ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

เพชรสังฆาต – เรื่องน่ารู้

http://www.dailynews.co.th/agriculture/206306

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2556 เวลา 00:00 น.

เพชรสังฆาตเป็นไม้เถา เถาอ่อนสีเขียวเป็นสี่เหลี่ยม เป็นข้อต่อกัน มีมือสำหรับเกาะยึดออกตามข้อต่อตรงข้ามใบ ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับตามข้อต้น รูปสามเหลี่ยม ปลายใบมน โคนใบเว้า ขอบใบหยักมนห่างๆ แผ่นใบเรียบสีเขียวเป็นมัน  ก้านใบยาว 2-3 ซม. ดอก ออกเป็นช่อตามข้อต้นตรงข้ามกับใบ ดอกสีเขียวอ่อน กลีบดอกมี 4 กลีบ โคนด้านนอกมีสีแดง ด้านในสีเขียวอ่อน เมื่อบานเต็มที่ดอกจะงองุ้มไปด้านล่าง เกสรเพศผู้มี 4 อัน ผล รูปทรงกลม ผิวเรียบเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว สุกสีแดงเข้มเกือบดำ เมล็ดกลม สีน้ำตาล มี 1 เมล็ด ในตำราแพทย์แผนไทยนำน้ำจากต้นใช้หยอดหู แก้น้ำหนวกไหล หยอดจมูก แก้เลือดเสียในสตรีประจำเดือนไม่ปกติ เป็นยาธาตุเจริญอาหาร ใบยอดอ่อน ใช้รักษาโรคลำไส้เกี่ยวกับอาหารไม่ย่อยใบและรากเป็นยาพอกเถาใช้รักษาริดสีดวงทวารหนัก.

มิถุนายน 25, 2013 Posted by | คำแนะนำด้านพืช, เกษตร, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

“เพชรสังฆาต” แก้ไขมันอุดตันถุงน้ำดี

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/256559

30 เมษายน 2555, 05:00 น.

Pic_256559

เพชรสังฆาต

โรคนี้ เป็นแล้วท้องจะอืดแน่นหายใจลำบากคล้ายกับเป็นโรคไต หากเป็นระยะแรกให้เอา เถา “เพชรสังฆาต” สด 3 ขีด ล้างน้ำให้สะอาด สารส้ม 1 ก้อนโตหน่อย นำเถา “เพชรสังฆาต” ลงต้มกับน้ำเกือบ 1 ลิตร หรือกะด้วยสายตาจนเดือดแล้วเอาสารส้มใส่ภาชนะลงไปแกว่ง 3-4 รอบ ยกลง ปล่อยให้น้ำเย็นดื่มครั้งละครึ่งแก้วก่อนอาหารเช้าและเย็น ทำกิน 5-7 วัน จะช่วยให้อาการท้องอืดเนื่องจากไขมันอุดตันถุงน้ำดีดีขึ้นและหายได้ หากมีอาการอักเสบรูทวารหนักบวม จะช่วยให้หายได้อีกด้วย

เพชรสังฆาต หรือ CISSUS QUADRAN-GULARIS LINN. อยู่ในวงศ์ VITACEAE เป็นไม้เถาเลื้อย เป็นข้อปล้อง มีต้นขายทั่วไปที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ มีชื่อเรียกอีกคือ ชั่นข้อ, สันชะควด และ สามร้อยต่อ ตำรายาไทย เถาสดกินแก้ริดสีดวงทวาร วันละ 1 ข้อ ให้ครบ 3 วัน โดยหั่นบางๆ ใช้เนื้อมะขามเปียกหรือเนื้อกล้วยสุกหุ้มกลืน เพราะเถาสดอาจทำให้คันคอได้

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5 ของ “นายเกษตร” พิมพ์จำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลย ส่วนเล่มที่ 4 เหลือไม่ถึง 20 เล่ม ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท เท่ากัน ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ. 48 ปณ. สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพชรสังฆาตแคปซูล แก้ริดสีดวงทวาร, เซรั่มสกัด จากธัญพืชเพิ่มวิตามินซี และเนื้อทองคำแท้ บำรุงผิวหน้า, ครีมโลดทนง เพิ่มสมุนไพรอีกหนึ่งชนิด รักษาสิวฝ้ารูขุมขนตีบลง, ครีมบำรุงกลางวัน และ ครีมบำรุงกลางคืน เพิ่มสมุนไพรหลายชนิดช่วยให้ผิวหน้าสดชื่นแบบธรรมชาติ,คอลลาเจนบริสุทธิ์ ทาหน้าช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลีแก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์ลดเบาหวาน บำรุงไตบำรุงกำลัง, ขมิ้นพอกหน้า ช่วยให้หน้าตึงใส โทร. 0–2275–2692 ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 30 เมษายน 2555, 05:00 น.

พฤษภาคม 5, 2012 Posted by | เกษตร, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , , | ใส่ความเห็น

ผลของการใช้เพชรสังฆาตในการรักษาโรคริดสีดวงทวารที่มีอาการเฉียบพลัน

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=689

ย่อยข่าวงานวิจัย

ผลของการใช้เพชรสังฆาตในการรักษาโรคริดสีดวงทวารที่มีอาการเฉียบพลัน

การศึกษาประสิทธิผลและผลข้างเคียงของการใช้สมุนไพรเพชรสังฆาตในผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวาร ระยะเฉียบพลัน จำนวน 570 คน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับยาที่มีส่วนผสมของฟลาวานอยด์ (Daflon 500 มก./เม็ด) กลุ่มที่ได้รับสมุนไพรเพชรสังฆาต (500 มก./เม็ด) และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ในช่วง 4 วันแรก ให้รับประทานครั้งละ 3 เม็ด เช้าและเย็น หลังอาหาร และช่วง 3 วันหลัง ได้รับครั้งละ 2 เม็ด เช้าและเย็น หลังอาหาร ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินอาการต่างๆ คือ เลือดออกทางทวารหนัก เมือก อาการคัน รอยแดง หรืออักเสบรอบทวารหนัก และการสัมภาษณ์เพื่อสอบถามอาการ รวมทั้งมีการตรวจเลือดและติดตามผลข้างเคียงของการได้รับยาหรือสมุนไพรควบคู่ไปพร้อมกันด้วย ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยในทุกกลุ่มส่วนใหญ่อาการเลือดออกเฉียบพลันจะหยุดในวันที่ 2 ของการให้ยา และมีอาการดีขึ้นหลังการให้ยาครบ 7 วัน ประสิทธิผลของการรักษาในผู้ป่วยทุกกลุ่มไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และไม่มีผลข้างเคียงเกิดขึ้น สรุปได้ว่าเพชรสังฆาตให้ผลในการรักษาริดสีดวงทวารในระยะเฉียบพลันไม่แตกต่างจากยาที่มีส่วนผสมของฟลาวานอยด์และยาหลอก แสดงว่าเพชรสังฆาตไม่มีผลช่วยในการรักษาริดสีดวงทวารในระยะเฉียบพลัน ดังนั้นควรจะมีการศึกษาเพิ่มเติมในระยะยาว เพื่อดูว่าสมุนไพรเพชรสังฆาตมีผลในการป้องกันและรักษาให้หายขาดจากโรคริดสีดวงทวารได้หรือไม่

J Med Assoc Thai 2010;93(12):1360-7.


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

มีนาคม 15, 2012 Posted by | ข้อมูลสมุนไพร, ย่อยข่าวงานวิจัย | , | ใส่ความเห็น

ผลของสารสกัดเพชรสังฆาต และตำรับยาที่มีเพชรสังฆาตเป็นส่วนประกอบต่อผู้ที่เป็นโรคอ้วน

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=321.

ย่อยข่าวงานวิจัย

ผลของสารสกัดเพชรสังฆาต และตำรับยาที่มีเพชรสังฆาตเป็นส่วนประกอบต่อผู้ที่เป็นโรคอ้วน

สารสกัดเพชรสังฆาต (CQR-300) และตำรับยาที่มีเพชรสังฆาตเป็นส่วนประกอบ (CORE) เมื่อนำไปทดสอบในหลอดทดลอง พบว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จากนั้นได้นำสาร CQR-300 และตำรับยา CORE มาทดสอบในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ผู้ที่อ้วน และผู้ที่น้ำหนักปกติจำนวน 168 คน ทั้งเพศชาย และหญิง อายุระหว่าง 19 – 50 ปี BMI อยู่ในช่วง 25 – 48.7 กก./ม.2 และน้ำหนักอยู่ในช่วง 70.6 – 142 กก. โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมที่มี BMI > 30 และได้รับยาหลอก แต่จำกัดอาหารให้ได้รับ 2,100 Kcal/วัน กลุ่มที่ 2 BMI > 30 ได้รับตำรับยา CORE ขนาด 1,028 มก./วัน โดยไม่จำกัดอาหาร กลุ่มที่ 3 และ 4 มี BMI > 30 แต่ได้รับ CORE (1,028 มก./วัน) และ CQR-300 (300 มก./วัน) ตามลำดับ และควบคุมอาหารให้ได้รับ 2,100 Kcal/วัน และกลุ่มที่ 5 มี BMI 24-29.9 และได้รับตำรับยา CORE ขนาด 1,028 มก./วัน และไม่จำกัดอาหาร โดยทำการศึกษานาน 6 สัปดาห์ ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก และ CQR-300 และศึกษานาน 8 สัปดาห์ ในกลุ่มที่ได้รับ CORE ผลการศึกษาพบว่าผู้ที่อ้วนและได้รับ CQR-300 จะมีน้ำหนักร่างกายลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม โดย BMI ลดลง 5.4% ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับ CORE BMI ลดลง 8.5% และในกลุ่มที่ได้รับ CQR-300 เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ระดับคอเลสเตอรอลรวมจะลดลง 18% ระดับ LDL-คอเลสเตอรอลลดลง 29% ไตรกลีเซอไรด์ลดลง 21.7% และระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting blood sugar) ลดลง 14.6% และเพิ่มระดับ HDL-คอเลสเตอรอล 21.1% ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับ CORE ระดับคอเลสเตอรอลรวมลดลง 26% LDL-คอเลสเตอรอลลดลง 32.4% ไตรกลีเซอไรด์ลดลง 28% ระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) ลดลง 16.1% และระดับ HDL-คอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น 43% นอกจากนี้ทั้ง CORE และ CQR-300 ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยลดระดับ malondialdehyde (MDA) ในเลือด ดังนั้นจากการทดลองสรุปได้ว่า สารสกัด CQR-300 และตำรับยา CORE สามารถลดน้ำหนัก ระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งลดระดับไขมันในเลือด และลดการเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจในผู้ที่มีน้ำหนักเกินและอ้วนได้

Lipids in Health and Disease 2007;6:4


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

กันยายน 4, 2011 Posted by | ข้อมูลสมุนไพร, ย่อยข่าวงานวิจัย | , | ใส่ความเห็น

ฤทธิ์แก้ปวด ลดการอักเสบ และผลต่อหลอดเลือดดำของเพชรสังฆาต

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=300.

ย่อยข่าวงานวิจัย

ฤทธิ์แก้ปวด ลดการอักเสบ และผลต่อหลอดเลือดดำของเพชรสังฆาต

การป้อนสารสกัดเมทานอลจากเพชรสังฆาต ขนาด 10, 20 และ 40 มก./กก. มีฤทธิ์แก้ปวดในหนูถีบจักรที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดอาการด้วยกรดอะซีติกและฟอร์มาลิน โดยสารสกัดที่ขนาดสูง จะให้ผลดีใกล้เคียงกับการป้อนยา aspirin (300 มก./กก.) การทาสารสกัดเมทานอล ขนาด 2 มก./หู และการป้อนขนาด 70, 150 และ 300 มก./กก. มีฤทธิ์ลดการอักเสบในหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดอาการบวมที่หูด้วยสาร ethyl phenylpropiolate และเหนี่ยวนำให้เกิดอาการบวมที่อุ้งเท้าด้วย carrageenin ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับการทายา phenylbutazone (1 มก./หู) และการป้อน aspirin (300 มก./กก.) นอกจากนี้ยังมีผลต่อหลอดเลือด โดยสารสกัดที่ขนาด 0.4 มก./มล. จะทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือดดำจากสายสะดือ ซึ่งให้ผลเทียบเท่ากับยา Daflon® ขนาด 0.7 มก./มล. ซึ่งเป็นสารผสม flavonoid 2 ชนิด (90% diosmin+10% hesperidin) ที่ใช้ในการรักษาริดสีดวงทวาร ข้อมูลที่ได้จากการวิจัยนี้เป็นการสนับสนุนการใช้เพชรสังฆาตในการรักษาริดสีดวงทวาร

(J Ethnopharmacol 2007;110:264-70)


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

กันยายน 4, 2011 Posted by | ข้อมูลสมุนไพร, ย่อยข่าวงานวิจัย | , | ใส่ความเห็น

เพชรสังฆาตช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=248.

ย่อยข่าวงานวิจัย

เพชรสังฆาตช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

สารสกัดลำต้นเพชรสังฆาตด้วยเอทานอล (CQE) สามารถลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหารหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นแผลด้วยแอสไพริน สารสกัดขนาด 250, 500 และ 750 มก./กก. ให้หนูกินนาน 7 วัน ลดการเกิดแผลได้ 40, 71.2 และ 72.6% ตามลำดับ เปรียบเทียบกับ ranitidine (RTD) ขนาด 30 มก./กก. ลดการเกิดแผล 71.9% ดังนั้น CQE ขนาด 500 มก./กก. เป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากออกฤทธิ์ใกล้เคียงกับ ranitidine และให้ผลไม่แตกต่างกับขนาด 750 มก./กก. CQE จะลดการทำลายเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหาร โดยไปลดการเกิด lipid peroxidation , xanthine oxidase, myeloperoxidase และเพิ่ม selenium-glutathione peroxidase เมื่อทดสอบความเป็นพิษโดยให้หนูขาวกิน CQE ขนาด 0.5, 1.5, 3.0 และ 5.0 ก./กก. ไม่พบพิษใดๆ (วัดผลที่ 72 ชม. และ นาน 7 วัน)

J Ethnopharmacol 2006;104:302-5 


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

สิงหาคม 23, 2011 Posted by | ข้อมูลสมุนไพร, ย่อยข่าวงานวิจัย | , | ใส่ความเห็น

เพชรสังฆาต

สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด.

กลุ่มยารักษาริดสีดวงทวาร

เพชรสังฆาต

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cissus quadrangularis L.

วงศ์ : Vitaceae

ชื่ออื่น : ขั่น ข้อ (ราชบุรี) สันชะควด (กรุงเทพฯ) สามร้อยต่อ (ประจวบคีรีขันธ์)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้เถา เถาอ่อนสีเขียวเป็นสี่เหลี่ยม เป็นข้อต่อกัน มีมือสำหรับเกาะยึดออกตางข้อต่อตรงข้ามใบ ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับตามข้อต้น รูปสามเหลี่ยม ปลายใบมน โคนใบเว้า ขอบใบหยักมนห่างๆ แผ่นใบเรียบสีเขียวเป็นมัน ก้านใบยาว 2-3 ซม. ดอก ออกเป็นช่อตามข้อต้นตรงข้ามกับใบ ดอกสีเขียวอ่อน กลีบดอกมี 4 กลีบ โคนด้านด้านนอกมีสีแดง ด้านในสีเขียวอ่อน เมื่อบานเต็มที่ดอกจะงองุ้มไปด้านล่าง เกสรเพศผู้มี 4 อัน ผล รูปทรงกลม ผิวเรียบเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว สุกสีแดงเข้มเกือบดำ เมล็ดกลม สีน้ำตาล มี 1 เมล็ด

ส่วนที่ใช้ : น้ำจากต้น เถา ใบยอดอ่อน ราก

สรรพคุณ :

*น้ำจากต้น – ใช้หยอดหู แก้น้ำหนวกไหล หยอดจมูกแก้เลือดเสียในสตรีประจำเดือนไม่ปรกติ เป็นยาธาตุเจริญอาหาร

*ใบยอดอ่อน – รักษาโรคลำไส้เกี่ยวกับอาหารไม่ย่อย

*ใบ ราก – เป็นยาพอก

*เถา – ใช้เป็นยาแก้ ริดสีดวงทวารหนัก

วิธีและปริมาณที่ใช้ :

*ยาแก้ริดสีดวงทวาร
1. ใช้เถาสด 2-3 องคุลีต่อหนึ่งมื้อ รับประทานสดๆ ถ้าเคี้ยวจะคันปากคันคอ เพราะในสมุนไพรนี้จะมีสารเป็นผลึกรูปเข็มอยู่มาก เป็นสารชนิดเดียวกันกับที่พบในต้นบอน ต้นเผือก การรับประทานจึงใช้สอดไส้ในกล้วยสุก หรือมะขาม แล้วกลืนลงไป รับประทาน 10-15 วัน จะเห็นผล
2. ใช้เถาตากแห้ง บดเป็นผง ใส่แคบซูล ขนาดเบอร์ 2 (ผงยา 250 มิลลิกรัม) รับประทานครั้งละ 2 แคบซูล วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน รับประทาน 5-7 วัน อาการจะดีขึ้น รับประทานต่อจะหาย

สารเคมี :
เถา มีผลึก calcium oxalate รูปเข็มเป็นจำนวนมากต้นสด 100 กรัม ประกอบด้วย carotene 267 มก., ascorbic acid (Vitamin C.) 398 มก.

พฤษภาคม 31, 2010 Posted by | ข้อมูลสมุนไพร, คำแนะนำด้านพืช, สรรพคุณสมุนไพร200ชนิด | , , | ใส่ความเห็น