ข้าวหอมมะลิไทยยังปลอดภัย (อีกครั้ง)
http://www.thairath.co.th/column/life/fromfood/295916
5 ตุลาคม 2555, 05:00 น.

ข้าว นอกจากเป็นอาหารหลักของคนไทยแล้ว ยังเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่นำเงินเข้าประเทศปีละ 80,000–100,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงเกษตรกรของไทยในระดับรากหญ้า
แม้ไทยจะผลิตข้าวได้มากเป็นอันดับ 6 ของโลก และเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับต้นๆของโลก ทว่า ความภูมิใจจะดูกันที่ปริมาณผลผลิตอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าปริมาณคือ คุณภาพและความปลอดภัย
โดยเฉพาะการปลอดภัยจากสารเคมีตกค้างและสารพิษต่างๆปนเปื้อน
หน่วยงานภาครัฐได้กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ. 4400-2552) เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับข้าวหอมมะลิขึ้น สำหรับให้ชาวนานำไปใช้เป็นแนวทางในการปลูกข้าวให้มีคุณภาพและปลอดภัย
มาตรฐานนี้ยอมให้ชาวนาใช้สารเคมีอันตรายและสารกำจัดศัตรูข้าวในแปลงนาข้าวหอมมะลิได้เฉพาะชนิดที่ขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่อนุญาตให้ใช้เท่านั้น และกำหนดให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิ ต้องปราศจากสารเคมีอันตรายและสารกำจัดศัตรูข้าวที่ใช้ด้วย
วันนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับข้าวหอมมะลิไทยอีกครั้ง สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างข้าวหอมมะลิ 105 ที่เพาะปลูกในพื้นที่ภาคอีสาน แหล่งปลูกข้าวแหล่งใหญ่ของไทยที่ผลิตข้าวได้มากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ
โดยสุ่มเก็บจาก 4 พื้นที่เพาะปลูกสำคัญ คือ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ รวม 42 ตัวอย่าง เพื่อนำมาวิเคราะห์หายาฆ่าแมลงตกค้าง 2 กลุ่มคือ กลุ่มออร์กาโนคลอรีนจำนวน 10 ชนิด และกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตจำนวน 32 ชนิด
ผลปรากฏว่าไม่พบยาฆ่าแมลงทั้ง 42 ชนิดตกค้างในข้าวหอมมะลิ 105 ทุกตัวอย่าง
ผลปรากฏออกมาเช่นนี้ อาจเป็นเพราะชาวนาไทยมีความรู้และ ความเข้าใจการใช้สารเคมีอันตรายและสารกำจัดศัตรูของข้าวในแปลงนาได้อย่างถูกวิธีและถูกต้อง ทำให้วันนี้ข้าวหอมมะลิไทยยังปลอดภัยอยู่ แต่อย่าชะล่าใจนัก เพราะเราต้องรักษาคุณภาพการผลิตข้าว.

ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย
- 5 ตุลาคม 2555, 05:00 น.
หนุนรัฐระบายสต๊อกข้าวหอมมะลิหลังตลาดช็อก
http://www.thairath.co.th/content/eco/281654

นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย หนุนรัฐระบายสต๊อกข้าวหอมมะลิ หลังตลาดช็อกไม่มีข้าวคุณภาพขาย…
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. นายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงพาณิชย์เปิดระบายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลแบบไม่จำกัดปริมาณในเดือน ส.ค.-ธ.ค.นี้ว่า สมาคมฯ สนับสนุนให้กระทรวงพาณิชย์เปิดระบายข้าวสารในสต๊อก โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่ เพราะในตลาดอยู่ในภาวะตึงตัวมาก และยังเป็นข้าวด้อยคุณภาพ ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระขาดทุนจากการขายข้าวหอมมะลิบรรจุถุง แม้มีต้นทุนสูงขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาได้ เนื่องจากแข่งขันในตลาดสูง
“การระบายสต๊อกข้าวขาวนั้น จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาข้าวในตลาดมากกว่า จึงขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลว่าจะระบายข้าวออกมาอย่างไร โดยการระบายควรเป็นแบบทยอยคราวละไม่มาก เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาตลาด และเปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการประมูล เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม”.
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
- 7 สิงหาคม 2555, 03:15 น.
พะเยาชูข้าวหอมมะลิทุ่งลอโดดเด่น จุดขายเกษตรกรรม
http://www.thairath.co.th/content/edu/278698

ย้ำยุทธศาสตร์หลัก “ที่ดอนปลูกยางพารา ที่นาปลูกข้าวหอมมะลิ” จ.พะเยา ชูข้าวหอมมะลิทุ่งลอ หอม-นุ่มหุงเก็บข้ามคืนไม่เสีย วอน ผวจ.ทุกคนเป็นพ่อเมืองสานต่อเกษตรกรรม…
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2555 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง และ ส.ส.พะเยา กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ด้านการเกษตรของจังหวัดพะเยา ที่มีมาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน คือ “ที่ดอนปลูกยางพารา ที่นาปลูกข้าวหอมมะลิ” เป็นยุทธศาสตร์หลักของพะเยา เนื่องจากอาชีพหลักชาวพะเยาคือเกษตรกรรม การปลูกพืชที่มีมูลค่าต่ำทางเศรษฐกิจ เช่น ข้าวโพด เป็นพืชไร่ ทำให้ส่งผลกระทบต่อการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่ามากขึ้น เพราะเป็นพืชล้มลุก เกษตรกรที่ต้องการได้ผลผลิตและรายได้สูงจึงต้องบุกรุกป่าทุกปี ดังนั้น ที่ดอนจึงต้องเปลี่ยนเป็นยางพารา ซึ่งเป็นพืชที่มีมูลค่าสูงด้านเศรษฐกิจ เมื่อผลผลิตยางพาราให้มูลค่าสูง ทำให้รายได้เกษตรกรดีขึ้นทุกปี ป่าไม้ไม่ถูกบุกรุก เพราะยางพาราทำให้ได้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนด้วย ดังนั้นที่ดอนต้องปลูกยางเพราะไม่เหมาะจะเป็นที่ปลูกของพืชล้มลุก
รอง ปธ.สภาฯ กล่าวต่อว่า ในจังหวัดพะเยาต้องปลูกข้าวหอมมะลิไว้เป็นอาหาร ไม่มีความคิดเรื่องนำยางพาราปลูกในนาข้าว นาข้าวก็ต้องปลูกข้าว โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิของจังหวัดพะเยาที่ขึ้นชื่อถึงระดับประเทศ ส่งออกไปถึงต่างประเทศ ข้าวหอมมะลิที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง รับประทานแล้วทุกคนจะประทับใจในความหอม นุ่ม ละมุนละไมในรสชาติเฉพาะตัวของข้าวหอมมะลิจากทุ่งลอ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดพะเยา และอาจจะใหญ่แห่งหนึ่งในภาคเหนือด้วย ทุกวันนี้มีกลุ่มเกษตรกรใน อ.จุน และ อ.เชียงคำ จ.พะเยา ปลูกข้าวหอมมะลิในทุ่งลอ จนมีการรวมกลุ่มเกษตรกรที่ผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ส่งให้กับบริษัทเอกชนส่งออกไปต่างประเทศ สร้างชื่อให้พะเยาและประเทศไทยอย่างน่าชื่นชม
“เมื่อทั้งยางพาราและข้าวหอมมะลิคือผลิตผลที่มีคุณภาพทางการเกษตร และเป็นอาหารปลอดสารพิษ ในอนาคตครัวไทยจะเป็นครัวโลก ดังนั้น ยุทธศาสตร์ที่ดอนปลูกยางพาราที่นาปลูกข้าวหอมมะลิ จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีการสืบทอดให้คงอยู่ ซึ่งด้านหนึ่งต้องฝากเป็นยุทธศาสตร์หลักถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาทุกคน ที่มาเป็นพ่อเมืองของชาวพะเยา ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้คงอยู่ตลอดไปไม่มีเปลี่ยนแปลง” นายวิสุทธิ์ กล่าว
ด้านนายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานโครงการประวัติศาสตร์ นิเวศวัฒนธรรมเพื่อการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นลุ่มน้ำภาคเหนือ และเครือข่ายลุ่มน้ำโขง-ล้านนา เผยว่า พืชเศรษฐกิจเช่นยางพารานั้น ตนอยากให้มีความหลากหลายในการปลูกพืช จึงไม่ควรปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยว โดยในแปลงยางพาราควรมีพืชล้มลุกที่สามารถปลูกเป็นอาหาร หรือสร้างรายได้ระยะสั้นให้แก่เกษตรกร เพราะอย่างน้อยต้องมีพืชคลุมดิน เพื่อทำให้พืชมีความหลากหลาย เป็นได้ทั้งอาหาร สร้างรายได้ในคราเดียวกันด้วย.
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวภูมิภาค
- 25 กรกฎาคม 2555, 12:05 น.
พาณิชย์แบ่งเกรดหอมมะลิ เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค
http://www.thairath.co.th/content/eco/265754

พาณิชย์ ลุยจัดระเบียบข้าวหอมมะลิ กำหนดเกณฑ์ใหม่เป็น 3 ชั้นจากเดิมเกณฑ์เดียว หวังให้ผู้บริโภคระดับกลางกินของดี คาดสรุปได้ภายใน มิ.ย.นี้…
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยเป็น 3 ชั้น จากเดิมมีมาตรฐานเดียว ได้แก่ ข้าวหอมมะลิไทยชั้นดี มีเนื้อข้าวหอมมะลิ 80-91% ที่เหลือผสมข้าวชนิดอื่น ข้าวหอมมะลิชั้นดีพิเศษเกรด 92-94% และชั้นดีเลิศเกรดเกิน 95% ขึ้นไป ซึ่งจะประกาศหลักการ และสรุปมาตรฐานได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้บริโภคในทางต่างประเทศมีทางเลือกบริโภคข้าว รวมถึงชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูงมีจำนวนมากขึ้น และต้องการสินค้าคุณภาพสูง ผู้ผลิตข้าวไทยจึงจำเป็นที่จะต้องกำหนดมาตรฐานคุณภาพข้าว เพื่อรักษาฐานผู้บริโภคเดิมและขยายตลาดด้วย
“กรมการค้าต่างประเทศ กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาเครื่องการตรวจดีเอ็นเอของข้าวให้ได้มาตรฐาน เพื่อแก้ปัญหาการแบ่งเกรดข้าวที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งจะทราบผลภายใน 2 เดือนข้างหน้า และสามารถประกาศการใช้เกณฑ์ได้ก่อนฤดูกาลข้าวนาปีจะออกสู่ตลาด ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการส่งออก ทำแผนการตลาดและประชาสัมพันธ์เกณฑ์ข้าวหอมมะลิใหม่ เพื่อให้ชาวต่างชาติรับรู้ และหันมาบริโภคข้าวไทยมากขึ้น”.
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
- 4 มิถุนายน 2555, 21:35 น.
เร่งเครื่องผลักดันหอมมะลิ ยึดอันดับข้าวชั้นเลิศตลาดโลก บูรณาการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลา
http://www.naewna.com/local/2697
วันอังคาร ที่ 03 เมษายน พ.ศ. 2555, 16.10 น.
นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารโครงการผลิตข้าวหอมมะลิมาตรฐานเพื่อการส่งออกในทุ่งกุลาร้องไห้ ระยะที่ 2 (ปี 2552-2556) ว่า โครงการดังกล่าวเป็นกิจกรรมบูรณาการพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพเฉพาะด้าน สำหรับผลิตสินค้าจำเพาะเพื่อการส่งออก โดยมีการดำเนินงานในทุกมิติด้านการผลิตจนถึงการตลาด เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการผลิตให้เหมาะสมต่อการผลิตข้าวหอมมะลิ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และประสิทธิภาพการตลาดข้าวหอมมะลิในทุ่งกุลาร้องไห้พื้นที่กว่า 1 ล้านไร่ ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม และยโสธร
ทั้งนี้ในการประชุม คณะอนุกรรมการฯได้ขอให้ฝ่ายเลขานุการนำบทสรุปของผลการดำเนินงานในระยะที่ผ่านมาในระดับหน่วยย่อย ส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ กรมการข้าว กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ตลอดจนหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง นำไปวิเคราะห์ช่องว่างของกิจจกรมที่ยังไม่ได้ดำเนินการ เพื่อร่วมกันพัฒนาผลักดันให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิของทุ่งกุลาร้องไห้เป็นข้าวคุณภาพชั้นเลิศในตลาดโลก และเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่มีชื่อเสียงอย่างยั่งยืนต่อไป
สำหรับสถานการณ์ข้าวไทยในปี 2554 มีการส่งออกข้าวเบื้องต้นประมาณ 10.7 ล้านตัน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่าประมาณ 196,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 16 ในขณะที่ราคาส่งออกเฉลี่ยตันละ 595 เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 0.7 โดยเป็นการส่งออกข้าวหอมมะลิ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 (ม.ค. – มิ.ย.) ประมาณ 2.36 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 63,000 ล้านบาท
ส่วนสถานการณ์ข้าวไทยในปีการผลิต 2554/55 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ประมาณการว่าผลผลิตข้าวมีประมาณ 31 ล้านตัน แยกเป็นข้าวนาปี 20 ล้านตัน ข้าวนาปรัง 11 ล้านตัน ผลผลิตข้าวนาปีลดลงเนื่องจากเกิดปัญหาอุทกภัย แต่ผลผลิตข้าวนาปรังเพิ่มขึ้น
พัฒนาการผลิตหอมมะลิทุ่งกุลา
วันอังคาร ที่ 18 พฤษภาคม 2553 เวลา 0:00 น
ผ่านทางDaily News Online > หน้าเกษตร > พัฒนาการผลิต.
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการบริหารโครงการผลิตข้าวหอมมะลิมาตรฐานเพื่อการ ส่งออกในทุ่งกุลาร้องไห้ ระยะที่ 2 (ปี 2552-2556) มีมติเห็นชอบในการขยายขอบเขตเป้าหมายข้าวหอมมะลิอินทรีย์ในโครงการฯ โดยพิจารณาส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์เพิ่มเติมอีก 4 แสนไร่ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด โดยประมาณการผลผลิตเป้าหมาย 2 แสนตัน ของ 5 จังหวัดในทุ่งกุลาร้องไห้
“โครงการดังกล่าวกระทรวงเกษตรฯ จะให้การสนับสนุนเกษตรกรผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ให้ สามารถผ่านเกณฑ์การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานสากล และตลาดต่างประเทศยอมรับ และสามารถส่งออกได้สูงขึ้นกว่าข้าวหอมมะลิทั่วไปในมาตรฐานจีเอพี ถึง 2 เท่า ซึ่งจะส่งผลทำให้เกษตรกรในทุ่งกุลาร้องไห้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกปีละ 700 ล้านบาท และหากคิดเป็นมูลค่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ในทุ่งกุลาร้องไห้ในพื้นที่ เป้าหมาย 4 แสนไร่ จะสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศกว่า 4,000 ล้านบาท” นายธีระ กล่าว.
-
ล่าสุด
- BoI keeps current incentives to 2014
- Kittiratt pushes investment to offset slumping exports
- K-Asset keen to answer big demand
- FTI nervous about volatility
- Amata gears up for rush of land sales
- PTT seeks partnership for biodiesel
- Toshiba opens B2bn air-conditioner plant
- True looks into starting infrastructure fund
- Thai fund industry scores high
- Apple ‘losing innovation magic’
- Skytrain extension ticket down to B10
- Revenue, car exports up, business confidence down in April
-
ลิงก์
- ศาสตร์และศิลป์ที่สอนในเมืองไทย
- SoClaimon.Facebook
- SootinClaimon.google
- DinPuiThai.google
- ChangChoice.Webs
- SoClaimon.blogspot
- Google แผนที่ตำบล 76 จังหวัด
- คำไทย:ThaiWords
- คำไทย:ThaiWords
- SoClaimon.Twitter
- แหล่งสรรพศาสตร์ศิลปวิทยาในเมืองไทย
- crystal-cream.com
- นพ. ต่อพงศ์ คล้ายมนต์
- Apichaya Claimon
- พญ.อภิชญา คล้ายมนต์
- ชมรมดินปุ๋ยบนเว็บ
- ตระกูล “คล้ายมนต์”
-
คลังเก็บ
- พฤษภาคม 2013 (1961)
- เมษายน 2013 (3184)
- มีนาคม 2013 (3832)
- กุมภาพันธ์ 2013 (3775)
- มกราคม 2013 (4245)
- ธันวาคม 2012 (4992)
- พฤศจิกายน 2012 (6067)
- ตุลาคม 2012 (5167)
- กันยายน 2012 (4160)
- สิงหาคม 2012 (6734)
- กรกฎาคม 2012 (4770)
- มิถุนายน 2012 (2887)
-
หมวดหมู่
- กรมวิชาการเกษตร-กสิกรรม
- กรมวิทยาศาสตร์บริการ
- กรมอุตุนิยมวิทยา
- ข้อมูลสมุนไพร
- คมชัดลึก
- ความรู้-ศัพท์
- Agrochemical
- ธาตุอาหารพืช
- ลักษณะขาดธาตุอาหารของพืช
- ศัพท์
- สถานการณ์พืชเศรษฐกิจ
- สรีรวิทยาของพืช
- หนังสือแนะนำ
- การใช้ปุ๋ยอินทรีย์กับพืชไร่เศรษฐกิจ
- การใช้ปุ๋ยเคมีในระบบปลูกพืชไร่
- คำแนะนำการใช้ปุ๋ยพืชไร่
- ปรับปรุงดินและใช้ปุ๋ยกับพืชไร่
- ปุ๋ยและการใช้ปุ๋ย
- พัฒนาคำแนะนำใช้ปุ๋ยพืชไร่
- สรุปงานวิจัยดินปุ๋ยพืชไร่ครั้งที่1
- Building Soils for Better Crops
- Fertilizer Best Management Practices
- Fertilizer Manual
- Fertilizers and their use
- Hydroponics: the complete guide to gardening without soil
- Micronutrients for Sustainable Production
- Plant Analysis Reference Procedures
- เกษตรอินทรีย์
- เศรษฐกิจพอเพียง
- Fertilizer news and articles
- Plant Nutrition
- Soil Taxonomy 2Ed.
- คำแนะนำด้านพืช
- คำแนะนำด้านสัตว์
- งานวิจัยดินปุ๋ย
- บ้านและสวน
- ผลิตภัณฑ์
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- วารสารส่งเสริมการเกษตร
- สทท NBT
- สำนักข่าวอิศรา
- อสมท MCOT
- เดลินิวส์ออนไลน์
- เทคโนโลยีชาวบ้าน
- เส้นทางเศรษฐี
- แนวหน้า
- แผนที่
- โพสต์ทูเดย์
- ไทยพีบีเอส Thai PBS
- ไทยรัฐออนไลน์
- ไทยโพสต์
- BangkokPost
- Blog Stat
- FAO EcoCrop
- KU eMagazine
- NewCROP
- ThaiEurope
- The Nation
- Uncategorized
-
RSS
Entries RSS
Comments RSS


