วิจัยเพิ่มคุณภาพ..สารชีวภาพ ลดต้นทุน..ผลิตอาหารปลอดภัย
20 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
วิจัยเพิ่มคุณภาพ..สารชีวภาพ ลดต้นทุน..ผลิตอาหารปลอดภัย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

การทดลองในห้องแล็บ.
ปัจจุบัน…เกษตรกรยังประสบปัญหา ราคาพืชผลตกต่ำ แต่ต้นทุนการผลิตทั้ง…ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยอินทรีย์ เคมี ปุ๋ยผสม มีราคาเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งยังถูกหลอกให้ ซื้อปุ๋ยปลอม หรือปุ๋ยไม่ได้มาตรฐาน และ มีอินทรียวัตถุต่ำ กว่าที่…กรมวิชาการเกษตร กำหนด…รวมทั้ง ปัญหาสารเคมีและยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์

ภาครัฐ…ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อเร่งหาทางแก้ไข ลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยเคมี ลดปริมาณการใช้ ยาฆ่าแมลงที่มาจากสารเคมี และหาสารอินทรีย์ที่ให้ประโยชน์มาทดแทน…โดยมี อาจารย์ศรัณย์กร พงษ์รัตน์ภัชกุล นักวิชาการด้านการเกษตรและอาหาร ได้รับมอบหมายให้ช่วยดูแลเรื่องเกี่ยวกับ การตรวจสอบปุ๋ยที่มีมาตรฐานต่ำกว่า ที่กำหนดของ กรมวิชาการเกษตร และ ช่วยกวดขันปุ๋ยปลอมปน รวมทั้ง งานทดลองวิจัยเพื่อหามาตร-ฐานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพในราคาที่ถูกลง…. รวมทั้งยังหาสาร กำจัดศัตรูพืชป้องกันโรคและแมลง มาทดแทนสารเคมี…

อ.ศรัณย์กร บอกว่า ทาง กรมวิชาการเกษตรได้ผลิตสารชีวภาพ และ ปุ๋ย ได้แก่ ไรโซเบียม และ ไมคอร์ไรซา แต่ยังไม่สามารถเพิ่มคุณภาพให้สามารถยืดอายุใช้งาน หรือเก็บไว้ใช้ได้อย่างง่ายขึ้น จึงนำมาเข้าห้องแล็บ เพื่อลงมือทดลองใน เชิงวิจัยศึกษา เพิ่มเติมอย่างละเอียด โดยเริ่มจาก…ไมคอร์ไรซา ซึ่งอยู่ในกลุ่มจุลินทรีย์ที่ช่วยทำให้ธาตุอาหารพืชในดิน ละลายออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น มีประโยชน์ต่อการช่วยป้องกันการ ติดเชื้อโรคทางระบบรากของกล้าไม้และต้นไม้ ช่วยทำให้ระบบรากของต้นไม้มี ความแข็งแรง มีอายุยืนยาวนาน ทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงแห้งแล้ง เช่น ร้อนจัด หนาวจัด สารพิษในดิน ความเป็นกรดหรือด่างที่มากหรือน้อยเกินไป
อ.ศรัณย์กร พงษ์รัตน์ภัชกุล
อ.ศรัณย์กร บอกอีกว่า อีกตัวหนึ่งคือ ไรโซเบียม เป็น บักเตรีชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดิน มี ความสามารถพิเศษในการเข้าสร้างปมที่รากพืชตระกูลถั่ว ได้ ตัวไรโซเบียมมีขนาดเล็กมากมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มีรูปร่างเป็นแท่งยาว เมื่อเจริญเติบโตในอาหารเลี้ยงเชื้อ แต่รูปจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างเมื่ออาศัยอยู่ในปมถั่ว โดยวิธีการผลิตเชื้อไรโซเบียม ให้คลุกเชื้อกับเมล็ด ให้นำเมล็ดถั่วที่ต้องการปลูกใส่ลงในภาชนะ ใส่สารที่ช่วยให้เชื้อติดเมล็ด เช่น น้ำมันพืช น้ำตาลทราย และน้ำ ลงไปบนเมล็ด อัตราที่กำหนดใน ถั่วเหลือง 10 กก. หรือถั่วลิสง 15 กก. หรือ ถั่วเขียว 5 กก. เชื้อ ไรโซเบียม 200 กรัม หรือ 300 ลบ.ซม. เท่ากันหมด แล้วกวนเบาๆให้เมล็ดเปียกทั่วกัน ใส่เชื้อไรโซเบียมลงไป คนเบาๆ จนกระทั่งเมล็ดมีผงเชื้อติดอย่างสม่ำเสมอ เท่านี้สามารถนำไปเพิ่มผลผลิตถั่วหรือพืชอีกหลายชนิด…
จากนั้นนำไปให้เกษตรกรหลายรายทดลองใช้แล้วปรากฏว่าได้ผลดี โดยแปลงมันสำปะหลังของ นายแต้ม นามเจริญ ที่อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ที่ผ่านมาเจอสภาวะแห้งแล้ง และเพลี้ยแป้งระบาดอย่างหนัก หลังจากการใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ สภาพแปลงมันสำปะหลังเปลี่ยนแปลงภายใน 15 วัน และถึงเวลาเก็บเกี่ยว ได้ผลผลิต กว่า 8 ตันต่อไร่ อีกทั้งยังพบว่า… ปัญหาเรื่อง เพลี้ยแป้ง เพลี้ยกระโดด หนอนม้วนใบ หน้า ยางตายนึ่ง หอยเชอร์รี่ ลดลงไปมาก…
ในแปลงปลูกของเกษตรกร.
อีกแปลงทดลองหนึ่งเป็นของ พันเอกเสรี ภู่กฤษณา ข้าราชการบำนาญมาทำนา 30 ไร่ อยู่ที่ ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง บอกว่า เมื่อเริ่มหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพตามคำแนะนำของ อ.ศรัณย์กร ผลปรากฏว่า ปลูกข้าวเฉลี่ย 10 ไร่ ได้ผลผลิต 11 เกวียน ใช้ระยะเวลาปลูกเพียง 3 เดือนเศษ เสียต้นทุนทั้งสิ้นประมาณเท่ากับไร่ละพันกว่าบาทเท่านั้น
เกษตรกรหรือผู้สนใจแต่ยังไม่เข้าใจวิธีการใช้ เทคนิคการเพิ่มผลผลิต อาหารปลอดภัย หรือต้องการผลิตภัณฑ์ กริ้๊งกร๊างหา อ.ศรัณย์กร 08-4652-7888, 08-7548-9458 และ 08-1641-5042 เช้าถึงเวลาค่ำสะดวกที่สุด.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 20 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
วาฬบรูด้า..ในอ่าวไทย ทช.ต้ังชื่อ..ส้มตำกับข้าวเหนียว
14 มิถุนายน 2554, 05:05 น.
วาฬบรูด้า..ในอ่าวไทย ทช.ต้ังชื่อ..ส้มตำกับข้าวเหนียว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

วาฬบรูด้าในอ่าวไทย.
เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 54 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้สำรวจพบ…วาฬบรูด้าบริเวณอ่าวไทยตอนบน จากนั้นจึงรายงานให้ ดร.เกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ออกไปสำรวจ ก่อนจะเผยว่า ทช. ได้จำแนกประชากร…วาฬ บรูด้าโดยใช้ภาพถ่าย หรือรอยแผลในส่วนอื่นๆ เช่น ตามลำตัว ปาก มาประกอบการพิสูจน์อัตลักษณ์ของวาฬบรูด้าแต่ละตัว สามารถจำแนก…วาฬบรูด้าที่มีตำหนิแตกต่างกันได้ทั้งหมดจำนวน 15 ตัว
“…ในจำนวนนี้เป็น แม่พร้อมลูกวัยอ่อนที่มีขนาดความยาวเพียง 4–6 เมตร จำนวน 3 คู่ ทั้งนี้ ได้ตั้งชื่อ ลูกวาฬน้อยที่มีครีบหลังแหว่งเว้า ว่า “เจ้าส้มตำ” พร้อมกับแม่ของมันชื่อ “ข้าวเหนียว” แล้วดำเนินการศึกษาติดตามการเจริญเติบโตและการเคลื่อนย้ายถิ่นของมันต่อไป สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ และยังเป็นบริเวณที่วาฬหลายชนิดเข้ามาผสมพันธุ์ ออกลูกและเลี้ยงดูลูกอ่อน ปัจจุบัน ทช.มีข้อมูลการแพร่กระจายและพฤติกรรม วาฬบรูด้าที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้…” อธิบดี ทช.กล่าว
วาฬบรูด้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Balaenoptera brydei เป็นวาฬขนาดใหญ่ เลี้ยงลูกด้วยนม พบกระจายพันธุ์ในท้องทะเลอบอุ่นทั่วโลก ในประเทศไทยพบอยู่ในอ่าวไทย บริเวณชายทะเลเกือบทุกจังหวัด ลักษณะลำตัวมีสีเทาดำ รูปร่างค่อนข้างเพรียว ส่วนหัวมีแนวสันนูน 3 สัน ครีบเล็กและปลายแหลม มีร่องใต้คาง (Throat pleat) 40-70 ร่อง เมื่อโต เต็มที่ลำตัวจะยาว 14–15.5 เมตร หนัก 20–25 ตัน กินอาหารโดยการกรอง มีซี่กรองคล้ายหวีสีเทา จำนวน 250–370 ซี่ อาหารส่วนใหญ่เป็นแพลงก์ตอน, เคย, ลูกปลา และหมึก
ดร.เกษมสันต์ จิณณวาโส
สำหรับชื่อ “วาฬบรูด้า”…เป็นการเรียกเพื่อให้เกียรติแก่ กงสุลชาวนอร์เวย์ ในประเทศแอฟริ-กาใต้ ที่ชื่อ โยฮัน บรูดา (Johan Bryde) ซึ่งเป็นผู้ค้นพบและ มันยังเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ จึงได้รับการคุ้มครองเป็น สัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 ห้ามค้าขายวาฬบรูด้าระหว่างประเทศ…
วาฬบรูด้า หรือ วาฬชนิดอื่นๆ คนทั่วโลกไม่เรียกว่า “..ปลา..” เนื่องจากเป็น สัตว์เลือดอุ่น เลี้ยงลูกด้วยนม ต่างจากปลา…ที่เป็นสัตว์เลือดเย็น และก็ออกลูกเป็นไข่ ส่วนคนไทยมักจะเรียกกันติดปากว่า…ปลาวาฬ..!!
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 14 มิถุนายน 2554, 05:05 น.
สร้างเครื่องสีข้าวชุมชนขนาดเล็ก ใช้เทคโนโลยีใหม่แยกข้าวทุกข้ันตอน
6 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
สร้างเครื่องสีข้าวชุมชนขนาดเล็ก ใช้เทคโนโลยีใหม่แยกข้าวทุกข้ันตอน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ขั้นตอนการสีข้าว.
ข้าว…เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ในแต่ละปีมีพื้นที่การเพาะปลูกข้าวประมาณ 57 ล้านไร่เป็นข้าวนาปี และ 9 ล้านไร่ เป็นข้าวนาปรัง ซึ่งทำให้มีผลผลิตข้าวเปลือกรวมเฉลี่ย 19 ล้านตันต่อปี จากผลผลิตทั้งหมดนี้จะถูกแปรรูปเพื่อการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศประมาณร้อยละ 60-65 ใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศ และอีกร้อยละ 35-40 เป็นผลผลิตเพื่อการส่งออก
ปัจจุบันมีการแปรรูปข้าวให้ได้คุณภาพตามความต้องการของผู้บริโภค ทั้งข้าวที่มีคุณภาพดีมีราคาสูง มุ่งจำหน่ายให้กับผู้มีรายได้สูง และข้าวที่มีคุณภาพต่ำมีราคาถูก มุ่งจำหน่ายให้กับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งตัวแปรหลักที่สำคัญสำหรับการแปรรูปข้าวเปลือกให้ได้ตามความต้องการของตลาด คือ…การเลือกใช้เครื่องจักรสีข้าวที่เหมาะสม…
รศ.ดร.ศักดา อินทรวิชัย กับเครื่องสีข้าวชุมชนขนาดเล็ก.
รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดา อินทรวิชัย อาจารย์ภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการดำเนินการศึกษาค้นคว้าวิจัย และทีม คณะนักวิจัยจากภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร ทั้งวิทยาเขตบางเขนและวิทยาเขตกำแพงแสน ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ร่วม พัฒนา…เครื่องสีข้าวขนาดเล็กสำหรับชุมชน เพื่อเป็นการลดต้นทุนการแปรรูปข้าวเปลือก และการเพิ่มมูลค่าผลผลิต ซึ่งการพัฒนาออกแบบและผลิตเครื่องสีข้าวที่สอดคล้องตอบสนองต่อตลาดการบริโภคข้าวจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง และเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ปลูกข้าวได้ผลิตข้าวอย่างครบวงจร เป็นการยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น
แนวคิดในการออกแบบพัฒนาเครื่องสีข้าวกล้องขนาดเล็กแบบเคลื่อนย้ายได้ จะเน้นใช้วัสดุภายในประเทศมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และสามารถเคลื่อน พร้อมทำงานได้ทันที ประสิทธิภาพของเครื่องจะสีข้าวเปลือกได้ ประมาณ 100 กิโลกรัมต่อชั่วโมง และสามารถปรับค่าระดับการสี ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือและ ข้าวสาร จึงได้กำหนด ต้นกำลังขนาดไม่เกิน 3 กำลังม้า 220 โวลต์ 15 แอมแปร์ รวมทั้งมีอุปกรณ์ทำความสะอาดข้าวเปลือกพร้อมชุดลำเลียงข้าวเปลือกสู่ชุดกะเทาะข้าวเปลือก มีช่องทางออกของ ข้าวกล้อง ข้าวสาร (ข้าวรวม) ปลายข้าว รำ แกลบ แยกจากกันอย่างอิสระ และมี น้ำหนักเครื่องรวม 350 กิโลกรัม กว้าง 0.8 เมตร ยาว 1.2 เมตร และสูง 1.98 เมตร
รศ.ดร.ศักดา อินทรวิชัย ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เกี่ยวกับพื้นฐานการสีข้าว ว่าเป็นกระบวนการแปรสภาพข้าวเปลือกให้เป็นข้าวสาร จะประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 4 ขั้นตอน ลำดับแรกเริ่มการทำความสะอาด เป็นขั้นตอนทำงานเพื่อกำจัดสิ่งเจือปน เช่น กรวด หิน ดิน ทราย เมล็ด วัชพืช และสิ่งสกปรกอื่นๆ ออกจากข้าวเปลือก ขั้นตอนที่สองเข้าสู่การกะเทาะ เพื่อทำให้เปลือกข้าวที่ห่อหุ้มเมล็ดหลุดออกจากเมล็ด โดยจะได้แกลบและข้าวกล้อง จากขั้นตอนนี้ ไปสู่การขัดขาว เป็นขั้นตอนที่สาม…เพื่อทำให้ผิวชั้นนอกของเมล็ดข้าวกล้องหลุดออกจากเมล็ดข้าวกล้อง ผิวนอกที่หลุดออกมานี้คือสิ่งที่เรียกว่า รำ และเมล็ดข้าวที่ได้จะมีสีขาว เรียกว่า ข้าวขาวหรือข้าวสาร และเป็นข้าวรวมที่มีทั้งเมล็ดข้าวหักและข้าวเต็มเมล็ด

ในขั้นตอนที่สี่เป็นการคัดแยก เป็นลำดับขั้นตอนเพื่อแยกข้าวรวมออกเป็น ข้าวเต็มเมล็ด ต้นข้าว และข้าวหัก ขนาดต่างออกจากกัน โดยทั่วไปกระบวนการสีข้าวดังกล่าวนี้ จะได้แกลบประมาณ 20-24% ของข้าวเปลือก รำ ที่รวมถึงส่วนผสมของ เยื่อหุ้มผล เยื่อหุ้มเมล็ด เยื่ออลูโรนและคัพภะ ประมาณ 8-10% ของข้าว เปลือก และได้ข้าวสารรวมประมาณ 60-65% ของข้าวเปลือก และข้าวรวมนี้ไปคัดแยกเป็นข้าวเต็มเมล็ดต้นข้าวและข้าวหัก ซึ่งจะได้แต่ละส่วนมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับคุณภาพของการสีคุณภาพข้าวเปลือก และสมรรถนะเครื่องจักรสีข้าว
ทั้งนี้ ข้าวเปลือกที่จะนำมาสี ต้องมีคุณสมบัติเหมาะแก่การสี มีการตรวจคุณภาพ ข้าวเปลือกที่มีคุณภาพดีเหมาะแก่การสีจะต้องมีลักษณะดังนี้…มีความชื้น 14% หากสูงกว่านี้จะทำให้ข้าวแตกหักเสียหายได้ง่าย มีเมล็ดแตก เมล็ดลีบ เมล็ดเสีย ปนอยู่น้อย มีเมล็ดวัชพืชปนอยู่น้อย หรือไม่มีเลย ต้องไม่มีเศษหิน ดินทราย หรือเศษหญ้า เศษฟางปน และ ควรเป็นพันธุ์เดียวกันหรือมีลักษณะกายภาพที่คล้ายกัน
สรุปได้ว่าการสีข้าวมีกระบวนการเป็นขั้นๆ ติดต่อกัน โดยแต่ละขั้นล้วนใช้เครื่องจักรกลที่มีหน้าที่ต่างๆ ทำงานสัมพันธ์กัน นับตั้งแต่การทำความสะอาด การกะเทาะเปลือก การแยกแกลบ การแยกข้าว การขัด และการคัดขนาดเมล็ดข้าวสาร ซึ่งจะมีระบบลำเลียงเชื่อมโยงระหว่างเครื่องจักร แต่สำหรับเครื่องที่ผลิตขึ้นนี้…ทุกขั้นตอนจะอยู่ในเครื่องเดียวเท่านั้น และนั่นก็คือ…ความแตกต่างของโรงสีกับเครื่องสีข้าวชุมชนขนาดเล็ก…!!
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 6 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
ผลไม้กวน..บ้านหนองละลอก สูตรถนอมอาหาร..อร่อยด้วยกะทิ
1 เมษายน 2554, 05:00 น.
ผลไม้กวน..บ้านหนองละลอก สูตรถนอมอาหาร..อร่อยด้วยกะทิ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ป้าละออ สุวรรณสว่าง.
ผลไม้แปรรูป…เป็นวิธีการถนอมอาหาร เพราะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้สดที่ไม่อาจเก็บไว้ได้นาน นอกจากเก็บไว้บริโภคเองแล้ว ยังเป็นแนวทางสร้างรายได้ ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง…
โดยเฉพาะในคาบเวลาอันใกล้นี้ ผลไม้ทางภาคตะวันออกจะให้ผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างมากมาย โดยเฉพาะปีนี้ คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตผลไม้ 4 ชนิด คือ ทุเรียน มังคุด ลองกอง และ เงาะ มากกว่า 7 แสนตัน จึงต้องนำมาแปรรูปเป็นสินค้า ซึ่งการผลิตออกมาเพื่อโกยเงินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
กลุ่มแม่บ้านหนองละลอก.
แต่สำหรับ นางละออ สุวรรณสว่าง หรือ ป้าละออ ประธานกลุ่มผลไม้แปรรูปบ้านหนองละลอก ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ซึ่งบุกเบิกทำอาชีพนี้มายาวนานกว่า 20 ปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จสร้างชื่อเสียงให้ บ้านหนองละลอก มาโดยตลอด และไม่มีทีท่าว่าจะมีกลุ่มไหนใน จ.ระยอง สามารถเทียบชั้นในการทำผลไม้กวนได้เป็นหลักเป็นฐานเท่ากลุ่มนี้ได้เลย…
ป้าละออ บอกว่า…เริ่มต้นจากการนำ สับปะรดมากวน เพราะบ้านค่ายเป็นแหล่งปลูกสับปะรดที่ใหญ่ที่สุดของระยอง ทำให้มีวัตถุดิบมาก เมื่อถึงฤดูกาลผลผลิตสู่ตลาดจำนวนมาก ปรากฏว่าสับปะรดลูกเล็กที่สุกเกินไปถูกคัดทิ้ง ขายไม่ได้ ทางกลุ่มจึงมีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรสามารถเพิ่มมูลค่าได้ และจึงกลายเป็นที่มาของ สับปะรดกวนกะทิ…!!

ในอดีตป้าละออนั้น…เป็นแม่บ้าน ชอบค้าขาย และเป็นคนใฝ่เรียนรู้ เรียนทำอาหารประเภทของหวาน มาจาก กรมการศึกษานอกโรงเรียน ลองผิดลองถูกมาตลอด และมาลงเอยที่ผลไม้กวนจนทุกวันนี้ สำหรับ สูตรที่โดดเด่นมากกว่าผลไม้กวนธรรมดา โดยมี ส่วนผสมที่เป็นกะทิ ด้วย
“…เริ่มแรกสังเกตเห็นคนชอบ ทุเรียนกวนที่มีรสชาติหวานมันในตัว พอทำสับปะรดกวนก็ คิดถึงข้อนี้ ลำพังสับปะรดกวนมีรส หวานอมเปรี้ยว แต่ต้องการให้ความมันเข้าไป ด้วยจึงทดลองทำ โดยจดส่วน ผสมและน้ำหนักทุกครั้งที่ทำอยู่หลายครั้ง เมื่อลองชิมไม่น่าอร่อย สับปะรดเปรี้ยว กะทิมันจะเข้าได้อย่างไร ซึ่งพวกเราก็ไม่ยอมแพ้ สุดท้ายก็กลายเป็นผล สำเร็จ…” ป้าละออเล่าและบอกถึงขั้นตอนการทำว่า…
ขั้นตอนการทำ.
…ขั้นแรก ให้ล้างสับปะรดทั้งเปลือกก่อนปอก หลังปอกล้างอีกครั้ง แล้วผ่าซีก เป็น 2 ซีก พร้อมแกนสับปะรด แล้วสไลด์ก่อนใส่ กระทะกวน โดยปริมาณ สับ-ปะรด 50 กิโลกรัม ใช้ เวลา กวน 1 ชั่วโมง โดยใช้อัตรา ส่วนผสม ดังนี้ สับปะรด 10 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 1.5 กิโลกรัม เกลือ 1 ช้อนแกง และ แบะแซ 2 กิโลกรัม ช่วยให้เหนียวจับตัวเป็นก้อน…
เมื่อกวนจนได้ที่เป็นสับปะรดกวนแล้ว ให้ใช้ส่วนประกอบเพิ่มเติม โดย นำกะทิ 5 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม และ เกลือแกง 1 ช้อนโต๊ะ กวนเข้ากันจนเหนียวได้ที่จึงยกขึ้นผึ่งลม เท่านี้เป็นอันเสร็จขั้นตอนทั้งหมด
ประธานกลุ่มผลไม้แปรรูปบ้านหนองละลอก …บอกเพิ่มเติมอีกว่า…จากการที่เริ่มต้นด้วยสับปะรดกวน หรือนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าให้เพิ่มขึ้น ณ เวลานี้ยอดการผลิตและจำหน่ายกล้วยกวนกะทิแซงหน้าสับปะรดกวนกะทิไปแล้ว แต่ไม่ใช่กล้วยกวนอร่อยกว่าสับปะรดกวน หากต้นทุน การผลิตสับปะรดกวนสูงกว่า เนื่องจากผลสับปะรดมีน้ำมาก เวลากวนจึงได้เนื้อน้อยแตกต่างกับกล้วย สมัยก่อนในระยองมีคนทำผลไม้กวนเยอะ แต่อยู่ไม่ได้ เหลือแต่ของป้าเจ้าเดียวมีตลาดรองรับขายหมดทุกวัน ทางกลุ่มฯ ใช้วัตถุดิบถึงวันละ 200 กิโลกรัม
…ผลิตภัณฑ์ผลไม้กวนของป้าละออ กวนทุกอย่างที่มีในระยอง เช่น ทุเรียน มังคุด สับปะรด ขนุน มะละกอ แก้วมังกร และยังพัฒนามาเป็น ทอฟฟี่หลาก หลายชนิด บางอย่างเกิดจากการเป็นนักประยุกต์ต่อยอด เช่น ทอฟฟี่สับปะรดรสบ๊วย ที่ได้ไอเดียบ๊วยที่เพชรบูรณ์ ขายดี จึง ประยุกต์ผสมสับปะรดกวน เช่นเดียวกับ มะขาม แก้วที่กาญจนบุรีขายดีมาก ก็เอามาทำ สับปะรดแก้ว ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดี
ป้าละออและเพื่อนๆ ยังร่วมกันจัดตั้ง กลุ่มสาวน้อย 45 ซึ่งตัวเลขไม่ใช่ระบุถึงวัยหรืออายุ แต่เป็นปี พ.ศ.2545 ที่ จัดตั้งกลุ่มจิตอาสาช่วยเหลืองานในชุมชน วัด และ โรงเรียน โดยยังมี กลุ่มออมทรัพย์ในหมู่สมาชิกอีก 24 คน เป็นสวัสดิการในกลุ่ม และช่วยเหลือชุมชนรอบๆ

…สนใจ ผลิตภัณฑ์ผลไม้กวนป้าละออ กริ๊งกร๊าง 0-3864-1046 หรือสามารถซื้อหาได้ที่…ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้า…มายอง โอท็อป ตั้งอยู่หลักกิโลเมตร ที่ 29 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 (ชลบุรี-ระยอง) ซึ่ง ป้าละออจะเริ่มขายตั้งแต่เดือนเมษายนนี้…
“ไชยรัตน์ ส้มฉุน”
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 1 เมษายน 2554, 05:00 น.
อาคิตะ..หมาแดนอาทิตย์อุทัย ตำนานยิ่งใหญ่แห่งความซื่อสัตย์
31 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
อาคิตะ..หมาแดนอาทิตย์อุทัย ตำนานยิ่งใหญ่แห่งความซื่อสัตย์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

เขี้ยวเงิน…เป็นหนังสือการ์ตูนเกี่ยวกับหมาหลายสายพันธุ์มารวมตัวกันเพื่อโค่นหมียักษ์ โดยตัวเอกของเรื่องมีชื่อว่า “…กิง…” มีขนสีเงิน เป็นสุนัข สายพันธุ์อาคิตะ (Akita) ซึ่งมีเรื่องจริงที่กลายเป็นตำนานยิ่งใหญ่แห่งความซื่อสัตย์และความจงรักภักดีของมันที่มีต่อเจ้าของ จนคนทั่วโลกขนานนามว่า … “The Loyal Friend from the Land of the Rising Sun”
โดย…เจ้าฮาจิโกะ (Hachiko) สุนัขสายพันธุ์อาคิตะ (Akita) เกิดเมื่อ วันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ.1923 ที่จังหวัดอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น…เจ้าของมันคือ เอซะบุโระ อุเอะโนะ ศาสตราจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ทุกวันที่
ศาสตราจารย์อุเอะโนะ ไปสอนหนังสือต้องขึ้นรถไฟที่สถานีชิบูยะ เลิกงานเวลา 15.00 น. …ฮาจิโกะ ก็จะมารอเจ้านายของมันที่สถานีรถไฟเสมอ…ใน วันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ.1925 ศาสตราจารย์อุเอะโนะ เกิดเส้นโลหิตในสมองแตกเสียชีวิตขณะอยู่ที่มหาวิทยาลัยและไม่ได้กลับบ้าน แต่ฮาจิโกะยังมารอเจ้านายของมันที่สถานีรถไฟทุกวัน กระทั่งใน เดือนมีนาคม ค.ศ.1935 มีคนพบว่า ฮาจิโกะนอนแข็งตาย ยังจุดที่มันนั่งคอย มานานกว่า 10 ปี ซึ่งร่างของมันถูกนำไปเก็บไว้ที่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กรุงโตเกียว

สำหรับประวัติของสุนัข สายพันธุ์อาคิตะ…มีถิ่นกำเนิดในเมืองฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น บรรพบุรุษของอาคิตะ คือ อาคิตะมาตากิ เป็นหมาล่าเนื้อบนภูเขา เมื่อมีการจัดการต่อสู้ของสุนัขขึ้นที่จังหวัด อาคิตะ ในปี ค.ศ.1630 จึงจับมาตากิผสมกับสุนัขพันธุ์อื่นๆและกลายเป็น ต้นสายพันธุ์อาคิตะ ได้เริ่มเพาะพันธุ์อย่างจริงจัง ในปี ค.ศ.1928 หลังจากนั้นตั้งให้เป็นสุนัขพันธุ์แรกของญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่า “สัตว์สงวน”
มาตรฐานของสายพันธุ์อาคิตะ…หัวมีขนาดใหญ่สัมพันธ์กับขนาดของลำตัว เป็นรูปสามเหลี่ยม มียอดอยู่ที่ปลายจมูก กะโหลก ระหว่างหูค่อนข้างกว้าง ลำคอค่อนข้างสั้น เมื่อเทียบกับขนาดของลำตัว เส้นหลังตรงขนานกับพื้น ผิวหนังตึง อกกว้างและลึก หางมีขนาดใหญ่และม้วนซึ่งเป็นลักษณะที่โดดเด่น โดยหางอยู่ในระดับสูง ขนมีสองชั้น ขนชั้นในหนานุ่ม ขนชั้นนอกแข็ง สีจัดเห็นได้ชัดและเป็นสีอะไรก็ได้ (ขาว+แดง+ดำ+น้ำตาล)
หูมีขนาดเล็ก ตั้งตรงเป็นรูปสามเหลี่ยม โคนหูกว้าง ปลายมน ลักษณะสำคัญ คือ หูยกตั้งตรงกับแนวแผงคอหลัง และไม่มีรอยยับตรงช่วงหู ดวงตาเล็กลึก สีน้ำตาลเข้ม ขอบตาตึงสีดำ ปากกว้าง ขอบปากดำ กระบอกปากใหญ่ จมูกกว้างสีดำ ส่วนสุนัขสีขาวอาจมีจมูกสีน้ำตาลได้ จุดหักของจมูกต้องชัดเจนแต่ต้องไม่หักมาก น้ำหนักเพศผู้ 34-54 กก. เพศเมีย 34-50 กก. ข้อเท้าแข็งแรง นิ้วเท้าชิด มีกระดูกใหญ่และตั้งตรง ข้อเท้าเอียงประมาณ 15 องศา มองจากด้านหน้าขาหน้าตั้งฉากกับพื้นห่างกันพอประมาณ ขาหลังมีกระดูกใหญ่ ข้อเท้าหลังทำมุมพอเหมาะ
อาคิตะ…เป็นสุนัขที่ ฉลาด อดทน เรียนรู้เร็ว แข็งแกร่ง กล้าหาญ ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ แต่ขี้เบื่อง่าย เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่ชอบความเป็นส่วนตัว จึงไม่เหมาะกับ ครอบครัวที่เลี้ยงสุนัขหลายๆ ตัว ส่วนการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก สิ่งสำคัญ คือ…การได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ…!!
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 31 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
ใช้”วนวัฒนวิทยา” ปลูกยูคาฯ เพิ่มผลผลิตสร้างรายได้มั่นคง
25 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
ใช้”วนวัฒนวิทยา” ปลูกยูคาฯ เพิ่มผลผลิตสร้างรายได้มั่นคง.

เปรียบเทียบไม้ยูคาฯอายุเท่ากันแต่ใช้หลักการปลูกตามหลักวนวัฒนวิทยามีขนาดใหญ่กว่า.
ตลาดโลก ณ วันนี้ กำลังมีความต้องการ กระดาษที่เพิ่มมากขึ้นทุกๆปี เฉลี่ย 13% ต่อปี ส่วนในประเทศไทย ทางกระทรวงพลังงาน ได้เปิด “โครงการผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน” (ระบบผลิตไฟฟ้า) โดยมี ไม้ยูคาลิปตัสเป็นหนึ่งในวัสดุเชื้อเพลิง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้า พลังงานปิโตรเลียมมาใช้ในบ้านเรา…
นายจุมพฎ ตันมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด ในเอสซีจี เปเปอร์ กล่าวว่า เนื่องจากยูคาลิปตัสเป็นพืชที่ให้ผลผลิตที่คุ้มค่า เป็นพืชปลูกง่าย เติบโตเร็ว ดูแลจัดการง่าย มีความทนทานกับสภาพอากาศที่แปรปรวนไม่ว่าจะแล้งหรือฝน จึงเหมาะสมกับภาวะ ปัจจุบันที่มักเกิดภัยธรรมชาติอยู่บ่อยครั้งในขณะเดียวกันการลงทุนก็ค่อนข้างต่ำ และใช้แรงงานน้อย แต่ให้ผลผลิตและผลตอบแทนแน่นอน ตลอดจนคืนทุนเร็วกว่าการปลูกไม้ชนิดอื่น

กก.ผจก.เอสซีจี เปเปอร์ บอกอีกว่า จึงอยากส่งเสริมให้ยูคาลิปตัสเป็นพืชอีกหนึ่งทางเลือกโดยจัดโครงการ “เกษตรกรสัมพันธ์แบบครบวงจร” เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกยูคาลิปตัสกันมากขึ้น และสามารถที่จะมาช่วยเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายลงไป เนื่องจาก พืชหลักที่เกษตรกรปลูกอยู่ มีราคาในตลาดไม่แน่นอน แต่ยูคาลิปตัสยัง สามารถช่วยพยุงราคาได้ รวมถึงเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้นได้ เพราะการปลูกต้นยูคาฯควบคู่ไปกับพืชหลัก จะช่วยลดจำนวน ศัตรูพืช ลดความเสี่ยงเรื่องแมลง ให้แก่เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง
ถึงแม้ว่ายูคาลิปตัสจะเป็นต้นไม้ที่โตเร็ว ไม่ต้อง การการดูแลรักษาที่ซับซ้อน จนมีคำกล่าวว่าสามารถปลูกทิ้งให้เทวดาเลี้ยงได้ แต่การปลูกพืชชนิดนี้ให้ได้ผลผลิต (Yield) ปริมาณมากและมีคุณภาพ ต้องอาศัยเคล็ดลับในการดูแลง่ายๆ เพียง 3 ปัจจัย ได้แก่ ดินที่เหมาะแก่การปลูกยูคาลิปตัส ควรเป็นพื้นที่ราบ ระบายน้ำได้ดี ลักษณะดินควรเป็นดินร่วนปนทราย มีค่า เป็นกรด เล็กน้อยประมาณ PH 6-7 ปัจจัยที่สอง ต้นกล้าสายพันธุ์เลิศ ควรเป็นสายพันธุ์ที่สามารถทนต่อสภาพอากาศได้ทุกสภาวะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงแล้ง หรือฝนตกชุก ให้ผลผลิตสูง และทนต่อโรคแมลงศัตรูพืชทั้งหลาย ซึ่งในปัจจุบัน นั่นคือ สายพันธุ์ลูกผสม (H4) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง คามาลดูเลนซิส (camaldulensis) ซึ่งทนแล้งได้ดี กับ ยูโรฟิลลา (urophylla) มีคุณสมบัติ เนื้อแน่นให้น้ำหนักดี เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคตะวันตก และภาคเหนือตอนล่าง
นอกจากนี้ ผศ.ดร.บุญวงศ์ ไทยอุตส่าห์ อดีตคณบดีคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ และผู้อำนวยการงานป่าไม้ มูลนิธิโครงการหลวง ยังได้แนะนำวิธีการปลูกยูคาลิปตัสเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน นั่นคือหลัก “วนวัฒนวิทยา” (Silviculture) เป็นการประยุกต์ศาสตร์แห่งศิลปะและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน มาใช้ในการปลูกและจัดการแปลงตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก ดูแลรักษาใส่ปุ๋ย การไถกันไฟ จนกระทั่งการวางแผนการตัดไม้จำหน่าย
จุมพฎ ตันมณี
ผศ.ดร.บุญวงศ์ บอกว่า หลักของ “วนวัฒนวิทยา”…เริ่มโดยในปีแรกหลังจากลงต้นกล้าแล้ว ต้องมีการ กำจัดวัชพืชรอบโคนต้น ใส่ปุ๋ย และไถระหว่างร่องอีก 1 ครั้งในช่วงปลายปีเพื่อเป็นการป้องกันไฟและกำจัดวัชพืช เนื่องจากยูคาลิปตัสเป็นพืชไม่ทนไฟจึงต้องมีการป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้แปลงปลูก กระทั่ง ย่างเข้าสู่ปีที่ 2 และปีที่ 3 (ปีพร้อมตัด) ต้องมีการไถ กำจัดวัชพืชปีละ 1–2 ครั้ง ใส่ปุ๋ยปีละ 1 ครั้ง และมี การไถกันไฟหรือทำแนวกันไฟช่วงหน้าแล้งอีก 1 ครั้ง เพื่อป้องกันไฟไหม้แปลง เมื่อครบอายุตามที่กำหนดไว้ก็สามารถตัดได้เลย…
“…เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ประกาศเกียรติคุณให้กับเกษตรกรที่สามารถจัดการดูแลยูคาลิปตัสจนได้มาตรฐานที่กำหนดไว้ จึงได้มอบรางวัลสมาชิกดีเด่นภายใต้ “โครงการประกวดสมาชิกดีเด่น ขวัญใจยูคาฯ เอสซีจี เปเปอร์ 2011” ที่สามารถจัดการดูแลยูคาฯ ตามหลัก “วนวัฒนวิทยา” จนได้ผลผลิตคุณภาพดี มีปริมาณมาก โดยมี คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านการป่าไม้ และเป็นคณาจารย์จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้พิจารณาให้รางวัล แบ่งเป็นรางวัลสมาชิกดีเด่นประจำปี 2 รางวัล (รายใหญ่ และรายย่อย) และรางวัลสมาชิกดีเด่นระดับเขตพื้นที่ส่งเสริม 6 รางวัล พร้อมโล่เกียรติยศ รวมทั้งสิทธิพิเศษอื่นๆ…”
เหมียน เฉยดี
นายเหมียน เฉยดี เกษตรกรที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและขวัญใจการปลูกยูคาลิปตัสระดับแปลงเล็ก กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลในวันนี้ว่า…การปลูกต้นยูคาลิปตัส ถ้าปลูกแล้วต้องดูแลอย่างดีที่สุดไม่ปล่อยทิ้ง รวมถึงคิดที่จะทดลองปลูกหลายๆ รูปแบบ ก็จะค้นพบรูปแบบที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด จุดสำคัญ คือ ต้องให้ความรัก ความสนใจ ดูแลสวนไม้ยูคาลิปตัสอย่างจริงจัง…ก็จะประสบกับความสำเร็จ ในการสร้างรายได้และลดรายจ่ายให้กับครอบครัว…!!
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 25 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
วิจัยเพิ่มมูลค่าน้ำมันรำข้าว แทนเนยขาวทำขนมปังพิซซ่า
28 มีนาคม 2554, 05:00 น.
วิจัยเพิ่มมูลค่าน้ำมันรำข้าว แทนเนยขาวทำขนมปังพิซซ่า – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

การนำน้ำมันรำข้าวผสมขนมปัง และพิซซ่า.
ข้าวเปลือก…เมื่อทำการสีจะได้ข้าวเต็มเมล็ด 60% ข้าวหัก 10% รำข้าว 10% และแกลบ 20% โรงสีมักใช้แกลบเป็นแหล่งเชื้อเพลิง ส่วนรำข้าวจะนำออกจำหน่ายในราคาถูกเพื่อเป็นอาหารสัตว์
รองศาสตราจารย์ ดร.ปาริฉัตร หงสประภาส และ รองศาสตราจารย์ ดร.สิรี ชัยเสรี ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้ดำเนินการ วิจัยในการเพิ่มมูลค่าน้ำมันรำข้าว โดยการสนับสนุนด้านครุภัณฑ์ จาก ศูนย์วิทยาการขั้นสูงเพื่อเกษตรและอาหาร ใช้เงินทุนการวิจัยจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแห่งชาติ (สกอ.)
รศ.ดร.ปาริฉัตร หงสประภาส (คนที่สองจากซ้ายมือ) กับคณะวิจัย.
รศ.ดร.ปาริฉัตร หงสประภาส บอกว่า น้ำมันรำข้าว เป็นน้ำมันที่มีคุณภาพสูง เพราะมีสัดส่วนของกรดไขมันอิ่มตัวต่อกรดไขมันไม่อิ่มตัวหนึ่งตำแหน่ง ในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกับอัตราส่วนของน้ำมันบริโภคที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) American Heart Association (AHA) และ Japan’s Ministry of Health and Welfare ที่แนะนำให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้รับรู้ นอกจากนี้ น้ำมันรำข้าวยังทนต่ออุณหภูมิสูง…!!
จากการศึกษาคุณสมบัติ ทนความร้อนของน้ำมันรำข้าว คณะผู้วิจัยยังพบว่า สามารถนำ น้ำมันรำข้าวไปใช้ทดแทนเนยขาวหรือชอร์ทเทนนิงในการทำขนมปังจืดและขนมปังหวาน เพื่อลดไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการใช้น้ำมันรำข้าว แทนไขมันนมในผลิตภัณฑ์มอสซาเรลลา-ชีสเทียม ที่ใช้ใน พิซซ่าและพาสตา ซึ่งเป็น ธุรกิจอาหารที่มีการขยายตัวสูงในประเทศไทย การใช้น้ำมันรำข้าวทดแทนเนยขาวและไขมันนม จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้เพราะเป็นการลดการ บริโภคไขมัน ทรานส์และคอเลสเทอรอล เพราะน้ำมันรำข้าวมี สารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติและมีไฟโตสเตอรอลสูง รศ.ดร.ปาริฉัตร บอกอีกว่า คณะผู้วิจัยยังศึกษาแนวทาง…การใช้ประโยชน์
จากผลพลอยได้ของอุตสาหกรรม ทำให้น้ำมันรำข้าวบริสุทธิ์ โดยการพัฒนาการสกัดและการใช้ ประโยชน์จาก สารลดแรงตึงผิวในกลุ่มของโมโนและไดกลีเซอไรด์ เพื่อควบคุมขนาดของผลึกไขมันในน้ำมัน การพัฒนาเทคโนโลยีผลิตและการใช้ประโยชน์จาก สารโภชนเภสัชจากน้ำมันรำข้าวให้อยู่ในรูปที่กระจายตัวในน้ำได้ดี และ มีความเสถียร เมื่อผ่านกระบวนการแปรรูปอาหารที่มีความร้อนและความดันสูง เพื่อขยายไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไขมันแข็งจากน้ำมันรำข้าว โดยไม่ผ่าน กระบวนการเติมไฮโดรเจน…
ผลงานนี้เกิดจาก โครงการมหาวิทยาลัยแห่ง ชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้สนับสนุนทุนวิจัยใน ด้านนวัตกรรมกระบวนการแปรรูปและผลิตภัณฑ์จากข้าว และ ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมระบบนำส่งสารผสมอาหารสำหรับอาหารเพื่อสุขภาพ และ ยังก่อให้เกิดกลไกการถ่ายโอน ความรู้ประสบการณ์จาก นักวิจัยรุ่นอาวุโสไปให้นักวิจัยรุ่นใหม่ ในการ แปรรูปข้าวและรำข้าว เพื่อเป็นการสร้างคุณค่าตลอดห่วงโซ่การผลิตข้าวอย่างยั่งยืน…!!
“ไชยรัตน์ ส้มฉุน”
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 28 มีนาคม 2554, 05:00 น.
ขนมถ้วยฟู..อ.ภูหลวง ฝึกทำก็ง่าย..ขายคล่อง
18 มีนาคม 2554, 05:00 น.
ขนมถ้วยฟู..อ.ภูหลวง ฝึกทำก็ง่าย..ขายคล่อง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ในการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน…เป็นแนวทางให้กับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ยึดถือนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง…
…เมื่อห้วงเวลาที่ผ่านมา….นายชาญชัย ศรศรี-วิชัย นายอำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ได้ร่วมมือกับ ศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ได้แนะนำการฝึกอาชีพให้ กับชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ที่ว่างเว้นจากการทำไร่ ทำนา..มาหารายได้เลี้ยงครอบครัว…
รัชนี ซิวสารี
โดยมี…นางรัชนี ซิวสารี เจ้าหน้าที่ประจำ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย บอกว่า ได้จัดการฝึกอบรมอาชีพให้กับกลุ่มแม่บ้านหลากหลายวิชาชีพ โดยเฉพาะขนมที่วางจำหน่ายในท้องตลาดทุกวันนี้นิยมที่จะออกมาเป็น รูปแบบใหม่ๆเพื่อเป็นจุดขาย โดยมีสูตรขนมที่…ทำได้ง่าย ขายก็คล่อง…อีกสูตรหนึ่ง คือ การทำขนมถ้วยฟู
เริ่มจากการเตรียมส่วนผสม ได้แก่ แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วยตวง น้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วยตวง และสีผสมอาหาร ตามความ ต้องการของผู้ทำ
ขั้นตอนการทำ โดย ให้ ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำดอกมะลิ แล้วนำไปตั้งไฟให้น้ำตาลละลาย ก่อนจะพักไว้ให้เย็นลง แล้วเริ่มผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน จากนั้นเทน้ำเชื่อมที่เย็นลงไปผสมเข้าด้วยกัน ค่อยๆนวดแป้งให้เข้ากัน ในเวลาต่อมาให้ ใส่น้ำดอกมะลิลงไปละลาย ให้มองดูแล้วเข้ากันจนได้ดี ก่อนจะดมดู แล้วเริ่มมีกลิ่นหอมของดอกมะลิ ก็ถือว่าใช้ได้…
จากนั้นก็นำไป ใส่สีตามความต้องการ เพื่อให้ออกมาเป็น รูปแบบที่มีสีสันใหม่ๆสวยงามน่า รับประทาน ก่อนจะนำไปใส่ถ้วยตะไล ตามรูปลักษณ์ ที่น่าสนใจ เช่น รูปทรงกลม รูปหัวใจ รูปดาว ฯลฯ ก่อนจะใส่ในซึ้งนึ่งด้วยไฟที่แรง จนกระทั่งน้ำด้านล่างเดือด จึงเปิดฝาดูว่าขนมสุกและบุ๋มตรงกลางพอดี…
นางรัชนี บอกตอนท้ายว่า เคล็ดลับ… ที่ควรคำนึงมากที่สุดก่อนที่จะตักขนมใส่ถ้วยตะไลนั้น จะต้องมีการนึ่งถ้วยให้ มีความร้อนเสียก่อน จึงจะหยอดขนมลงไปแล้วรีบปิดฝาทันที อีกทั้งส่วนผสมจะต้องพยายามไม่ให้มีความหวานมากเกินไป เพราะขนมจะไม่บุ๋มตรงกลาง…
…และทางศูนย์ มีสูตรขนมอีกหลากหลายชนิด เพื่อนำเสนอให้ผู้ที่สนใจเข้ามา ฝึกอาชีพเพื่อนำไปทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว และสร้างรายได้ในอนาคต ใครสนใจ กริ๊งกร๊างหารัชนี 0-4287-9124 ในวันและเวลาราชการ.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 18 มีนาคม 2554, 05:00 น.
แมงมุมบราซิล..พิษร้ายแรง สร้างองคชาตแข็ง..กัดอาจตาย
22 มีนาคม 2554, 05:00 น.
แมงมุมบราซิล..พิษร้ายแรง สร้างองคชาตแข็ง..กัดอาจตาย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

…ดอย ดอกฝิ่น แห่ง นสพ.ไทยรัฐ…บอกข่าวดีถึง ผู้ชายนกเขาไม่ขัน…คณะนักวิจัยแพทย์วิทยาลัยแห่งจอร์เจีย พบว่า พิษของแมงมุมบราซิล สายพันธุ์ “โฟนิวเทรีย” เมื่อกัดต่อยผู้ชายจะทำให้ องคชาตแข็งตัวค้างนานกว่า 4 ชั่วโมง…โอ้โห…อย่างนี้ก็ทึ่งอึ้ง และ หวาดเสียว นะเนี่ย
ด้วยประการฉะนี้…จึงต้องมีการขยายความถึง… ประวัติชีวิตของ…เจ้าแมงมุมบราซิล หรือ แมงมุมกล้วย (Phoneutria nigriventer) เป็นสัตว์ขาข้อ มีช่วงลำตัวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหน้า ที่ประกอบไปด้วย…ส่วนหัวกับอกที่เชื่อมติดกัน และ ส่วนหลัง คือ ส่วนผลึก ขนาดลำตัวยาวประมาณ 2,000 มิลลิเมตร มีเส้นขนตามลำตัว บริเวณใบหน้ามีเส้นขนเป็นสีแดง…
กินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด ได้บันทึกลงไว้ว่า…เป็น แมงมุมที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก มักพบในป่า คอสตาริกา อเมริกาใต้ จากภาคอีสานของแอนดีสไปทางเหนือ อาร์เจนตินา โคลอมเบีย เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ และป่า Phoneutria ซึ่งเป็นป่าดงดิบอยู่ทางตอนเหนือของ ประเทศบราซิล
อุปนิสัย…ไม่ชอบชักใยเป็นตาข่ายในการดักจับสัตว์ แต่ในเวลากลางวันชอบอยู่ในใต้ จอมปลวก ก้อนหิน ท่อนซุง กอกล้วย ฯลฯ มักออกหากินในเวลากลาง คืน โดยจับเหยื่อจำพวก เพลี้ยอ่อน ตัวหนอน ผีเสื้อ แมลงวัน หรือ สัตว์ที่มีขนาดเท่าๆกัน เพื่อเป็นอาหาร
หัวหน้านักวิจัย คีเนีย เปโดรซา นันส์ แห่ง วิทยาลัยแพทย์จอร์เจีย สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า แมงมุมบราซิล ชนิดนี้ ได้เคยกัดต่อยไม่ว่าจะเป็นบริเวณไหนของ ผู้ชาย จะทำให้เกิดอาการองคชาตแข็งตัวค้าง โดยมี อาการเจ็บปวดอยู่นานหลายชั่วโมง ก่อนจะอ่อนตัวลง และยังต้องใช้เวลารักษาร่างกายนาน กว่า 1 สัปดาห์ จึงจะฟื้นตัวกลายมาเป็นปกติดังเดิม…
…พิษของแมงมุมพันธุ์นี้ สามารถ ก่อให้เกิดอาการหลายประการ เช่น สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ อาการเจ็บปวดรุนแรง หายใจลำบาก และ หากไม่ได้รับยาต่อต้านพิษ อาจ นำไปสู่การเสียชีวิตเพราะขาดออกซิเจนได้ แต่นอกเหนือจากอาการเหล่านี้ พิษของมันยังสามารถใช้ แก้ปัญหาอาการอวัยวะเพศชายไม่ทำงานได้ด้วย…!!
ทั้งนี้ จากการทดลองที่ผ่านมา ทีมแพทย์ได้ใช้ โมเลกุลลูกโซ่ ชื่อว่า “PnT®2″ ของพิษแมงมุมดังกล่าว จำนวน “หนึ่งในสามของปริมาณที่มันกัดมนุษย์” มาใช้กับหนูทดลองที่มีอาการอวัยวะเพศไม่ทำงาน ปรากฏว่าหนูมี อาการแข็งตัวของอวัยวะเพศนานประมาณ 4 ชั่วโมง…
…และการทดลองนี้นำไปสู่การคาดหวังว่าจะสามารถ นำไปใช้…ผลิตยาไวอากร้าพันธุ์ใหม่ เพื่อใช้แก้ไข อาการอวัยวะเพศชายไม่ทำงาน นอกจากนี้ ทีมแพทย์ยังเชื่อว่า พิษแมงมุมสายพันธุ์ นี้ สามารถแก้ไขอวัยวะเพศหญิงที่เสื่อมถอยได้ แต่ยังไม่มีการศึกษาทดลองอย่างจริงจัง…
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 22 มีนาคม 2554, 05:00 น.
CPF หนุนไก่ไข่อาหารกลางวัน ไทยรัฐวิทยาต้นแบบสู่ความสำเร็จ
9 มีนาคม 2554, 05:00 น.
ผ่านทางCPF หนุนไก่ไข่อาหารกลางวัน ไทยรัฐวิทยาต้นแบบสู่ความสำเร็จ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

โรงเลี้ยงไก่ไข่ที่โรงเรียนสวัสดีวิทยา จ.ศรีสะเกษ.
โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหาร กลางวันนักเรียน…เป็นโครงการความร่วมมือที่ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF กับภาครัฐ และเอกชน ได้ดำเนินการมา กว่า 20 ปี โดยล่าสุดเมื่อต้นเดือนมีนาคมปีนี้…ได้เปิดโครงการใหม่ที่ โรงเรียนสวัสดีวิทยา ตำบลกฤษณา อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ…
Mr.Kyoichi Tanada
…โดยมี หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ มาเข้าร่วมในโครงการด้วย ทาง มร. เคียวอิชิ ทานาดะ (Mr.Kyoichi Tanada) ประธานคณะกรรมการฝ่ายความช่วยเหลือสังคม หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) บอกว่า โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสังคมที่ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF โดยทาง หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ JCC จัดทำโครงการครั้งแรกมีเจตนารมณ์เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง เนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชมพรรษา ครบ 6 รอบ (72 พรรษา) และได้ เข้าร่วมสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ปี พ.ศ. 2554 นี้ เป็นปีที่ 11 แล้ว ซึ่งจะให้การสนับสนุนโครงการดีๆเป็นประจำทุกปี
อภัยชนม์ วัชรสินธุ์
นายอภัยชนม์ วัชรสินธุ์ กรรมการและรองเลขาธิการ มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทฯ บอกว่า มูลนิธิและบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ได้ร่วมกันเดินหน้า โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหาร กลางวันนักเรียน ในโรงเรียนต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดย ครั้งแรกที่เริ่มดำเนินการนั้น เราทดลองจาก…โรงเรียนไทยรัฐวิทยา เป็นต้นแบบ กระทั่งนำไปสู่ความสำเร็จ จึงต่อยอดมาถึงปัจจุบันนี้มีจำนวนถึง 320 แห่ง ล่าสุดตั้งเป้าขยายให้ครบ 500 แห่งภายในปี 2556 ซึ่งได้เตรียมต่อยอด “กิจกรรมขยะแลกไข่ไก่ในโรงเรียน” เพื่อกระตุ้นให้เด็กนักเรียนเกิดจิตสำนึกรักษ์ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนช่วยให้เด็กมีโอกาสเข้าถึงการรับประทานไข่ไก่ทุกวัน แม้ในช่วงวันหยุดหรือปิดเทอม
“….การนำขยะที่บ้านมาแลกไข่ไก่ที่โรงเรียน กิจกรรมนี้จะเริ่มดำเนินการในปีนี้โดยนำร่องใน โรงเรียน 4 แห่ง 4 ภูมิภาค ได้แก่ โรงเรียนบ้านโคกสูง จังหวัดบุรีรัมย์ โรงเรียนพรหมบุรี จ.สิงหบุรี และอีก 2 ภาคอยู่ระหว่างการคัดเลือก เชื่อว่า นอกจากจะช่วยให้เด็กได้รับโปรตีนอย่างเต็มที่แล้ว ยังสามารถสร้างจิตสำนึกในการ ช่วยลดโลกร้อนให้เกิดขึ้นในกลุ่มเยาวชนได้เป็นอย่างดี…” นายอภัยชนม์กล่าว
สุปรี เบ้าสิงห์สวย
ด้าน นายสุปรี เบ้าสิงห์สวย ผู้จัดการมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทฯ บอกว่า โครงการเลี้ยงไก่ไข่ เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนได้รับความสนใจจากโรงเรียนต่างๆ ขอเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก โดยในต้นปีนี้มีโรงเรียนที่ผ่านการพิจารณาดำเนิน โครงการแล้ว 7 แห่ง ได้แก่ โรงเรียน ตชด.ชมรมอนุรักษ์ พุทธศิลป์ไทยอนุสรณ์ 1 และ 2 อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน, โรงเรียน ตชด.บ้านศรีสวัสดิ์ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร, โรงเรียนอนุกูลวิทยา (วัดดอนแก้ว) กับ โรงเรียนบ้านแม่กุหลวง อ.แม่สอด จ.ตาก, โรงเรียนบ้านฝายพญานาค อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ และ โรงเรียนสวัสดีวิทยา อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ แห่งนี้ด้วย และเชื่อว่าจะบรรลุเป้าหมาย 500 แห่ง ภายในปี พ.ศ.2556 ได้แน่นอน
ทั้งนี้ โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ประสบความสำเร็จในหลายด้าน ทั้งในเชิงปริมาณที่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ส่วนในเชิงคุณภาพ ก็พบว่ามีโรงเรียนที่ดำเนินโครงการเป็นตัวอย่างหรือแหล่งเรียนรู้แก่สถานศึกษาอื่นๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้นถึง 20% โดยโรงเรียนเหล่านี้สามารถนำองค์ความรู้ ได้แก่ การคิดต้นทุน การคำนวณผลผลิต การหาตลาดรองรับไปประยุกต์ใช้กับโครงการเกษตรอื่นๆ เช่น การปลูกพืช การเลี้ยงกบ การเลี้ยงปลา เป็นต้น
นอกจากนี้ แต่ละโรงเรียนยังสามารถจัดตั้งกองทุนอาหารกลางวันนักเรียน เฉลี่ยโรงเรียนละ 1-2 แสนบาท ไว้เป็นกลไก การพัฒนาระดับโรงเรียนได้อย่างยั่งยืน เป็นโอกาสเข้าถึงการมีสุขภาพดีควบคู่กับการมีความรู้ในการเลี้ยงไก่ไข่ ซึ่งจะกลายเป็น พื้นฐานอาชีพแก่เยาวชนในอนาคต..!!
“ไชยรัตน์ ส้มฉุน”
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 9 มีนาคม 2554, 05:00 น.
ปทุมมา..ลัดดาวัลย์ นวัตกรรม..วิจัยไม้ดอกไทย
7 มีนาคม 2554, 05:00 น.
ผ่านทางปทุมมา..ลัดดาวัลย์ นวัตกรรม..วิจัยไม้ดอกไทย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ปทุมมา ลัดดาวัลย์
ปทุมมา…ไม้ดอกที่ได้ชื่อว่า…ทิวลิปสยาม กลายเป็นสินค้าส่งออกที่ทำเงินเข้าประเทศ แม้ว่าจะไม่เทียมเท่าพืชเศรษฐกิจตัวอื่น แต่มันก็เป็นหน้าเป็นตาในวงการพฤกษศาสตร์
เอกลักษณ์ ในความสวยงามของกลีบดอกที่มีสีสันหลายหลากอย่างสดสวยของปทุมมาที่พบเห็นทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน จนกลายเป็นดอกไม้พื้นเมืองนั้น…ความจริงมีถิ่นกำเนิดอยู่ใน แถบประเทศอินโดนีเซีย พม่า ฯลฯ เป็นพันธุ์พืชในวงศ์เดียวกันกับ ขิง และ ข่า ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma sp. อยู่ในสกุล Curcuma
สำหรับ เมืองไทยก็เป็นแหล่งกำเนิดเช่นเดียวกัน ซึ่งในอดีตชาวบ้านก็ปลูกกันธรรมดาๆ โดย ทั่วไป ต่อมานักวิชาการได้นำไปทำการ วิจัยและพัฒนา สายพันธุ์ กระทั่งได้รับความสำเร็จและสามารถใช้เป็นไม้ตัดดอก สร้างชื่อเสียงในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวฮอลแลนด์ จะรู้จักปทุมมาของเมืองไทยเป็นอย่างดี…เนื่องจากมีลักษณะดอก คล้ายกับทิวลิป แต่มีหลากหลายสีกว่า…!!
การพัฒนาก็มิได้หยุดยั้ง ขยายจากภาครัฐไปสู่ภาคเอกชน ซึ่งก็มีหลายหน่วยงานได้ทำการวิจัยกันอย่างจริงจัง อาทิ กลุ่มของลัดดากรุ๊ป
…คุณวนิดา อังศุพันธุ์ กรรมการผู้จัดการลัดดากรุ๊ป บอกถึงเรื่องนี้ว่า…เริ่มจากการสร้างแปลงในพื้นที่ปลูกปทุมมาเพื่อผลิตหัวพันธุ์เพื่อการส่งออก โดยใช้พื้นที่ในแถบภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และ ลำพูน พัฒนาด้วยการใช้วิธีผสมข้ามพันธุ์ ซึ่งเป็นวิธีกรรมที่เก่าๆและยุ่งยากเพราะต้องทำในช่วงเช้าของทุกวัน เมื่อ ผสมพันธุ์แล้วต้องรอเก็บเมล็ดไปเพาะต่อ แล้วจึงคัดเลือกลักษณะที่ต้องการหากยังไม่ได้ ตามประสงค์ก็ต้องทำการผสมใหม่ จนกว่าจะถูกใจ…
กระทั่ง ล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา (2553) จึงได้ พันธุ์ใหม่มีลักษณะเด่นกลีบดอกสดสวย สีชมพู ขนาดใหญ่ ก้านยาวแข็งแรง ใบประดับแข็ง สามารถตัดดอกมาใช้เป็นไม้ตัดดอกปักแจกันได้ทนนาน 1 ถึง 2 สัปดาห์ จึงตั้งชื่อว่า…ปทุมมา ลัดดาวัลย์
ปทุมมา…เป็น พืชที่ชอบแสงแดดจัดและต้องการน้ำในช่วงการเจริญเติบโต ช่วงออกดอกสภาพดินที่เหมาะสมควรเป็นดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี ค่าความเป็นกรดด่างของ ดินที่ 6.5–7.0 PH และอุณหภูมิที่เหมาะสมระหว่าง 20–30 องศาเซลเซียส….
ช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสมควรเริ่มเตรียมพื้นที่ตั้งแต่ เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม และจะออกดอกช่วง กรกฎาคมถึงสิงหาคมของทุกปี ศัตรูพืชของมันเกี่ยวกับโรคพืช คือ โรคหัวเน่า หรือ โรคเหี่ยว ที่เกิดจากเชื้อ แบคทีเรีย ซึ่งมักจะพบ ระบาดในช่วงฤดูฝน
ตลาดในประเทศ ณ วันนี้ นอก จากจะส่งขายที่ตลาดไทยตามร้านและโรงแรมทั่วไปแล้ว ยังส่งหัวพันธุ์ไป ต่างประเทศราวๆ 2 ล้านหัวต่อปี
…ถือว่าเป็นผลสำเร็จของภาคเอกชนซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาพันธุ์ปทุมมาเพื่อการส่งออก
ซึ่ง…ตอนนี้ได้ จดสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว…!!!
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 7 มีนาคม 2554, 05:00 น.
แซนด์วิชสเปรด..นมถั่วเหลือง เปิบสะดวก..เพื่อคนรักสุขภาพ
4 มีนาคม 2554, 05:00 น.
ผ่านทางแซนด์วิชสเปรด..นมถั่วเหลือง เปิบสะดวก..เพื่อคนรักสุขภาพ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

แซนด์วิชสเปรด…เป็นอาหารประเภทหนึ่งที่นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้าหรือของว่างระหว่างมื้อ เพียงแค่ ทาขนมปัง…หรือ แครกเกอร์ ก็รับประทานได้ทันที…ส่วนใหญ่ทำจาก น้ำมันพืช หรือ ผสมไข่แดง…
…จากนั้นผสม ผักดอง ปรุงแต่งรสด้วยน้ำส้ม สายชู, น้ำมะนาว หรือ ผสมแป้งสุกกับเนื้อสัตว์ด้วย ทำให้มี ไขมันไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 โดยน้ำหนัก
ผลิตภัณฑ์แซนด์วิชสเปรด ที่ขายอยู่ตามท้องตลาดส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงและอุดมไปด้วยคอเลสเทอรอลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ…อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิด โรคอ้วน หรือ ไขมันในเส้นเลือดสูง ได้ ใน ปัจจุบันผู้บริโภคใส่ใจ เรื่องการรักษาสุขภาพ กันมากขึ้น เรื่องอาหารการกินจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ…
แซนด์วิชสเปรดลดไขมัน.
ดังนั้น นางสาววราภรณ์ ประเสริฐ นักวิจัยจากฝ่ายกระบวนการผลิตและแปรรูป สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้คิดสูตรการทำ แซนด์วิชสเปรดไขมันต่ำ โดยการลดไขมันและไข่แดง แต่อาจจะทำให้มีปัญหาต่อลักษณะเนื้อสัมผัสและลักษณะทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ได้ จึงจำเป็นต้องมีการ พัฒนาสูตรและเติมส่วนผสมอื่นๆขึ้นมา
นางสาววราภรณ์ บอกว่า แซนด์วิชสเปรดลดไขมัน นี้ ได้พัฒนาสูตรขึ้น เพื่อรองรับเทศกาลอาหารเจ จึงไม่ ผสมเนื้อสัตว์หรือไข่ลงไป ทั้งยังใช้ น้ำนมถั่วเหลืองเป็นส่วนผสมหลัก กระ-บวนการในการผลิต เริ่มด้วยการนำ น้ำนมถั่วเหลือง น้ำมันพืช น้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ แป้งข้าวเจ้า และ มัสตาร์ดมาปั่นเข้าด้วยกัน จากนั้นนำไปให้ความร้อนโดยการตุ๋นผ่านน้ำเดือดจนส่วนผสมมีลักษณะเป็นเนื้อครีม เสร็จแล้ว…เติมผักดองลงไป ซึ่งคือ แตงกวา และ แครอท ขั้นตอนสุดท้ายคือ ทำการบรรจุขณะร้อนลงในขวดแก้วปิดสนิท
จากการนำแซนด์วิชสเปรดไขมันต่ำสูตรน้ำนมถั่วเหลือง ไปทดลองในห้องแล็บ และ ให้ผู้บริโภค พบว่าครีมสเปรดลดปริมาณ น้ำมันเหลือเพียง 10% เมื่อหาปริมาณไขมันจากส่วนผสมทั้งหมด เมื่อ เติมผักดองแล้วมีเพียง 16.22% มี พลังงานทั้งหมด 217 Kcal ต่อ 100 กรัม และ สามารถเก็บได้นาน 2 เดือนในตู้เย็น โดยไม่ใส่สารกันบูดหรือวัตถุกันเสีย
แต่เมื่อทดสอบพบว่า…มีปริมาณ เชื้อจุลินทรีย์ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และผลจากการทดสอบ ทางประสาทสัมผัส พบว่า ผู้บริโภคมีความชอบต่อลักษณะปรากฏ เช่น สี กลิ่น รสชาติ และ ความชอบโดยรวมไม่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์สดๆ…
วราภรณ์ ประเสริฐ.
แซนด์วิชสเปรดไขมันต่ำสูตรน้ำนมถั่วเหลือง จึงเป็นเมนูอาหารที่เหมาะกับคนรักสุขภาพ และยังสามารถทำเองได้ด้วย ซึ่งอาจจะปรับสูตรใส่ผักดองตามที่ชอบ เป็นการเชิญชวนสมาชิกใน ครอบครัวมาช่วยกันทำอาหารก็จะยิ่งสนุกมากขึ้น ผู้ที่ประสงค์จะต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกริ๊งกร๊างหา นางสาววราภรณ์ ที่ 0-2942-8629-35 ต่อ 608 ในเวลาราชการ.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 4 มีนาคม 2554, 05:00 น.
งู..กรีนทรีไพธ่อน สีสวยสด..ไร้พิษสง
1 มีนาคม 2554, 05:00 น.
ผ่านทางงู..กรีนทรีไพธ่อน สีสวยสด..ไร้พิษสง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ในห้วงฤดูเพาะปลูก “หนูนา”…มักออกอาละวาดกัดกินต้นข้าวของเกษตรกรอยู่เนืองๆ สาเหตุหลักก็มาจากการจับงู…ไม่ว่าจะเป็น งูเห่า งูสิง ฯลฯ มาเปิบหรือส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ ฉะนั้น ธรรมชาติที่ เคยเป็นอยู่ก็เกิดความไม่สมดุลนั่นเอง…
ขณะเดียวกัน…บ้านเราก็มีการนำเข้างูหลายชนิดจากต่างประเทศจำนวนมาก แต่ไม่ได้นำมาบริโภคเป็นการเอามา เพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม เช่น…งูกรีนทรีไพธ่อน….
…งูเหลือมต้นไม้สีเขียว หรือ Green Tree Python (GTP) ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chondropython viridis ซึ่งกลายมาเป็นชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งคือ “คอนโดร” (Chondro)
เจ้างูกรีนทรีไพธ่อน…ต้นกำเนิดอาศัยอยู่ในเขตป่าฝนของ หมู่เกาะปาปัวนิวกินี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบริเวณนี้ ยังเป็นป่าทึบที่ยังมีการสำรวจพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกอยู่เสมอ และมีการค้นพบงูชนิดนี้ทางตอนเหนือของ…ออสเตรเลีย อีกด้วย
โดยทั่วไป…งูกรีน-ทรีไพธ่อน มีลำตัวสีเขียวสดเหมือนใบไม้ แต่ก็มีสีแปลกกว่าปกติ เช่น สีฟ้า, เหลือง, ส้ม, แดง หรือ มีสีอื่นๆ โดดเด่นขึ้นมา ก็จะมีสนนราคาสูงกว่าพวกสีเขียวมาก (สูงกว่า 5,000 บาทขึ้นไป) ขนาดเมื่อโตเต็มที่ยาวประมาณ 1.5–1.8 เมตร…
ส่วนใหญ่ งูกรีนทรีไพธ่อนเป็นงูที่ไร้พิษ…มักออกหากินตอนกลางคืน ส่วนเวลากลางวันจะ นอนหลับโดยขดตัวเป็นวงพาดกับกิ่งไม้ แล้วเอาหัวซุกตรงกลาง ซึ่งเป็น ท่าขดเฉพาะตัวของงูสายพันธุ์นี้ ถ้ามีอะไรมารบกวนมันก็จะมุดหัวเข้าไปในวงขดหรือเหลือบตาขึ้นมองเล็กน้อยก่อนหลับต่อไป….
นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลาน ยังสำรวจและมีการแยก…กรีนทรีไพธ่อน…เป็นสายพันธุ์ ย่อยตามแหล่งอาศัยได้อีกหลายชนิด เช่น งูบนเกาะ Aru อุปนิสัย ค่อนข้างใจดีไม่ค่อยกัด ลำตัวมีจุดสีฟ้าประปราย และมีเกล็ดสีขาวเป็นหย่อมๆกระจายทั่วลำตัว
งูกรีนทรีไพธ่อนแถบ Sorong แนวสันหลังจะมีเกล็ดสีฟ้าคล้ายก้างปลาเป็นเส้นยาวต่อเนื่องกัน บางตัวอาจจะมีจุดสีฟ้ากระจายตามตัวด้วย ส่วนงูจากเกาะ Biek นิสัยจะดุที่สุด มีสีเหลืองแต้มบนใบหน้าและลำตัวมากกว่างูจากแหล่งอื่นๆ ทั้งยังมีขนาดใหญ่ที่สุดด้วย และงูแถบ Marauke จะมีเกล็ดสีขาวเรียงเป็นเส้นตามแนวสันหลัง
ตัวเมียหลังจาก ผสมพันธุ์แล้วจะหยุดกินอาหารและตลอดทั้งวัน จะอยู่ ในส่วนบริเวณที่มีความอุ่น เมื่อออกไข่มาก็จะกกไข่ทั้งวัน ใช้เวลาประมาณ 42– 48 วัน จึงฟักออกมาเป็นตัวอ่อน…
ความพิเศษสุด ของ…เจ้ากรีนทรีไพธ่อน คือ ตอนแรกเกิดลูกงูส่วนใหญ่ จะมี สีเหลืองสด หรือ สีส้ม พออายุได้ 5-6 เดือน จะ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลไหม้ และ กลับมาเป็นสีเขียว สด เมื่อ อายุ 1 ปี ขึ้นไป ยกเว้น งูจากเกาะ Biek เท่านั้นที่จะกลายเป็นสีเหลืองสดเหมือนเดิม ก่อนจะมีจุดสีเขียวเพิ่มขึ้นตามอายุ
ผู้สนใจเพาะเลี้ยงงูพันธุ์นี้…บ้านของ มันควรเป็นตู้กระจกที่อากาศถ่ายเทได้ดี หรือจะเป็นกรงลวดตาถี่ๆ มี กิ่งไม้เส้น ผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 1 นิ้ว 2–3 อัน วางพาดให้งูขึ้นไปขดนอน ต้องมีถ้วยน้ำขนาดใหญ่พอที่งูจะลงไปนอนแช่ได้พร้อมน้ำสะอาด สำหรับวัสดุรองพื้นใช้ดินขุยมะพร้าวก็ได้ เนื่องจากเป็นงูจากป่าฝนเลยต้องการความชื้นสูง ฉะนั้น ผู้เลี้ยงจึงควรสเปรย์น้ำให้ทุกเช้า บางเวลางูอาจต้องการความชื้นมากกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงที่จะลอกคราบหรือมีแมลงรบกวนผิวหนัง…
…และก่อนที่จะคิดเลี้ยงควรไปปรึกษา สัตวแพทย์ตามโรงพยาบาลสัตว์ หรือ คลินิกสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ เสียก่อนที่จะลงมือเพราะ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างที่คิด….!!!
“ไชยรัตน์ ส้มฉุน”
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 1 มีนาคม 2554, 05:00 น.
ผลิตชาสมุนไพร..ใบย่านาง ดื่มเพื่อลดไขมันในเส้นเลือด
18 กุมภาพันธ์ 2554, 05:00 น.
ผ่านทางผลิตชาสมุนไพร..ใบย่านาง ดื่มเพื่อลดไขมันในเส้นเลือด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพร.
ชา…ใครๆก็รู้จักกันทั้งโลก เป็นพืชชนิดหนึ่ง มี ถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า…มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง การดื่มเป็นประจำช่วยลดการเป็นมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ เช่น มะเร็งในกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ ใหญ่ ตับอ่อน มะเร็งเต้านม ฯลฯ
สมุนไพร…เป็นพืชที่อาศัยอยู่ในป่า โดยเฉพาะในบ้านเรามีมากมาย ชาวบ้านมักจะนำมาใช้บริโภคในรูปแบบเช่นเดียวกับชา ซึ่งเรียกว่า..ชาสมุนไพร ส่วนใหญ่มีกลิ่นเพราะไม่ต้องการให้สูญเสียไปกับความร้อน เนื่องจาก ผู้บริโภคต้องการฤทธิ์ทางยา และยัง อยากสัมผัสกลิ่น ของสมุนไพรอีกด้วย
ผศ.อนุพร สุวรรณวาจกกสิกิจ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดงาน เครือข่ายครอบครัว มก. ขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำของดีต่างๆมาจัดโชว์มากมาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชาสมุน-ไพรไทย…
ป้าจันทร์ตา แสงศาสตรา สมาชิกกลุ่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ อยู่ที่หมู่ 16 ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ บอกว่า กลุ่มเรามี สมาชิกประมาณ 10 กว่าราย ทำชาสมุนไพรใช้เอง และนำออกมาจำหน่ายสู่เครือข่ายของครอบครัวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับชาสมุนไพรมีอยู่มากมายหลายสูตร คือ…ชาตะไคร้ ช่วยขับลม ช่วยย่อยอาหาร แก้ลมวิงเวียน แก้ปวดเกร็งในท้อง ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ฯลฯ ชาใบเตย ช่วยบำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะ ลดน้ำตาลในเลือด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง… ชาใบย่านาง มีสรรพคุณ แก้ไข้ทุกชนิด แก้เบื่อเมา กระทุ้งพิษไข้ แก้เลือดตก แก้กำเดา แก้ลม ส่วนเถา แก้ไข้ลดความร้อนในร่างกาย ต้านมาลาเรีย ยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ ต้านฮีสตามีน ทั้งยังแก้ ปวดหลัง ปวดขา ป้องกันโรคไต ลดคอเลสเทอรอล และ ไขมันในเลือด ฯลฯ
จันทร์ตา แสงศาสตรา
สำหรับขั้นตอนการทำ ให้นำใบเตยประมาณ 100 ใบ ตะไคร้ 50 ต้น ใบมะรุม ใบกะเพรา ใบย่านาง ประมาณ 1 กำมือ นำไปล้างน้ำให้สะอาด นำไปหั่นเป็นฝอยเล็กๆพอประมาณ เตรียมกระทะตั้งไฟ พอกระทะร้อนให้นำใบเตยที่หั่นแล้วใส่ลงไป ใช้ไม้พายคนตลอดเวลา โดยต้องควบคุมอุณหภูมิในกระทะไม่ให้ร้อนเกินไป จนใบเตยเริ่มหอมจะออกสีเหลืองๆ จับดูถ้าแห้งแล้วจึงตักออก นำตะไคร้และส่วนผสมอื่นๆมาคั่ว แล้วตักออกผึ่งจนเย็นลง จึงนำมาผสมกันก่อนบรรจุลงในภาชนะเพื่อชงดื่ม
ป้าจันทร์ตา บอกอีกว่า..คุณค่าทางยาของชาสมุนไพร นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละชนิด ไม่ใช่ว่าชาสมุนไพรทุกชนิดจะปลอดภัยในการบริโภค ตรงกันข้ามอาจจะเป็นอันตรายสำหรับบางคน วิธีที่ดีที่สุดในการบริโภคชาสมุนไพร คือ ต้องเรียนรู้ข้อมูลของสมุน-ไพร ก่อนใช้ อีกทั้งข้อควรระวัง ขนาด และสรรพคุณที่ แตกต่างกัน…จึงจะทำให้การดื่มเพื่อรักษาสุขภาพสัมฤทธิผลเป็นอย่างดี
ชาสมุนไพร..คือ สิ่งที่มีคุณค่าแห่งโลกตะวันออกที่แผ่กระจายไปทั่ว การดื่มชาสมุนไพรไทย ก็เปรียบเสมือน…การสานต่อวัฒนธรรมดั้งเดิมของบ้านเรา ทั้งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
หากเปรียบเทียบกับ การดื่มน้ำอัดลม ซึ่งมีเพียง น้ำตาล คาเฟอีน และ กลิ่นสังเคราะห์ ดื่มมันเข้าไปก็ไร้ประโยชน์…ทั้งยังเสี่ยงต่อการเป็น โรคไต เบาหวาน ฯลฯ อีกด้วย
ใครสนใจอยากชิม หรือต้องการสูตรการผลิตสมุนไพรไทย หรือขั้นตอนการทำ กริ๊งกร๊างหา ป้าจันทร์ตา แสง-ศาสตรา ที่ 08-4484-4498 ในเวลาที่เหมาะสม.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 18 กุมภาพันธ์ 2554, 05:00 น.
วิจัยสรรพคุณ ‘ดินขาวเคโอลิน’ ใช้เคลือบผลไม้คุมโรคแอนแทรกฯ
21 กุมภาพันธ์ 2554, 05:00 น.
ผ่านทางวิจัยสรรพคุณ \’ดินขาวเคโอลิน\’ ใช้เคลือบผลไม้คุมโรคแอนแทรกฯ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ภาวะโลกร้อน…ความแปรปรวน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลต่อ ระบบนิเวศน์ การเจริญเติบโต การออกดอก และ ติดผลของพืช ช่วงฤดูร้อนพืชได้รับปริมาณแสงที่มีความเข้มสูงเกินไป… ทำให้เกิดอาการใบไหม้ และ ผลไม้มีสีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ในช่วงหน้าแล้งมักจะขาดแคลนน้ำและความเข้มแสงสูง แนวทางการผลิตผลไม้ให้มีคุณภาพ ต้องควบคุมด้วยการใช้ สารกำจัดแมลง และ โรคพืช ในอัตราและปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะระยะเก็บเกี่ยวให้ต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุมของอียู หรือหน่วยงานของประเทศนั้นๆ และต้องมีสีผิวตรงตามสายพันธุ์ จึงจะส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้
นักวิจัย ได้ทดลองนำ ดินขาวเคโอลินมาใช้ เคลือบผลไม้ขณะที่ยังอยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยว จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเพิ่มคุณภาพ ทั้งยังสามารถควบคุมแมลงและโรคพืชได้อีกด้วย
รศ.ดร.คณพล จุฑามณี
รศ.ดร.คณพล จุฑามณี ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า ดินขาวเคโอลิน (Kaolin) หินที่มีแร่ Kaolinite พบได้ในหลายที่ ส่วนบ้านเราพบมากที่ จังหวัดลำปาง ระนอง สุราษฎร์ธานี ปราจีนบุรี และ อุตรดิตถ์
ดินขาวเคโอลิน…ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิก เช่น ถ้วยชาม เครื่องสุขภัณฑ์ เครื่องประดับ เป็นส่วนประกอบในยาสีฟัน…ด้านการเกษตร สหรัฐอเมริกาได้พัฒนาให้อยู่ในรูปสารการค้าชื่อ Surround WPTM นำมาพ่นให้กับพืช จะมีลักษณะเป็นฟิล์มสีขาวเคลือบลำต้น ใบ และ ผลได้ ฟิล์มนี้ คุณสมบัติป้องกันการเข้าทำลายของแมลง และ การวางไข่ของแมลงจำพวกเพลี้ย สามารถสะท้อนแสงได้ ทำให้ลดความ ร้อนที่พืชได้รับจึงมี อัตราการสังเคราะห์แสงที่สูงขึ้น และ สามารถเพิ่มผลผลิตได้ เช่น แอปเปิ้ล เกรฟฟรุต วอลนัท และ อัลมอนด์…
คณะผู้วิจัยได้ ทดลองนำดินขาวเคโอลินจากแหล่งต่างๆมาพัฒนาเป็นสารเคลือบใบ และ ผลไม้ โดยพบว่า ดินขาวเคโอลินแม่ทะ จังหวัดลำปาง และดินขาวเคโอลิน จากจังหวัดอุตรดิตถ์ มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นสารเคลือบใบและผลไม้ได้
การใช้ดินขาวเคโอลินเคลือบผลไม้.
รศ.ดร.คณพล บอกอีกว่า จากการศึกษาในแปลงปลูกส้ม พันธุ์วาเลนเซีย ของ มูลนิธิโครงการหลวง ได้ทำการ ฉีดพ่นสารเคโอลิน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ในช่วงผลส้มมีอายุ 7 เดือนจนถึงเก็บเกี่ยว พบว่า สารเคโอลินทำให้คุณภาพผลส้มดีขึ้น ทั้ง ปริมาณน้ำตาล ปริมาณกรดวิตามินซี ในน้ำคั้นมีปริมาณมากกว่าการห่อผล และ สามารถลดจำนวนเพลี้ยแป้งบนเปลือกได้
ส่วนการทดลองใน มะม่วงพันธุ์มหาชนก พบว่า การพ่นดินขาวเคโอลินตั้งแต่เริ่มติดผล จนถึงระยะ ก่อนการเก็บเกี่ยว 1 สัปดาห์ พบว่า ต้นมะม่วงที่ได้รับสารเคโอลินมีอัตราการสังเคราะห์ แสงที่สูงขึ้น จึงทำให้สามารถเก็บผลผลิตได้จำนวนมากขึ้น นอกจากนี้ การ พ่นดินขาวเคโอลินไปเคลือบผลมะม่วง ทำให้ไม่ถูกแสงแดดโดยตรง จึงมีสีแดงตรงตามลักษณะประจำพันธุ์ของมะม่วงมหาชนก และไม่พบการเกิดโรคแอนแทรกโนส
…ในการทดลองกับ ผลไม้ แก้วมังกร พบว่า สามารถ ลดอาการใบไหม้ในฤดูร้อน ทำให้ผลผลิตมีขนาดใหญ่ขึ้น มีความหวานเพิ่มขึ้น และ ลดการระบาดของโรค Brown spot ที่เกิดจากเชื้อรา Dothiorella sp. ซึ่งเกิดจากบาดแผลเนื่องจากการเข้าทำลายของแมลง สามารถควบคุมเพลี้ยอ่อน และ มดดำ ได้อีกด้วย
การวิจัยทั้งหมดได้รับงบประมาณสนับสนุนการวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และส่วนต่อยอดงานประดิษฐ์และพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนใจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกริ๊งกร๊างหา รศ.ดร.คณพล จุฑามณี ที่ 0-2562-5444 ต่อ 1321 หรือคลิกที่ E-mail : Kanapol.j@ku.ac.th
“ไชยรัตน์ ส้มฉุน”
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
- 21 กุมภาพันธ์ 2554, 05:00 น.
-
ล่าสุด
- Sri Lanka Tamils defy ban on rebel memorial
- Anger as Afghan MPs halt women’s bill debate
- India says all issues ‘on the table’ on China PM’s visit
- Japanese switched-at-birth tale moves Cannes
- Pakistan adopts Chinese rival GPS satellite system
- Hong Kong launches first electric taxis
- Philippines rejects Taiwan ‘murder’ claims
- Yahoo Japan suspects 22m IDs stolen
- Lt. Gen. Scaparrotti picked to lead US forces in S.Korea
- Japan PM says shrine visits ‘natural’
- Pakistan mosque bombs kill 13: officials
- Aide to Japanese PM returns from North Korea
-
ลิงก์
- ศาสตร์และศิลป์ที่สอนในเมืองไทย
- SoClaimon.Facebook
- SootinClaimon.google
- DinPuiThai.google
- ChangChoice.Webs
- SoClaimon.blogspot
- Google แผนที่ตำบล 76 จังหวัด
- คำไทย:ThaiWords
- คำไทย:ThaiWords
- SoClaimon.Twitter
- แหล่งสรรพศาสตร์ศิลปวิทยาในเมืองไทย
- crystal-cream.com
- นพ. ต่อพงศ์ คล้ายมนต์
- Apichaya Claimon
- พญ.อภิชญา คล้ายมนต์
- ชมรมดินปุ๋ยบนเว็บ
- ตระกูล “คล้ายมนต์”
-
คลังเก็บ
- พฤษภาคม 2013 (1912)
- เมษายน 2013 (3184)
- มีนาคม 2013 (3832)
- กุมภาพันธ์ 2013 (3775)
- มกราคม 2013 (4245)
- ธันวาคม 2012 (4992)
- พฤศจิกายน 2012 (6067)
- ตุลาคม 2012 (5167)
- กันยายน 2012 (4160)
- สิงหาคม 2012 (6734)
- กรกฎาคม 2012 (4770)
- มิถุนายน 2012 (2887)
-
หมวดหมู่
- กรมวิชาการเกษตร-กสิกรรม
- กรมวิทยาศาสตร์บริการ
- กรมอุตุนิยมวิทยา
- ข้อมูลสมุนไพร
- คมชัดลึก
- ความรู้-ศัพท์
- Agrochemical
- ธาตุอาหารพืช
- ลักษณะขาดธาตุอาหารของพืช
- ศัพท์
- สถานการณ์พืชเศรษฐกิจ
- สรีรวิทยาของพืช
- หนังสือแนะนำ
- การใช้ปุ๋ยอินทรีย์กับพืชไร่เศรษฐกิจ
- การใช้ปุ๋ยเคมีในระบบปลูกพืชไร่
- คำแนะนำการใช้ปุ๋ยพืชไร่
- ปรับปรุงดินและใช้ปุ๋ยกับพืชไร่
- ปุ๋ยและการใช้ปุ๋ย
- พัฒนาคำแนะนำใช้ปุ๋ยพืชไร่
- สรุปงานวิจัยดินปุ๋ยพืชไร่ครั้งที่1
- Building Soils for Better Crops
- Fertilizer Best Management Practices
- Fertilizer Manual
- Fertilizers and their use
- Hydroponics: the complete guide to gardening without soil
- Micronutrients for Sustainable Production
- Plant Analysis Reference Procedures
- เกษตรอินทรีย์
- เศรษฐกิจพอเพียง
- Fertilizer news and articles
- Plant Nutrition
- Soil Taxonomy 2Ed.
- คำแนะนำด้านพืช
- คำแนะนำด้านสัตว์
- งานวิจัยดินปุ๋ย
- บ้านและสวน
- ผลิตภัณฑ์
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- วารสารส่งเสริมการเกษตร
- สทท NBT
- สำนักข่าวอิศรา
- อสมท MCOT
- เดลินิวส์ออนไลน์
- เทคโนโลยีชาวบ้าน
- เส้นทางเศรษฐี
- แนวหน้า
- แผนที่
- โพสต์ทูเดย์
- ไทยพีบีเอส Thai PBS
- ไทยรัฐออนไลน์
- ไทยโพสต์
- BangkokPost
- Blog Stat
- FAO EcoCrop
- KU eMagazine
- NewCROP
- ThaiEurope
- The Nation
- Uncategorized
-
RSS
Entries RSS
Comments RSS


