ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

พลิกนาเป็นดงโสน แปรข้าวเป็นเห็ดตับเต่า

http://www.thairath.co.th/content/edu/353541

  • 26 มิถุนายน 2556, 05:00 น.

Pic_353541

“เลิกแล้วครับ ผมเลิกทำนาแล้วครับ หันมาเพาะเห็ดตับเต่าขายอย่างเดียว ปลูกโสนไว้ 5 ไร่ เก็บเห็ดได้วันละ 15-20 กก. แต่ถ้าช่วงไหนผลผลิตออกมาดีจะได้วันละ 40-50 กก. ปีหนึ่งถึงจะเก็บได้แค่ 4 เดือน พ.ค.-ส.ค. ได้เงินประมาณ 3-4 แสนบาท ดีกว่าทำนาให้แน่นอกเป็นไหนๆ”

สมยศ วงษ์สถิตย์ อายุ 60 ปี ชาวนา ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่หันมาเพาะเห็ดอย่างเป็นล่ำเป็นสัน คุยให้ฟัง

แม้เนื้อเพลงมนต์รักลูกทุ่ง ของครูไพบูลย์ บุตรขัน จะว่าไว้…เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง มองเห็นบัวสล้างลอยปริ่มอยู่ริมบึง …แต่เห็ดตับเต่าที่นี้ไม่ได้ขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง

แต่อวดโฉมอยู่ใต้ร่มดงโสนแทน…ยามนี้ใครไปเยือน ต.สามเรือน จะเห็นหลายหมู่บ้านเต็มไปด้วยดงต้นโสนงามพลิ้วสายลม ออกดอกเหลืองอร่าม คราวไร้ดอกจะอวดก้านใบเขียวขจี ด้วยเจ้าของจงใจปลูกดูแลอย่างดี ไม่ปล่อยให้แห้งตายเหมือนก่อนอีกต่อไป

เนื่องจากใต้ต้นโสนเป็นขุมเงินขุมทอง… แหล่งเพาะเห็ดตับเต่า ราคา กก. 80–100 บาท

ส่วนความเป็นมาของการเอาดงโสนมาเป็นแหล่งเพาะเห็ดตับเต่านั้น เอนก วงษ์สถิตย์ พี่ชายของสมยศ เล่าว่า เดิมทีเป็นคนภาคอีสานแต่มา
ทำงานอยู่ที่นี่ เห็นเห็ดตับเต่าก็เก็บมากิน คนในพื้นที่เห็นเข้าก็ลองทำตาม ปรากฏว่ารสชาติถูกใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายรายการ น้ำยาขนมจีน แกงเปอะ ยำ ลาบ ผัดกะเพรา ลวกจิ้มน้ำพริก แม้กระทั่ง…ไข่เจียวเห็ดตับเต่าสับ แค่ได้ข้าวสวยหอม กรุ่นสัก 1 จาน รับประกันว่าอิ่มอร่อยได้ 1 มื้อ

จึงพยายามทดลองหาวิธีเพาะ ในที่สุดพบว่าใต้ดงโสนนี่แหละให้ผลดีที่สุด…ดีกว่าไปเพาะที่อื่น

วิธีการก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำเชื้อเห็ดตับเต่ามาผสมกับน้ำ อาจเพิ่มด้วยกากน้ำตาลอ้อยอีกเล็กน้อย หมักไว้ประมาณ 1 เดือนถึงเดือนครึ่ง จากนั้นนำมาฉีดพ่นบริเวณใต้ต้นโสน และให้น้ำวันละ 1 ครั้ง เพื่อให้ดินชุ่มชื้น…ประมาณ 1 อาทิตย์เห็ดตับเต่าจะผุดขึ้นมา ให้เก็บได้วันละ 2 ครั้ง…เช้ากับเย็น

เรื่องตลาดไม่ต้องห่วง เก็บได้เท่าไร มีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน แต่ละวันจะได้มากน้อยขึ้นอยู่กับเนื้อที่เพาะของแต่ละคน แม้ทุกวันนี้จะมีชาวบ้านทำกันหลายราย แต่ผลผลิตยังไม่พอขาย

ส่วนตัวของเอนก ผู้ริเริ่มเพาะเห็ดตับเต่า ปลูกดงโสนไว้เพียง 2 ไร่ เก็บได้วันละ 2–4 กก. ถึงจะได้ไม่มาก แต่ก็ภูมิใจแล้วกับอาชีพอิสระ เพราะช่วยให้มีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นมาอีกเดือนละ 6–7 พันบาท.
สัจภูมิ ละออ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย สัจภูมิ ละออ
  • 26 มิถุนายน 2556, 05:00 น.

กรกฎาคม 16, 2013 Posted by | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ปลูกโสนขายดอก-รายได้ดีที่บ้านหมี่

ปลูกโสนขายดอก-รายได้ดีที่บ้านหมี่

ปลูกโสนขายดอก-รายได้ดีที่บ้านหมี่ : โดย … สรศักดิ์ ทับทิมพราย

          บางคนอาจมองข้ามต้นโสน ที่ขึ้นตามชายคลองและชายทุ่งนา แต่สำหรับเกษตรกรชาว ต.มหาสอน และต.บางพึ่ง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี กลับมองว่าเป็นพืชปลุกง่าย ขายคล่อง จึงแห่ปลูกโสนเก็บดอกขาย ปรากฏว่าสร้างรายเป็นอย่างดี พ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงหน้าบ้านในราคา กก.ละ 32 บาท ปลูกในพื้นที่ 3-4 งาน มีรายได้วันละหลายร้อยบาท

อัมพร ก่อแก้ว เกษตรกรวัย 45 ปี จาก ต.มหาสอน อ.บ้านหมี่ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หันมาปลูกโสน บอกว่า เริ่มปลูกโสนหลังน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้ว (2554) โดยไปซื้อต้นกล้าพันธุ์ที่เพาะแล้วมาปลูกในราคาถาดละ 700 บาท ได้ประมาณ 300-350 ต้น เป็นโสนพันธุ์เกษตรใช้เวลานาน 3 เดือนก็สามารถเก็บดอกขายได้ ปัจจุบันมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ในราคา กก.ละ 32 บาท

“การปลูกต้นโสน ไม่ต้องมีอะไรมาก ไม่ต้องใส่ปุ๋ย ไม่ต้องบำรุงดิน เพียงปลูกในที่ชื้นมีน้ำตลอด ที่สำคัญไม่มีแมลงศัตรูพืช ปลูกครั้งเดียวเก็บดอกขายได้ทั้งปี พอต้นโสนแก่ก็จะตัดต้นแค่ครึ่งต้น แล้วปล่อยให้แตกยอดใหม่เก็บขายได้ทั้งปี บางคนเก็บดอกโสนเพียงช่วงเช้าวันละ 2-3 ชม.ได้วันละ 4-5 กก.มีรายได้วันละ 200 กว่าบาท บางรายปลูกมากเก็บดอกขายวันละ 8-10 กก.มีรายได้ถึงกว่า 300 บาทต่อวัน” อัมพร กล่าว

ด้าน สารตา วันกรีนนท์ เกษตรวัย 47 ปี จาก ต.มหาสอน เช่นกัน บอกว่า เพิ่งปลูกต้นโสนใหม่ได้ไม่กี่เดือน เพราะต้นเดิมที่ปลุกไว้ถูกน้ำท่วมตายหมด มีพื้นที่ปลุก 6 งาน สามารถเก็บดอกโสนขายได้วันละกว่า 15 กก.ได้เงินวันละ 450-500  บาท มีเท่าไรพ่อค้ารับซื้อไม่อั้น ชั่งได้เท่าไหร่จ่ายเงินสดทันที

ส่วน มาลัย โพธิ์พานิชการ อายุ 53ปี จาก ต.บางพึ่ง อ.บ้านหมี่ บอกว่า เกษตรกรที่ปลูกโสนในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เคยถูกน้ำท่วม ริมคลอง ชายทุ่ง ผู้ที่มีพื้นที่เล็กน้อยแต่สามารถเก็บดอกโสนได้วันละกว่า 10 กก. มีรายได้ทุกวัน วัน ละกว่า 300 บาท แต่ต้องขยันออกไปเก็บดอกโสนตอนเช้าหากเก็บสายถึงบ่ายดอกจะบานขายไม่ได้แล้ว

ขณะที่ ชูชีพ อุทะโก เกษตรอำเภอบ้านหมี่ บอกว่า เกษตรกรปลูกโสนเอาไว้ขาย ทางเกษตรอำเภอมีนักวิชาการออกไปช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรได้รู้จักว่าในช่วงไหนเป็นอย่างไรที่จะเก็บ หากมีปัญหามีแมลงลงให้รีบแจ้งเกษตรอำเภอ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นมีแมลงหรือศัตรูพืชลงในแปลงปลูกดอกโสนแต่อย่างใด

สำหรับดอกโสน สามารถนำไปปรุงอาหารได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน นำไปผัดน้ำมันจิ้มน้ำพริกกะปิ หรือนึ่ง คลุกมะพร้าวใส่น้ำตาลทรายก็อร่อยดี

———-

(หมายเหตุ : ปลูกโสนขายดอก-รายได้ดีที่บ้านหมี่ : โดย … สรศักดิ์  ทับทิมพราย)

———-

มิถุนายน 3, 2012 Posted by | คมชัดลึก, เกษตร_ | , , , , | ใส่ความเห็น

การใช้โสนเป็นปุ๋ยพืชสดก่อนข้าวในดินนาเขตน้ำฝนในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (S590.2 ก271 2538)

ผ่านทางagdb1.

ผู้ แต่ง: สมศรี อรุณินท์; Somsri Arunin; ไพรัช พงษ์วิเชียร
ชื่อ เรื่อง: การใช้โสนเป็นปุ๋ยพืชสดก่อนข้าวในดินนาเขตน้ำฝน ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
Article title: Use of sesbania as green manure for rainfed lowland rice in Southeast Asia
ชื่อ เอกสาร : เอกสารประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการงาน วิชาการ กรมพัฒนาที่ดิน ครั้งที่ 3
Source title : Proceedings of the third conference of Land Development Department
หน่วย งานจัดพิมพ์: กรมพัฒนาที่ดิน
สถาน ที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปี พิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 490-502
จำนวน หน้า: 566 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่ง ติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (S590.2 ก271 2538)
หมวด หลัก: F04-Fertilizing
อร รถาภิธาน-อังกฤษ: ORYZA SATIVA; SESBANIA; GREEN MANURES; GROWTH; YIELDS; LOWLAND; SOUTH EAST ASIA; PADDY SOIL
ดรรชนี-ไทย: ข้าว, โสน, การทำนาน้ำฝน, ปุ๋ยพืชสด, ผลผลิต
บท คัดย่อ: โสนอัฟริกัน (Sesbania rostrata) เป็นพืชปุ๋ยสดที่มีศักยภาพสูงในการใช้ปรับปรุงบำรุงดินนาน้ำฝนที่มีความอุดม สมบูรณ์ต่ำมาก สามารถใช้ทดแทนหรือใช้ร่วมกับปุ๋ยไนโตรเจน โดยหลังจากการสับกลบจะปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่พืชที่ปลูกตามมาโดยเฉพาะข้าว งานทดลองนี้ได้สอดคล้องกับงานทดลองที่ได้ดำเนินการในประเทศลาว กัมพูชา เวียดนนาม พม่า อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นโครงการเครือข่ายงานระหว่างประเทศ โดยความร่วมมือของสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ และ Swiss Development Cooperation เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนผลงานวิจัย โดยใช้โสนอัฟริกันเป็นพืชปุ๋ยสดหลักแล้วเปรียบเทียบกับพืชตระกูลถั่วในท้อง ถิ่น ร่วมกับการจัดการธาตุอาหารพืชซึ่งเป็นงานวิจัยร่วมที่ได้ดำเนินการในประเทศ ต่างๆ ดังกล่าว
หมาย เลข: 058775 TAB440794 สั่งสำเนา เอกสาร
ค้น ข้อมูลใกล้เคียง: มี คำสำคัญเหมือนกัน ผู้ แต่งคนเดียวกัน

พฤษภาคม 9, 2010 Posted by | งานวิจัยดินปุ๋ย, ดินปุ๋ยข้าว | , , , , | ใส่ความเห็น

การใช้ปุ๋ยชีวภาพเพิ่มผลผลิตข้าวของเวียตนาม

ผ่านทางagdb1.

ผู้ แต่ง: ธงไชย ทองอุทัยศรี
ชื่อ เรื่อง: การใช้ปุ๋ยชีวภาพเพิ่มผลผลิตข้าวของเวียตนาม
ภาษา: ไทย
ชื่อ วารสาร: เคหการเกษตร
วัน ที่: ม.ค. 2538
ฉบับ ที่/หน้า: 19(1) หน้า 180-185
หมวด หลัก: F04-Fertilizing
ดรรชนี-ไทย: ข้าว, ปุ๋ยชีวภาพ, AZOLLA PINNATA, โสน, การใช้ปุ๋ย, ผลผลิต, การทำนา, เวียดนาม
หมาย เลข: 064838 TAB432042

พฤษภาคม 6, 2010 Posted by | งานวิจัยดินปุ๋ย, ดินปุ๋ยข้าว | , , , , , , , | ใส่ความเห็น

“โสน”ด้วงจากต้นอร่อย

21 เมษายน 2552, 06:00 น.

“โสน”ด้วงจากต้นอร่อย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_859

คนส่วนใหญ่ จะรู้จัก “โสน” เป็นอย่างดี เพราะดอกกับยอดอ่อนของ “โสน” รับประทานได้ทั้งแบบสดหรือลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริกชนิดต่างๆได้ อร่อยมาก บางคนนิยมเอาไปผัดกับน้ำมันแล้วราดน้ำกะทิเล็กน้อยกินกับน้ำพริกมะขาม หรือชุบไข่ทอดทำแกงส้มใส่ปลาทะเลรสชาติเด็ดขาดนัก ที่สำคัญดอก “โสน” ยังสามารถนำไปทำเป็นขนมหวานได้อีก เรียกว่า “ขนมดอกโสน” นิยมรับประทานกันแพร่หลายมาช้านานแล้ว

สมัย เป็นเด็กบ้านนอกจำได้ว่า ต้น “โสน” มักมีขึ้นอยู่ตามที่ชื้นแฉะ หรือที่ลุ่มต่ำริมชายน้ำลำคลองและริมคันนามากมาย โดยจะขึ้นเป็นกลุ่มๆหลายๆต้น มีดอกเป็นสีเหลืองเต็มต้น ซึ่งต้นจะตายง่ายและ ในลำต้น มักมีตัวหนอนเจาะเข้าไปออกไข่และฟักเป็นตัวอยู่ กลางลำต้นตลอดทั้งต้น เมื่อต้นตายผ่าออกจะพบตัวหนอนอวบอ้วนจำนวนมากเอาไปดองกับน้ำเกลือกินกับ น้ำพริกอร่อยมาก

บางคนคั้นน้ำกะทิสดข้นๆใส่ ภาชนะแล้วเอาตัวหนอนเป็นๆใส่ลงไป ตัวหนอนจะดูดกินน้ำกะทิจนแห้งหมด ทำให้ตัวหนอนเหล่านั้นอ้วนมัน จากนั้นเอาตัวหนอนไปผัดกับผักกินเป็นอาหารอร่อยมาก ซึ่งตัวหนอนนี้เรียกว่า “ด้วงโสน” สมัยก่อนมีราคาแพง นานๆจะมีคนเอาไปขายในตลาดสักครั้ง คนมีเงินหรือมีสตางค์ สมัยก่อนนิยมรับประทานอย่างกว้างขวาง โดยในส่วนนี้น้อยคนนักจะรู้จัก ปัจจุบันไม่มีแล้ว

ในทางสมุนไพร หรือ ประโยชน์ทาง ยา ใบ รสจืดเย็น ตำผสมกับดินประสิวและดินสอพองทาหรือพอกฝีแก้ปวด ถอนพิษดีมาก ดอก รสหวานเย็น กินสมานลำไส้ ราก รสจืด ต้มน้ำดื่มแก้ร้อนในกระหายน้ำได้

โสน หรือ SESDANIA ROXBURGHIS MERRIL อยู่ในวงศ์ PAPILIONEAE ต้นสูง 2-4 เมตร ต้นและกิ่งก้านหักง่าย ไม่มีแก่น แตกกิ่งก้านเยอะในส่วนปลายยอด เป็นพุ่ม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ก้านใบสั้น ใบย่อยออกเป็นคู่ๆ 10-30 คู่ มีขนาดเล็กคล้ายใบมะขาม? หรือใบกระถิน ออกตรงกันข้าม เป็นรูปขอบขนาน สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย 10-15 ดอก กลับดอกดูคล้ายรูปผีเสื้อ มีจำนวน 5 กลีบ เป็นสีเหลืองสด ดอกออกช่วงฤดูร้อน “ผล” เป็นฝักคล้ายกระเช้า หรือคล้ายฝักถั่วเขียว แต่จะยาวกว่า มีเมล็ดจำนวนมาก ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด มีชื่อเรียกอีกคือ โสนกินดอก โสนหิน (ภาคกลาง) ผักฮอง-แฮง (ภาคเหนือ) และสีปรีหลา (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ครับ.

“นายเกษตร”

มีนาคม 2, 2010 Posted by | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น