ง มักกล่าวชื่นชมพวกมันว่า…กล้าหาญ และ แข็งแกร่ง มีรูปร่างและ พลังมหาศาลจนสามารถต่อสู้กับหมี หรือ เสือ ที่บุกเข้ามากินฝูงสัตว์ที่มันดูแลได้ทีเดียว

ปัจจุบัน  ประเทศจีนห้ามส่งออกทิเบตัน มาสทิฟฟ์ และประกาศให้เป็น สัตว์สงวนของชาติ ส่วนที่ ประเทศอังกฤษ มีสุนัขพันธุ์นี้อยู่ ประมาณ 300 ตัว โดยที่ลูกสุนัขแต่ละตัวขายราคาประมาณ 850-1,000 ปอนด์ หรือ ประมาณ 41,000-48,000 บาท

เศรษฐีชาวจีน มักนิยมหามาไว้ในครอบครอง…เนื่องจากมันเป็นสุนัขที่แสดงถึงความร่ำรวย ส่วนลูกสุนัขขายในราคาราว 5 หมื่นบาท…สำหรับ ประเทศไทย ปัจจุบันมีคนเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ไม่ถึง 20 ราย สนน ราคาขายกันที่ 1 แสนบาท หรือ สูงถึง 1 ล้านบาท…

ลักษณะของสีอื่นๆ.ลักษณะของสีอื่นๆ.

ผู้เพาะพันธุ์เจ้า Big Splash บอกว่า มันเป็นตัวอย่างของสุนัขสายพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์อย่างดี และค่าตัวมหาศาลของมันในวัย 11 เดือน

ตัวนี้จริงๆแล้วก็ถือว่าเหมาะสมแบบสุดๆ เพราะกว่าจะเลี้ยงมันมาจนขายในราคา 10 ล้านหยวนได้ขนาดนี้ ก็ต้องควักจ่ายเงินเดือนลูกน้องหรืออาหารไปหลายอยู่

หากเจ้าของสุนัขตัวเมียอยากให้  Big Splash ไปผสมพันธุ์ เจ้าของปัจจุบันของ Big Splash คิดเงินกับ เจ้าของสุนัขตัวเมีย ได้เลยเต็มที่ถึงครั้งละประมาณ 10,000 ปอนด์ หรือ ประมาณ 486,000 บาท…เท่านั้นเอง.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไช​ย​รัตน์ ส้ม​ฉุน
  • 28 มิถุนายน 2554, 05:00 น.