Archive for the ‘สัตว์ป่า’ Tag

เอาสัตว์ป่ามาเลี้ยงทำบุญได้บาป ลิงติดโรคของมนุษย์ป่วยกันงอม   Leave a comment


http://www.thairath.co.th/content/edu/288113

3 กันยายน 2555, 08:00 น.
Pic_288113

ความพยายามช่วยเหลือลิงป่าบางชนิด เพื่อไม่ให้สูญพันธุ์ลง กลายเป็นการทำบุญได้บาป โดยเอาโรคของมนุษย์หลายโรคไปติดพวกมัน ทำให้เจ็บป่วยไปตามๆกัน มนุษย์กับลิงมีความใกล้ชิดกันมาก ทำให้เชื้อโรคติดต่อข้ามพันธุ์กันได้โดยง่าย

นักวิจัยมหาวิทยาลัยราคุโน กาคูเอน ของญี่ปุ่น ได้ทำการตรวจเลือดลิงชิมแปนซีที่เลี้ยงอยู่ตามสถานวิจัยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแห่งต่างๆ จำนวนหนึ่งได้พบว่ามันเกิดมีภูมิคุ้มกันของเชื้อโรคมนุษย์ 29 ชนิดด้วยกัน แสดงว่ามันต้องได้รับเชื้อโรคไป “ลิงชิมแปนซีที่เลี้ยงไว้ติดโรคของคนได้ง่ายมาก” นักวิจัยกล่าว และแจ้งว่า พวกมันคงติดไปจากสัตวแพทย์และคนเลี้ยงดู

รายงานข่าวทำนองนี้ ยังพบเกิดกระจัดกระจายตามที่ต่างๆ อีกหลายแห่ง และได้มีการหาวิธีป้องกันอันตรายขึ้น โดยเฉพาะกับสัตว์ที่นำเอามาเลี้ยง ก่อนจะนำพวกมันไปปล่อย กลับคืนสู่ป่า.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 3 กันยายน 2555, 08:00 น.

รณรงค์ค้าสัตว์ป่าในวัด-ตลาดจตุจักร   Leave a comment


http://www.dailynews.co.th/agriculture/119645

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน 2555 เวลา 00:00 น.

นายธีรภัทร  ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช   เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้นำเจ้าหน้าที่ส่วนคุ้มครองสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เจ้าหน้าที่สำนักป้องกัน ปราบปรามและควบคุมไฟป่า และเจ้าหน้าที่ชุดสายด่วน 1362 กรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบและรณรงค์แจกเอกสารประชาสัมพันธ์ปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่า ผิดกฎหมายบริเวณวัดหัวลำโพงและตลาดนัดสวนจตุจักร กรุงเทพฯ โดยนายธีรภัทร กล่าวว่า จากการสุ่มตรวจสอบที่วัดหัวลำโพงสามารถยึดของกลางเป็นนกที่มีผู้นำมาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการทำบุญได้จำนวนหนึ่งแต่ไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ แต่ในวันเดียวกันนี้ที่บริเวณหน้าศาลพระพรหมเอราวัณ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นางจันทนา แดงวิเชียร อายุ 45 ปี ได้พร้อมของกลางนกกระติ๊ดขี้หมู และนกกระจาบอ่อนเขียว ซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครอง 90 ตัว

นายธีรภัทร กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากรมอุทยานฯได้ปรับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเชิงรุกของปัญหาการค้าสัตว์ป่าโดยการส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งค้าสัตว์หลายแห่งทั้งตลาดไท สวนจตุจักร สนามหลวง อย่างต่อเนื่องส่งผลให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางได้มากขึ้น ประมาณ  80 คดี ยึดสัตว์ป่ากว่า 20,000 ตัว  ซึ่งเจ้าหน้าที่จะปรับเพิ่มการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยกรมอุทยานฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการผลักดันให้มีการเพิ่มบทลงโทษกับผู้กระทำความผิดให้เข้มงวดขึ้นจากเดิมมีโทษเพียง

จำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกันนี้จะปรับเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบจับกุมโดยจะเน้นไปที่เส้นทางการลำเลียงสัตว์ป่ามาขายแถบแนวชายแดน ซึ่งจะจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนให้ถี่ขึ้น เพื่อเป็นการตัดวงจรการล่าและนำเข้าสัตว์ป่ามาขายในตลาด หากพบเห็นการลัก ลอบค้าหรือครอบครองสัตว์ป่าผิดกฎหมายแจ้งได้ที่สายด่วน 1362 กรมอุทยานฯ.

กรมอุทยานฯ มั่นใจพร้อมดูแลสัตว์ป่าทั่วประเทศ   Leave a comment


http://www.dailynews.co.th/agriculture/56410

วันพุธที่ 25 เมษายน 2555 เวลา 00:00 น.

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข มอบนโยบายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำหนดมาตรการในการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสัตว์ป่าและการอนุรักษ์สัตว์ป่าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

พร้อมกันนี้ นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช ได้มีมาตรการต่าง ๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสัตว์ป่าดังนี้ มาตรการแรก การป้องกันรักษาป่าที่สัตว์อาศัยอยู่ให้ได้ก่อน โดยนายดำรงค์ ได้ออกไปดำเนินการตรวจปราบปรามด้วยตนเอง เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการป้องกันรักษาป่า เช่น ที่อุทยานแห่งชาติทับลานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีมาตรการ ลดการล่า การควบคุมการเพิ่มและลดของประชากรสัตว์ป่าในสวนสัตว์สาธารณะ การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น กล้องซีซีทีวี หรือระบบกล้องถ่ายภาพอัตโนมัติมา ทดลองนำร่องใช้ในพื้นที่สำคัญหรือจุดเสี่ยงต่าง ๆ การมีส่วนร่วม  การรณรงค์ให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของป่าไม้และสัตว์ป่า การฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าและการวิจัยสัตว์ป่า รวมทั้งการดูแลสัตว์ป่าของกลาง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าที่ตรวจยึดมาได้ โดยตั้งแต่เดือนต.ค.  2554 ถึงเดือน มี.ค.  2555 มีการตรวจยึดสัตว์ป่ามากกว่า 4,000 ตัว ที่ยังมีชีวิตอยู่ รวมถึงสัตว์ป่าที่มีคนนำมามอบให้ หรือสัตว์ป่าพลัดหลง กรมอุทยานฯ จะมีการดูแลสุขภาพสัตว์ป่าของกลางก่อน เราได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์สุขภาพสัตว์ป่า” ที่จังหวัดนครนายก และมีโครงการจัดตั้งให้ครบทั่วทุกภูมิภาคเพื่อมาดูแลสุขภาพสัตว์ป่าให้แข็งแรง ก่อนส่งต่อไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั่วประเทศ 24 แห่ง สำหรับสัตว์ป่าของกลางที่เลี้ยงดู สัตว์ตัวไหนที่สามารถเก็บไว้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เราก็เก็บ ชนิดไหนที่มีมากก็ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

การส่งสัตว์ป่าเพื่อไปเลี้ยงดูตามสถานีเพาะเลี้ยงต่าง ๆ จะพิจารณาตามชนิดของสัตว์ป่า โดยแต่ละสถานีจะมีความสามารถในการเลี้ยงดูสัตว์ป่าแตกต่างกันไป เช่น สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ จ.ฉะเชิงเทรา ดูแลลิง ชะนี และค่าง สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี ชำนาญในการดูแลหมี สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จ.ราชบุรี ดูแลสัตว์เลื้อยคลาน งู ตะกวด เต่า สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางพระ จ.ชลบุรี ดูแลนกชนิดต่าง ๆ ส่วนช้าง เบื้องต้นมีข้อตกลงกับทางองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ว่าถ้ามีของกลางที่เป็นช้าง ให้นำไปดูแลที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ซึ่งมีการจัด “ศูนย์คชบาลแห่งชาติ” ตั้งอยู่ที่จังหวัดลำปาง ในกรณีฉุนเฉินจะดูเรื่องระยะทาง หากมีสัตว์เจ็บป่วยต้องเลือกสถานที่ใกล้ที่สุดเพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน

การเลี้ยงดูสัตว์ป่าเราพยายามจัดรูปแบบกรงให้เหมาะสมรวมทั้งสภาพแวดล้อมด้วย มีกรงหลายประเภททั้งกรงขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และรวมถึงมีการปล่อยให้อยู่ในกรงแบบธรรมชาติด้วย

ด้านบุคลากรดูแลสัตว์ทั่วประเทศ  เรามีสัตวแพทย์ประจำอยู่ประมาณ 25 นาย รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงสัตว์ประมาณ 200 คน ในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั่วประเทศ ในการช่วยดูแลสัตว์ป่าบุคคลเหล่านี้จะได้รับการฝึกอบรมเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และยังประสานการปฏิบัติงานกับสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์ และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศในการดูแลสัตว์ป่าด้วย

นายธีรภัทร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการดูแลสัตว์ป่าของกลาง กรมอุทยานฯ ได้รับงบประมาณการดูแลจากรัฐบาล ส่วนหนึ่งมาเป็นค่ากรง และค่าอาหาร แต่ยังไม่เพียงพอ กรมอุทยานฯ จึงได้จัดตั้ง “กองทุนช่วยเหลืออาหารช้างป่าแห่งประเทศไทย” ประชาชนทั่วไปสามารถร่วมบริจาค เลขที่บัญชี 039-0-35626-3 ธนาคารกรุงไทย สาขาพหลโยธิน 39 และโครงการ “พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า” ประชาชนทั่วไปสามารถเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าได้ โดยสามารถดูข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ http://www.dnp.go.th ตอนนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีความพร้อมในการดูแลสัตว์ป่า ทั้งอยู่ในธรรมชาติ สัตว์ป่าของกลางและสัตว์ป่าพลัดหลงบาดเจ็บต่าง ๆ โดยมีทั้งสถานที่ สัตวแพทย์ และมาตรการแนวทางต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม หากท่านสนใจอยากจะมาช่วยดูแลสัตว์ป่า มาสมัครเป็นอาสาสมัครดูแลสัตว์ป่าตามสถานีเพาะเลี้ยงต่าง ๆ ได้ หรือถ้าพบเห็นการครอบครอง การซื้อขายสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ขอให้โทรฯ แจ้ง 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง จะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วออกปฏิบัติการทันที.

กร้าวฟันแก๊งค้าสัตว์ป่า “ดำรงค์” ลั่นงัดกฎหมายปราบเข้มข้น/วอน ปชช.แจ้งเบาะแสจับทันที   Leave a comment


http://www.naewna.com/local/3407

วันพุธ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555, 08.41 น.

tags : กร้าวฟันแก๊งค้าสัตว์ป่า \”ดำรงค์\”ลั่นงัดกฎหมายปราบเข้มข้น/วอนปชช.แจ้งเบาะแสจับทันที

นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหน้าที่รับผิดชอบการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสัตว์ป่า จากมาตรการที่เข้มงวด โดยในปีนี้ มีคดีเกี่ยวกับสัตว์ป่า จำนวน 250 คดี ตรวจยึดสัตว์ป่าที่มีชีวิตได้ 3,811 ตัว ส่วนอุปกรณ์การกระทำผิดที่สามารถยึดได้ เช่น รถยนต์ รถจักยานยนต์ ปืน มีด เครื่องกระสุน กรงนก และอุปกรณ์อื่นๆ จำนวนมาก

นายดำรงค์ ย้ำว่า กรมอุทยานฯ มีมาตรการในการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสัตว์ป่าอย่างเข้มข้น เมื่อพบพิรุธ มีผู้ร้องเรียน หรือการแจ้งมาต่างๆ ทางกรมฯ จะขอหมายศาลและเข้าไปสถานที่นั้นๆ เพื่อตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ทั้งการได้มาครอบครองของสัตว์ทั้งหมดว่า มีที่มาอย่างชัดเจน เอกสารสำคัญจะเป็นเป็นตัวบ่งชี้ หากไม่ชัดเจนจะยึดสัตว์ดังกล่าวไว้ก่อน แล้วให้ผู้ที่ถูกกล่าวหานำเอกสารมาแสดง หลังจากจับกุมแล้ว ถ้าไม่มีหลักฐานมาแสดง หรือพิจารณาแล้วว่า สัตว์ไม่ตรงกับเอกสารที่แจ้งไว้ ทางกรมฯจะยึดเป็นของกลาง นำไปเก็บรักษาไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ตามความเหมาะสมของสัตว์แต่ละประเภท และมีสัตวแพทย์คอยดูแล ให้ถูกสุขลักษณะอยู่ตลอดเวลา

จากกรณีมีชาวต่างชาตินำคลิปการเข้าตรวจสอบสัตว์ป่าของมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า จ.เพชรบุรี ทางอินเตอร์เน็ต ทางกรมฯได้มีการชี้แจงให้สื่อต่างๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ ได้รับทราบเข้าใจทั่วถึงกันแล้วว่า ได้ทำอย่างถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายไทย ส่วนการจัดตั้งมูลนิธิสัตว์ต้องมีความชัดในเรื่องของสถานที่ตั้ง จากกรณีมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าไปเช่าที่ใกล้วัด อาจไม่เหมาะสม อีกทั้งแหล่งอาหาร น้ำ ต้องอุดมสมบูรณ์ และต้องมีสัตวแพทย์ประจำคอยดูแล รวมทั้งไม่รบกวนสร้างความเดือดร้อบกับประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง

“อยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชนทั้งหลาย ว่า สัตว์ป่าในปัจจุบันหายากเต็มทน คนล่าสัตว์ก็มีวิธีการสมัยใหม่ไปดักจับมา นำบริโภคและใช้ประโยชน์ตามความเชื่อต่างๆ เรื่องนี้มันไม่จริง เป็นอันตรายต่อร่างกายด้วย เพราะมีพยาธิและเชื้อโรคต่างๆ และชีวิตสัตว์เหล่านี้เขาอยู่ในป่าเรานำมากักขังกรง เหมือนนำเขามาติดคุกทรมาน ถ้าเรื่องศาสนาก็บาปกรรม เพราะฉะนั้นอย่าไปทำเลย กรมอุทยานฯ เราเลี้ยงแล้วปล่อย สัตว์ชนิดไหนที่ปล่อยป่าได้เราก็ปล่อย เพื่อให้เขาคืนสู่ธรรมชาติ ส่วนสัตว์ที่เพาะพันธุ์มาเราก็เลี้ยงเขาจนตาย” นายดำรงค์ กล่าว

ตัวนิ่มหมิ่นเหม่สูญพันธุ์ ถูกล่าทำยาเพิ่มพลังเพศ   Leave a comment

9 สิงหาคม 2554, 05:00 น.


http://www.thairath.co.th/content/edu/192442
.

Pic_192442

เมื่อเร็วๆนี้…เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ตำรวจท้องที่ ตำรวจป่าไม้ กรมศุลกากร และกรมป่าไม้ ได้สนธิกำลังกันเข้าจับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ เช่น เสือ หมี เก้ง กวาง ที่พบเป็นจำนวนมากที่สุด คือ…ตัวนิ่ม
โดยกลุ่มผู้ค้าสัตว์ป่ามีจุดประสงค์เคลื่อนย้ายส่งออกทางจังหวัดหนองคายไปยัง ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม และ เข้าประเทศจีน

ตัวนิ่ม หรือ ลิ่น เป็น สัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกเลี้ยงลูกด้วยนม ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ชื่อไทยเรียกว่า ลิ่น, นิ่ม, ลิ่นพันธุ์มลายู, ลิ่นชวา ชื่อวิทยาศาสตร์ Manis javanic
อยู่ในวงศ์ Manidae ส่วนชื่ออังกฤษ Pangolin เพี้ยนมาจากคำภาษามาเลย์ peng-goling ที่แปลว่า “ไอ้ตัวขด”

นิ่ม…เป็นสัตว์รูปร่างแปลกไม่เหมือนใคร ตัวเตี้ยติดดิน ขาสั้น หางยาว ปากยื่นยาวแหลม หูเล็กมาก มีเกล็ดแข็งทั่วตัว ส่วนขนที่เป็นเส้นยังคงมีอยู่บางส่วน เช่น ตามช่องระหว่างเกล็ด คาง และใต้ลำตัว ส่วนหางยาวใช้ทำหน้าที่เป็นอวัยวะยึดเกี่ยวได้

ปากของลิ่นไม่มีขากรรไกร ไม่มีฟัน มีเพียงรูเล็กๆ มันกินโดยการใช้ลิ้นที่ยาวและเหนียวแลบตวัดจับมดและปลวกเข้าปาก โดยมีอุ้งเท้าทั้งข้างหน้าและหลังจะคล้ายหมี แต่ขนาดเล็กกว่า เล็บคมและแข็งแรงมากเพื่อใช้ขุดรังปลวก หรือมดเป็นอาหาร โดยแต่ละมื้อลิ่นอาจกินปลวก มากถึง 200,000 ตัว

ถิ่นกำเนิดอยู่ใน ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา และประเทศไทย โดยเฉพาะพบได้จากป่าสวนยางพาราของภาคใต้ เมื่อผสมพันธุ์กันจะ ตกลูกครั้งละ 1 ตัว มีบ้างที่ออก 2 ตัว โดยตั้งท้องนาน 130 วัน ในวัยอ่อนมีเกล็ดอ่อนนิ่มตั้งแต่แรกเกิด เมื่อโตเต็มวัย จะหนาแข็งสีน้ำตาลเข้มห่อหุ้มเป็นเสมือนเกราะป้องกันภัย

…ตัวเมียจะให้ลูกเกาะตรงบริเวณโคนหาง เมื่อมีภัยมันจะม้วนตัวกลมเอาลูกไว้ในอ้อมกอดอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งศัตรูจะจากไป…และด้วยสัญชาตญาณในการหลบภัยที่ไม่เหมือนกับสัตว์อื่น คือ เมื่อภัยมาถึงจะม้วนตัวกลม จึงทำให้ง่ายมากสำหรับนักล่าสัตว์

ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะ ชาวจีน, เกาหลี ฯลฯ…มีความเชื่อกันว่าถ้าได้เลือดสดๆ หรือเนื้อแดงๆของนิ่ม เมื่อนำมาปรุงอาหารรับประทานเข้าไปแล้วมี สรรพคุณทางอายุวัฒนะ รวมทั้ง มีประสิทธิภาพเพิ่มพลังทางเพศ ทำให้ผู้ที่ “ร่างกายไม่ไหว แต่ใจต้องการ” สามารถฟื้นคืนสมรรถภาพกลับมา “ปึ๋งปั๋ง” ได้อีกหลายครั้งหลายครา…

และกลายเป็นสาเหตุให้ประชากรนิ่ม “ลดลง” อย่างรวดเร็ว ทั้งในบ้านเราและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว เขมร และ เวียดนาม จนแทบจะสูญพันธุ์ เนื่องจากมี “ยอดสั่ง” เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

…ล่าสุดเจ้าตัวนิ่มนี้ถูกประกาศให้เป็น สัตว์ป่าคุ้มครอง…ใครค้าขายหรือส่งออกไปจำหน่าย ระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท จำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ…!!!
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 9 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

กรมอุทยานฯจับลักลอบแมงมุม-เต่า-กบออกประเทศ   Leave a comment

13 กุมภาพันธ์ 2554, 14:27 น.

ผ่านทางกรมอุทยานฯจับลักลอบแมงมุม-เต่า-กบออกประเทศ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_148734

 

จับลักลอบสัตว์ป่า กว่า 200 รายการกรมอุตทยานฯ เตรียมตรวจเข้ม ตลาดนัดสัตว์จตุจักร…

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ณ บริเวณหน้าตึกไพโรจน์ สุวรรณกร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  นายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุตทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า เปิดแถลงข่าวการลักลอบนำสัตว์ออกนอกประเทศ ซึ่งเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 02.20 น. ณ จุดตรวจค้นสัมภาระผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าฯ ได้ตรวจพบผู้ต้องหาชาวต่างชาติ  ชื่อ Mr. Rivo Cahyano ชาวอินโดนีเซีย แอบลักลอบนำสัตว์ใส่กระเป๋าสัมภาระ จำนวน 3 ใบ เตรียมที่จะนำออกนอกประเทศ โดยพบของกลางเป็น แมงมุม 18 ตัว กบสวยงาม 6 ตัว งู 44 ตัว ตะพาบน้ำ 5 ตัว เต่า 138 ตัว กิ้งก่า 25 ตัว นกกแก้วสีเทา 1 ตัว และกระรอก 22 ตัว คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 751,600 บาท ซึ่งเป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 19 ฐานมีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และ มาตรา 23 ฐานส่งออกสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตกระทำผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ป่า พ.ศ.2499 และกระทำผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 จากสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่า ได้รับซื้อสัตว์ป่าของกลางดังกล่าวมาจากตลาดนัดจตุจักร

นายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า กล่าวย้ำว่า “สำหรับที่กระทำผิดมีสัตว์ไว้ในครอบครองอย่างผิดกฎหมาย เราจะดำเนินคดีอย่างเข้มงวด โดยจุดที่ผู้ต้องหาอ้างว่าซื้อสัตว์มาจากตลาดนัดสัตว์จตุจักร ในวันเสาร์นี้จะมีการตรวจสอบอย่างจริงจังโดยจะส่งสายตรวจปูพรมอย่างละเอียด หากพบผู้กระทำผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืน เราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด”

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 13 กุมภาพันธ์ 2554, 14:27 น.